
จากกรณีที่ ก.พ.สรุปภาพรวม กำลังคนภาครัฐ ปี 2567 พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ภายในจำนวนข้าราชการไทยทั้งหมด 1,756,606 คน กระทรวงและหน่วยงานที่มีข้าราชการมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 442,956 คน รองลงมา คือ กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 232,918 คน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 213,086 คน ตามลำดับ
ฉะนั้น กระทรวงศึกษาธิการ จึงเป็นกระทรวงใหญ่ที่มีจำนวนข้าราชการมากที่สุด โดยมีจำนวน ข้าราชการครู 444,168 คน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกไปที่ “ตำแหน่ง” ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พบว่า “ส่วนใหญ่” ยังไม่มีวิทยฐานะ ถึงร้อยละ 36.66 (162,849 คน) รองลงมา คือ ระดับชำนาญการพิเศษ ร้อยละ 28.27 (125,550 คน) และระดับชำนาญการ ร้อยละ 21.42 (95,150 คน) ตามลำดับ
สำหรับ วิทยฐานะ หมายถึง สถานะทางวิชาการหรือคุณสมบัติทางวิชาการ ที่บุคลากรทางการศึกษา เช่น ครูและอาจารย์ ต้องมีเพื่อเลื่อนระดับหรือปรับปรุงสถานะของตนเองในระบบการศึกษาไทย โดยการเลื่อนวิทยฐานะนั้นจะต้องดำเนินการตามระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (DPA) ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในการประเมินและขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ นอกจากนี้ การมีวิทยฐานะที่สูงขึ้นยังช่วยให้บุคลากรทางการศึกษามีโอกาสในการพัฒนาตนเองและได้รับการยอมรับในสายอาชีพ
ขณะเดียวกัน ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาส่วนใหญ่ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ (อาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์) ร้อยละ 76.45 รองลงมา คือ ระดับชำนาญการ ร้อยละ 10.16 และชำนาญการพิเศษ ร้อยละ 5.40

ประกอบกับ เมื่อศึกษาสัดส่วนของข้าราชการไทยตาม “เพศ” พบว่า ข้าราชการหญิงส่วนใหญ่ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ร้อยละ 38.20 รองลงมาคือข้าราชการพลเรือนสามัญ ร้อยละ 34.77 พนักงานส่วนตำบล ร้อยละ 6.32 และครูส่วนท้องถิ่น ร้อยละ 5.27 ตามลำดับ
ขณะที่ ข้าราชการชายส่วนใหญ่ ประมาณ 1 ใน 3 เป็นข้าราชการตำรวจ คิดเป็นร้อยละ 34.33 รองลงมาคือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ร้อยละ 22.64 และข้าราชการพลเรือนสามัญ ร้อยละ 22.39 ตามลำดับ
ครูไทย 4.4 แสนคน 37% ยังไม่มีวิทยฐานะ ‘ระดับชำนาญการ-ชำนาญการพิเศษ’ ทะลุ 2 แสนราย เผยสัดส่วน ขรก.หญิงเป็นครู-ชายเป็นตร. มากที่สุด
@เปิดท็อป 5 กระทรวง – 10 ตำแหน่งงาน ที่มีการ บรรจุข้าราชการ มากที่สุด ในปี 2567
มีคำกล่าวว่า ข้าราชการ เป็นอาชีพที่คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า อย่างไรก็ตาม ก็เป็นอาชีพที่หลายคนฝันใฝ่ ด้วยมองเรื่องสวัสดิการที่ครอบคลุมถึงบุพการี ทำให้หลายคนมุ่งมั่นอ่านหนังสือ และสอบแข่งขันเพื่อที่จะ ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ จำนวนมากทุกปี
ทว่าสังกัดกระทรวงไหน และตำแหน่งสายงานใดที่มีการ บรรจุข้าราชการ มากที่สุด ในปี 2567 นั้น
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้สรุปภาพรวม กำลังคนภาครัฐ ปี 2567 ซึ่งมีข้อมูลสถิติเกี่ยวกับการบรรจุข้าราชการ ดังนี้ ในปีงบประมาณ 2567 มีข้าราชการบรรจุใหม่ จำนวน 21,254 คน

ส่วนราชการที่มีการบรรจุมากที่สุด 5 อันดับแรก ปีงบประมาณ 2567 ประกอบด้วย 1.กระทรวงสาธารณสุข 10,306 คน 2.กระทรวงมหาดไทย 2,157 คน 3.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1,659 คน 4.กระทรวงการคลัง 1,603 คน และ 5.กระทรวงยุติธรรม 1,193 คน
ขณะที่ ตำแหน่งในสายงาน ประเภทวิชาการ ที่บรรจุมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.พยาบาลวิชาชีพ 2.นายแพทย์ 3.นักวิชาการสาธารณสุข 4.นิติกร 5.นักวิชาการพัฒนาชุมชน 6.นักจัดการงานทั่วไป 7.ทันตแพทย์ 8.นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 9.นักวิชาการเงินและบัญชี และ 10.นักทรัพยากรบุคคล
ส่วนตำแหน่งในสายงาน ประเภททั่วไป ที่บรรจุมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.เจ้าพนักงานธุรการ 2.เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ 3.เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 4.นายช่างโยธา 5.เจ้าพนักงานสรรพากร 6.นายช่างรังวัด 7.เจ้าพนักงานเภสัชกรรม 8.เจ้าพนักงานพัสดุ 9.เจ้าพนักงานสรรพสามิต และ 10.เจ้าหน้าที่ปกครอง กับ เจ้าพนักงานขนส่ง (มีจำนวนเท่ากัน)
@เปิดสัดส่วน ข้าราชการทั้งประเทศ 1.75 ล้านคน ‘ครู’ ยืนหนึ่งเยอะที่สุด กว่า 4.3 แสน ‘ตร.-ทหาร’ ตามติดๆ
การบรรจุเป็น “ข้าราชการ” หรือคนของรัฐ คือหนึ่งในเป้าหมายของหลายๆ คน ด้วยเชื่อว่าเป็นเส้นทางอาชีพที่จะได้รับสวัสดิการที่มั่นคง โดยเฉพาะการรักษาพยาบาลซึ่งครอบคลุมไปถึงบุพการีด้วยนั้น
แล้ว ข้าราชการ ทั้งประเทศมีจำนวนเท่าไหร่?
จากข้อมูลที่ LIRT : คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยกลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เผยไว้โดยอ้างอิงข้อมูลจากกำลังคนภาครัฐ 2566 และสำนักงาน ก.พ. ระบุว่า
กำลังคนภาครัฐ มีทั้งหมด 3,037,803 คน โดยในปี 2566 ไทยมีประชากร 66.05 ล้านคน เป็นกำลังคนภาครัฐ 3.04 ล้านคน คิดเป็นกำลังคนภาครัฐ 1 คน ต่อประชากร 22 คน
ประเภทกำลังคนภาครัฐในภาพรวม ประกอบด้วย ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวพนักงานราชการ พนักงานจ้าง พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานกระทรวงสาธารณสุขและพนักงานองค์การมหาชน ที่สังกัดกระทรวง กรม ทั้งในสังกัดบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น
กำลังคนภาครัฐ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 3,037,803 คน โดยเป็นข้าราชการ 1,756,259 คน (ร้อยละ 57.81) รองลงมาเป็นลูกจ้างชั่วคราว 321,657 คน (ร้อยละ 10.59) พนักงานรัฐวิสาหกิจ 214,860 คน (ร้อยละ 7.07) พนักงานจ้าง 193,948 คน (ร้อยละ 6.38) พนักงานราชการ 181,549 คน (ร้อยละ 5.98) พนักงานมหาวิทยาลัย 134,751 คน (ร้อยละ 4.44) พนักงานกระทรวงสาธารณสุข 124,807 คน (ร้อยละ 4.11) ลูกจ้างประจำ 96,670 คน (ร้อยละ 3.18) และพนักงานองค์การมหาชน 13,302 คน (ร้อยละ 0.44) ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ “ข้าราชการ” ทั้งหมด 1,756,259 คน มีสัดส่วนสายงาน เรียงลำดับตามจำนวนคนมากที่สุด ดังนี้
1. ครูและบุคลากรทางการศึกษา 431,117 คน
2. พลเรือนสามัญ 414,708 คน
3. ทหาร 381,352 คน
4. ตำรวจ 213,048 คน
5. พนักงานส่วนตำบล
6. พนักงานเทศบาล
7. ครูส่วนท้องถิ่น 55,240 คน
8. กรุงเทพมหานคร 33,986 คน
9. องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 25,672 คน
10. องค์การบริหารส่วนจังหวัด 23,534 คน
11. พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา 10,308 คน
12. ตุลาการ 5,284 คน
13. อัยการ 4,211 คน
14. รัฐสภาสามัญ 3,159 คน

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 12 กันยายน 2568
สรุปสาระสำคัญ
ข้อมูลกำลังคนภาครัฐปี 2567 ชี้ว่า ประเทศไทยมีข้าราชการราว 1.76 ล้านคน โดยกระทรวงศึกษาธิการมีจำนวนมากที่สุดกว่า 4.4 แสนคน สะท้อนบทบาทสำคัญของภาคการศึกษา อย่างไรก็ตาม โครงสร้างตำแหน่งครูพบว่ากว่า 36% ยังไม่มีวิทยฐานะ ขณะที่ระดับชำนาญการและชำนาญการพิเศษรวมกันมากกว่า 40% แสดงถึงความท้าทายด้านการพัฒนาวิชาชีพผ่านระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (DPA) ซึ่งมีผลต่อคุณภาพและความก้าวหน้าในอาชีพครู
ด้านเพศ พบความแตกต่างชัดเจน โดยผู้หญิงส่วนใหญ่เป็นครู ขณะที่ผู้ชายกระจุกในสายตำรวจ สะท้อนโครงสร้างแรงงานภาครัฐที่มีลักษณะเฉพาะ
ในปี 2567 มีการบรรจุข้าราชการใหม่กว่า 21,000 คน โดยกระทรวงสาธารณสุขมีการบรรจุมากที่สุด และตำแหน่งยอดนิยมคือสายสุขภาพและวิชาการ เช่น พยาบาล แพทย์ และนักวิชาการ
ภาพรวมกำลังคนภาครัฐทั้งหมดกว่า 3 ล้านคน คิดเป็น 1 คนต่อประชากร 22 คน โดยข้าราชการเป็นสัดส่วนหลักกว่า 57% สะท้อนความสำคัญของภาครัฐต่อระบบบริการสาธารณะ ทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญคือการบริหารกำลังคนให้มีประสิทธิภาพ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการจัดสมดุลโครงสร้างตำแหน่งให้สอดคล้องกับภารกิจของรัฐ
ข้อ 1 เหตุผลสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการมีข้าราชการมากที่สุดคืออะไร
ก. มีงบประมาณสูงสุด
ข. ภารกิจครอบคลุมประชากรจำนวนมาก
ค. มีหน่วยงานส่วนภูมิภาคมาก
ง. มีระบบสอบแข่งขันง่าย
เฉลย: ข เพราะภาคการศึกษาครอบคลุมประชากรเกือบทั้งประเทศ
ข้อ 2 สัดส่วนครูที่ไม่มีวิทยฐานะสูง สะท้อนปัญหาใดมากที่สุด
ก. ขาดงบประมาณ
ข. ขาดแรงจูงใจ
ค. การพัฒนาวิชาชีพยังไม่ทั่วถึง
ง. ระบบสอบยากเกินไป
เฉลย: ค เป็นประเด็นโครงสร้างการพัฒนาวิชาชีพ
ข้อ 3 ระบบ DPA มีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. คัดเลือกครูใหม่
ข. ประเมินเลื่อนวิทยฐานะ
ค. จัดสรรงบประมาณ
ง. ตรวจสอบวินัย
เฉลย: ข ใช้ประเมินและเลื่อนวิทยฐานะ
ข้อ 4 หากเป็นผู้บริหาร ควรแก้ปัญหาครูไม่มีวิทยฐานะอย่างไร
ก. เพิ่มเงินเดือนทันที
ข. จัดอบรมและพี่เลี้ยง
ค. ลดภาระงาน
ง. ยกเลิกระบบประเมิน
เฉลย: ข เป็นแนวทางพัฒนาศักยภาพตรงจุด
ข้อ 5 การที่ผู้หญิงเป็นครูมาก สะท้อนอะไร
ก. ความไม่เท่าเทียม
ข. ความถนัดและโอกาสในอาชีพ
ค. นโยบายรัฐ
ง. การเลือกตั้ง
เฉลย: ข สะท้อนแนวโน้มอาชีพตามบริบทสังคม
ข้อ 6 กระทรวงที่บรรจุข้าราชการมากสุดปี 2567 คือ
ก. มหาดไทย
ข. ศึกษาธิการ
ค. สาธารณสุข
ง. การคลัง
เฉลย: ค เน้นกำลังคนด้านสุขภาพ
ข้อ 7 หากต้องวางแผนอัตรากำลัง ควรใช้ข้อมูลใดสำคัญที่สุด
ก. จำนวนประชากร
ข. งบประมาณ
ค. สัดส่วนตำแหน่ง
ง. ทุกข้อ
เฉลย: ง ต้องใช้ข้อมูลรอบด้าน
ข้อ 8 การมีข้าราชการ 1 คนต่อประชากร 22 คน หมายถึงอะไร
ก. ข้าราชการน้อย
ข. ภาครัฐมีบทบาทสูง
ค. งบประมาณต่ำ
ง. ประชากรมากเกินไป
เฉลย: ข สะท้อนบทบาทรัฐในบริการสาธารณะ
ข้อ 9 ตำแหน่งบรรจุมากในสายวิชาการสะท้อนอะไร
ก. ความต้องการแรงงานเฉพาะทาง
ข. ระบบสอบง่าย
ค. งบประมาณสูง
ง. คนสมัครน้อย
เฉลย: ก เน้นบุคลากรเฉพาะด้าน
ข้อ 10 แนวทางบริหารกำลังคนที่เหมาะสมที่สุดคือ
ก. เพิ่มจำนวนข้าราชการ
ข. ลดจำนวนทันที
ค. พัฒนาคุณภาพและจัดสรรเหมาะสม
ง. ยกเลิกบางหน่วยงาน
เฉลย: ค เน้นประสิทธิภาพและความสมดุล