
9 มิ.ย.65- ที่โรงแรมใบหยกสกาย – นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) เป็นประธานเปิดการประชุมทางวิชาการสภาการศึกษาเสวนา (OEC Forum) ครั้งที่ 1/2565 เรื่อง จิตวิทยาโรงเรียนกับการฟื้นฟูการเรียนรู้ โดยมีนางคยองซัน คิม ผู้แทนองค์การยูนิเซฟประเทศไทย พร้อมด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานอื่นๆ เข้าร่วมประชุม
โดยนายอรรถพล กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า จากสถานการณ์โลกแห่งความผันผวน (VUCA World) เป็นยุคที่โลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ทั้งการความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด อีกทั้งผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 สร้างวิถีความปกติใหม่ (New Normal) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติ เช่น รูปแบบการทำงาน ระบบการศึกษา ส่งผลต่อรูปแบบการเรียนรู้แตกต่างไปจากเดิม เน้นการเรียนการสอนออนไลน์ ครอบครัวมีช่วงเวลาในการดูแลบุตรหลานลดลง ดังนั้น จะมีวิธีการอย่างไรในการปรับแก้ปัญหาดังกล่าว ดูแลนักเรียนให้มีความเข้มแข็ง เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้ ด้านจิตใจ เป็นดีของสังคมตามความคาดหวังของประเทศได้ ด้วยเหตุนี้ จิตวิทยาการศึกษา จึงมีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษา สถานศึกษาจำเป็นต้องมีบุคลาการ ไม่ว่าจะเป็นนักการศึกษาหรือครูที่มีความรู้พื้นฐานทางด้านจิตวิทยาการศึกษาเพื่อช่วยเหลือนักเรียนให้มีความเข้มแข็งด้านจิตใจ สามารถยืนอยู่ในสังคมได้
“สกศ. จัดสภาการศึกษาเสวนา (OEC Forum) เพื่อเป็นเวทีในการระดมความคิดเห็น การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดย สกศ. จะรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะทั้งหมดที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ ไปจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเป็นแนวทางนำไปสู่การแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนานโยบาย หรือกำหนดนโยบายต่างๆ ด้านการศึกษาของประเทศต่อไป”เลขาฯ สกศ.กล่าว
ด้านนางคยองซัน กล่าวว่า องค์การยูนิเซฟตระหนักในประเด็นสุขภาพจิตซึ่งควรเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักการศึกษาและสถาบันการศึกษา เนื่องจากสามารถส่งเสริมความเข้มแข็งในเด็ก มีหลักฐานแสดงให้เห็นผลกระทบว่าสุขภาพจิตของเด็กส่งผลต่อการเรียนรู้และผลสัมฤทธ์ทางการเรียน ความตระหนักเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งโรงเรียนต้องช่วยเด็กในการดูแลสุขภาพจิต องค์การยูนิเซฟตั้งใจอย่างยิ่งที่จะทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในการส่งเสริมความเข้าใจประเด็นจิตวิทยาและการฟื้นฟูการเรียนรู้ โดยสนับสนุนการวิจัย และข้อมูล เพื่อการจัดทำนโยบายสำหรับเด็กทุกคนในประเทศไทยต่อไป
ด้านพญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ บรรยายเรื่อง “จิตวิทยาโรงเรียนกับการฟื้นฟูการเรียนรู้” ความสำคัญตอนหนึ่งว่า แนวทางปฏิบัติการดูแลสุขภาพจิตเด็กวัยเรียนวัยรุ่นในโรงเรียน มีดังนี้
1. เฝ้าระวังปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ สังคม
2. เรียนรู้ เทคนิคการส่งเสริมพัฒนา ป้องกันแก้ไข ด้วยการปรับพฤติกรรม และการให้ปรึกษาออนไลน์
3. ดูแลและประเมินผลการดูแลด้วยการปรับพฤติกรรมและให้การปรึกษา และ “ปรึกษาส่งต่อ” ทีมสาธารณสุขผ่านแอปพลิเคชั่น School health Hero เมื่ออาการไม่ดีขึ้น ทั้งนี้ ข้อดีของแอปพลิเคชั่น ทำให้ครูค้นหานักเรียนกลุ่มเสี่ยงได้รวดเร็วโดยไม่เพิ่มภาระ สามารถเข้าใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลทางสถิติทันเวลาและเป็นปัจจุบัน ซึ่งครูสามารถขอคำปรึกษาจาก Hero Consultant ผ่านแอปพลิเคชั่น โดยยังไม่จำเป็นต้องส่งนักเรียนไปพบผู้เชี่ยวชาญที่โรงเรียนที่มา
ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา มิถุนายน 2565
สรุปสาระสำคัญ
บทความกล่าวถึงการประชุมวิชาการสภาการศึกษาเสวนา (OEC Forum) ครั้งที่ 1/2565 เรื่อง “จิตวิทยาโรงเรียนกับการฟื้นฟูการเรียนรู้” ซึ่งจัดขึ้นท่ามกลางบริบทโลกแห่งความผันผวน (VUCA World) และผลกระทบจากโควิด-19 ที่ทำให้รูปแบบการเรียนรู้เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเรียนออนไลน์และบทบาทครอบครัวที่ลดลง ส่งผลต่อพัฒนาการด้านการเรียนรู้และสุขภาพจิตของผู้เรียน เลขาธิการสภาการศึกษาเน้นว่า จิตวิทยาการศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการดูแลและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้ผู้เรียน เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตและเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมทั้งใช้เวที OEC Forum ระดมความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย ด้านยูนิเซฟย้ำความสำคัญของสุขภาพจิตที่ส่งผลโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และพร้อมสนับสนุนข้อมูล วิจัย เพื่อกำหนดนโยบายสำหรับเด็กไทย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเสนอแนวปฏิบัติในโรงเรียน ตั้งแต่การเฝ้าระวังปัญหา การปรับพฤติกรรม การให้คำปรึกษาออนไลน์ และการใช้แอปพลิเคชัน School Health Hero เพื่อคัดกรอง ดูแล และส่งต่ออย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่เพิ่มภาระครู สะท้อนการบูรณาการจิตวิทยา เทคโนโลยี และนโยบายเพื่อฟื้นฟูการเรียนรู้อย่างยั่งยืน
ข้อสอบ
ข้อ 1 เหตุผลหลักที่ทำให้ “จิตวิทยาโรงเรียน” มีความสำคัญมากขึ้นตามบทความคือข้อใด
ก. การแข่งขันทางการศึกษาที่รุนแรงขึ้น
ข. การเปลี่ยนแปลงของโลกและผลกระทบโควิด-19
ค. การขาดแคลนครูแนะแนวในโรงเรียน
ง. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในห้องเรียนเพิ่มขึ้น
ข้อ 2 บทบาทของ OEC Forum ตามบทความ สอดคล้องกับการบริหารเชิงนโยบายในลักษณะใดมากที่สุด
ก. การกำหนดนโยบายจากส่วนกลาง
ข. การระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำนโยบาย
ค. การประเมินผลการดำเนินงานสถานศึกษา
ง. การติดตามผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน
ข้อ 3 ข้อใดสะท้อนมุมมองของยูนิเซฟต่อความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพจิตกับการเรียนรู้ได้ชัดเจนที่สุด
ก. สุขภาพจิตเป็นเรื่องส่วนบุคคล
ข. สุขภาพจิตไม่เกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์
ค. สุขภาพจิตส่งผลต่อการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์
ง. สุขภาพจิตเป็นภาระของครอบครัว
ข้อ 4 การใช้แอปพลิเคชัน School Health Hero มีจุดเด่นเชิงบริหารจัดการข้อใด
ก. เพิ่มการส่งต่อผู้เรียนไปผู้เชี่ยวชาญ
ข. ลดความจำเป็นของครูประจำชั้น
ค. ช่วยคัดกรองและติดตามโดยไม่เพิ่มภาระ
ง. ใช้แทนการดูแลเชิงจิตวิทยาทั้งหมด
ข้อ 5 หากผู้บริหารสถานศึกษานำแนวคิดจากบทความไปใช้ แนวทางใดเหมาะสมที่สุด
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียนวิชาการ
ข. มุ่งเน้นการประเมินผลสัมฤทธิ์ปลายภาค
ค. พัฒนาครูให้มีความรู้ด้านจิตวิทยาโรงเรียน
ง. จัดกิจกรรมพิเศษเป็นครั้งคราว
คลิกเฉลย >>>