
เออาร์ไอพี และ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมมือทางวิชาการ วิจัยสมรรถนะที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต เปิด10ทักษะที่คนทำงานต้องมี ตอบโจทย์บริบทพัฒนาองค์กรธุรกิจไทย
โลกขณะนี้การเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมายโดยเฉพาะการมาของ Covid-19 นั้นเป็นตัวเร่งให้ทุกธุรกิจต้องปรับตัวให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากมายหลายบริษัทกำลังถูกดิสรัปชั่น การพัฒนาคนเพื่อตอบโจทย์ในโลกของดิจิตอลจึงเป็นความท้าทายใหม่สำหรับองค์กรธุรกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"การพัฒนาบุคลากร"เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหยุดนิ่งและจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาการอย่างต่อเนื่องเพื่อความก้าวหน้าขององค์กรจึงเป็นที่มาของความร่วมมือในครั้งนี้ เพราะบุคลากรมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีความรู้ความสามารถและเท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้
ผลรายงานวิจัยสมรรถนะที่จำเป็นของบุคลากรต่อการทำงานในอนาคตในบริบทที่เหมาะสมกับองค์กรไทย ภายใต้ความร่วมมือบริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กับสถาบันวิจัย พัฒนา และสาธิตการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้มีการจำแนกสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในโลกอนาคตในบริบทขององค์กรธุรกิจไทย
แบ่งกลุ่มสมรรถนะออกมาเป็น 3 กลุ่มสมรรถนะสำคัญ รวมทั้งสิ้น 10 สมรรถนะหลัก คือ
กลุ่มที่ 1 – สมรรถนะเพื่อการทำงานแบบมืออาชีพ (Working Professionally) ประกอบด้วย
1.1 ความสามารถในการจัดการปัญหาบนฐานการคิด (Thinking-based solution) เป็นความสามารถในการประยุกต์ใช้วิธีคิดอย่างเป็นระบบเพื่อการตีความและเป็นการใช้ข้อมูล/สถานการณ์ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงแนวคิดหรือข้อมูลในวิธีการใหม่ๆ หรือการเชื่อมโยงไปกับสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องหรือคุ้นเคย เพื่อสร้างไอเดียในการเรียนรู้งานใหม่ หรือการทำงานรูปแบบใหม่ อันจะเป็นการพัฒนาแนวทางแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพและสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างใหม่ เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจที่เหมาะสมในการปฎิบัติได้
1.2 ความตั้งใจใฝ่รู้เพื่อการพัฒนางาน (Willingness to Learn) เป็นความสามารถในการแสวงหาโอกาสที่จะเพิ่มพูนความรู้และทักษะของตนเองอย่างต่อเนื่อง และเข้าถึงความรู้หรือทักษะใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาตนเองในการก้าวสู่ความสำเร็จในอาชีพ สร้างความมั่นใจให้กับตนเอง ตลอดจนช่วยเหลือผู้อื่นในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ สร้างความสำเร็จตามเป้าหมายในการทำงาน ความสำเร็จขององค์กร
1.3 ความฉลาดรู้ทางดิจิทัล (Digital literacy) เป็นสมรรถนะที่อธิบายถึงความสามารถในการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ชอฟต์แวร์ เพื่อสร้าง ประเมิน และแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด
1.4 ความฉลาดรู้ทางข้อมูล(Information literacy) เป็นความสามารถในการอ่านข้อมูลเชิงสารสนเทส การทำความเข้าใจความหมายของข้อมูล การทำงานกับข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการนำข้อมูลเชิงสารสนเทศไปใช้ประโยชน์ในองค์กรธุรกิจ
กลุ่มที่ 2 – สมรรถนะเพื่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Working with Others)
2.1 ความสามารถในการมีอิทธิพลทางความคิด (Influencing and leading to goals)เป็นสมรรถนะที่อธิบายถึงความสามารถในการสื่อสารเพื่อจูงใจและมีอิทธิพลต่อบุคคลอื่น อันจะเป็นการนำพาสู่เป้าหมายทางการสื่อสารที่ต้องการผ่านการใช้ทักษะการจูงใจเพื่อเปลี่ยนจากคนที่ไม่รู้จักมาเป็นคนรู้จักช่วยเหลือหรือขับเคลื่อนเป้าหมายขององค์กรและใช้ทักษะการสื่อสารแบบมีเป้าหมายเพื่อสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดจนสามารถประเมินและส่งเสริมการทำงานของทีม เพื่อตอบสนองความสำเร็จตามเป้าหมายของงานองค์กรได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
2.2 ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างชาญฉลาด (Interpersonal savvy)เป็นความสามารถในการจัดการอารมณ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตระหนักถึงคุณค่าของทีมงานและรู้จักใช้ความสามารถในการเข้าใจคนอื่น เพื่อแสดงออกหรือสื่อสารประเด็นต่างๆได้อย่างเหมาะสมตลอดจนเมื่อเข้าไปสู่สถานการณ์ต่างๆในสังคมหรือกลุ่มคนก็จะสามารถสร้างความประทับใจและเอาตัวรอดได้อย่างกลมกลืนหรือรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับกลุ่มได้อย่างไม่ต้องใช้ความพยายามมาก
กลุ่มที่ 3 – สมรรถนะเพื่อการทำงานสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายองค์กร (Working to achieve goals)
3.1 ความสามารถในการระบุโอกาสที่สร้างคุณค่าให้กับองค์กร (Opportunity Identification for Valuing Ideas) เป็นสมรรถนะที่อธิบายถึงความสามารถในการวิเคราะห์ ประเมิน และระบุโอกาสทางธุรกิจ โดยมุ่งเป้าบนความท้าทายในการให้บริการที่ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า สามารถวิเคราะห์และนำเสนอคุณค่าทางธุรกิจที่สามารถรับมือกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงความท้าทายของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ รวมถึงสภาพปัญหาและความต้องการของตลาดและกลุ่มที่คาดว่าจะเป็นลูกค้า
3.2 ความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ทีไม่แน่นอน (Dealing with ambiguity and risk)เป็นสมรรถนะที่อธิบายถึงความสามารถในการรับมือภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนคลุมเครือและมีความเสี่ยงในการทำธุรกิจและสามารถยืนหยัดที่จะเดินหน้าเพื่อความสำเร็จขององค์กรเป็นสำคัญ
3.3 ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว (Behavioral Flexibility & Adaptability) เป็นความสามารถในการทำงานกับคนอื่นที่มีความหลากหลายโดยเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างข้อตกลงและความสนใจของกลุ่มคนทำงานที่แตกต่างกันได้ รวมทั้งสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของวิทยาการใหม่และสามารถนำสิ่งใหม่ มาประยุกต์ใช้เพื่อตอบสนองเป้าหมายขององค์กรและเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงไป
3.4 ความตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) เป็นสมรรถนะที่สะท้อนถึงความตระหนักในการกระทำของตนที่ส่งผลต่อสังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติงานที่ตอบสนองการพัฒนาที่ยั่งยืนได้
ทั้งนี้ 10 สมรรถนะจำเป็น จะนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม เสริมสร้างคุณลักษณะตามสมรรถนะที่จำเป็น โดยตั้งเป้าหมายให้เป็นมาตรฐานให้กับองค์กรไทยในการใช้ประเมินระดับสมรรถนะของบุคลากรในองค์กรในทุกระดับ
นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าจุดเริ่มต้นของการวิจัยครั้งนี้มาจากผลการศึกษาของ World Economic Forum 2020 ที่ระบุว่า ภายในปี 2025 อาชีพของคนทำงานทั่วโลก 50% จำเป็นต้องเร่ง รีสกิล (Reskill) และอีกกว่า 40% ของคนทำงาน จะต้อง reskilling ตนเอง ทุก ๆ 6 เดือน เพื่อตอบโจทย์การทำงานยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ วิจัยดังกล่าวเป็นการพัฒนาระบบประเมินสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในโลกอนาคตแบบครบวงจร
โดยเริ่มตั้งแต่การสังเคราะห์สมรรถนะและคุณลักษณะเชิงพฤติกรรม (expected behaviors) และพัฒนาระบบประเมินสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในโลกอนาคต (Future Competency Assessment System)ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เป็นการพัฒนาหลักสูตรเพื่อเสริมสร้างระดับความเชี่ยวชาญของบุคลากรจากผลการประเมินสมรรถนะ ในรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการ และเรียนรู้บนระบบออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์ม WISIMO ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรขององค์กร
ด้านรศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรโรฒ กล่าวว่า ความท้าทายของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันทางวิชาการ คือการใช้ศักยภาพของมหาวิทยาลัย ในการทำความเข้าใจเชิงรุก และรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง โดยการวิจัยเพื่อศึกษาสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับการทำงานและนำองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้เป็นฐานในการประเมินสมรรถนะและจัดทำหลักสูตรอบรมเพื่อพัฒนาสมรรถนะบุคลากรให้สามารถร่วมกันผลักดันองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า
ความร่วมมือของทั้ง 2 องค์กรนั้นได้ร่วมกันศึกษา วิเคราะห์ สมรรถนะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในโลกอนาคต ที่ทั่วโลกกำลังสนใจ กว่า 50 สมรรถนะที่มีหลากหลายแตกต่างกัน ซึ่งในกระบวนการศึกษาวิจัยแล้วนั้น พร้อมกันนี้ได้ออกแบบโปรแกรม (ต้นแบบ) การเสริมสร้างคุณลักษณะตามสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในโลกอนาคต ซึ่งได้กรอบเนื้อหาเพื่อการพัฒนาสมรรถนะพื้นฐาน จำนวน 31 วิชา ที่ครอบคลุมทุกทักษะใน 10 สมรรถนะหลักที่จำเป็นเพื่อให้เป็นมาตรฐานในการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต สำหรับองค์กรธุรกิจไทยต่อไป
ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ
ความร่วมมือระหว่าง ARIP Public Company Limited และ Srinakharinwirot University มุ่งศึกษาสมรรถนะที่จำเป็นของบุคลากรในอนาคต ภายใต้บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากวิกฤตโควิด-19 และการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้เกิดการดิสรัปชันในภาคธุรกิจ องค์กรจึงต้องเร่งพัฒนาทักษะบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อความอยู่รอดและความสามารถในการแข่งขัน งานวิจัยได้สังเคราะห์สมรรถนะหลัก 10 ด้าน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) การทำงานอย่างมืออาชีพ เช่น การคิดแก้ปัญหา การเรียนรู้ตลอดชีวิต ความฉลาดรู้ดิจิทัล และข้อมูล 2) การทำงานร่วมกับผู้อื่น เช่น การสื่อสารโน้มน้าว การเข้าใจผู้อื่นและการทำงานเป็นทีม และ 3) การมุ่งสู่เป้าหมายองค์กร เช่น การมองหาโอกาสทางธุรกิจ การจัดการความไม่แน่นอน ความยืดหยุ่น และความรับผิดชอบต่อสังคม ผลวิจัยยังเชื่อมโยงกับแนวโน้ม World Economic Forum ที่ชี้ว่าคนทำงานต้อง Reskill อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับอนาคตดิจิทัล และได้นำไปพัฒนาระบบประเมินสมรรถนะและหลักสูตรฝึกอบรมผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อยกระดับบุคลากรไทยให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในอนาคต
เป้าหมายหลักของงานวิจัยนี้คือข้อใด
ก. ลดต้นทุนองค์กรธุรกิจ
ข. พัฒนาสมรรถนะบุคลากรอนาคต
ค. เพิ่มจำนวนแรงงานในประเทศ
ง. ลดการใช้เทคโนโลยีในองค์กร
เฉลย: ข
เหตุผล: งานวิจัยมุ่งพัฒนาทักษะ/สมรรถนะบุคลากรเพื่ออนาคต
ปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดการพัฒนาสมรรถนะใหม่คืออะไร
ก. ภาวะเงินเฟ้อ
ข. การแข่งขันกีฬาโลก
ค. โควิด-19 และเทคโนโลยีดิสรัปชัน
ง. การเพิ่มประชากร
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นโควิดและเทคโนโลยีเป็นตัวเร่งหลัก
สมรรถนะ “Thinking-based solution” เน้นเรื่องใด
ก. การทำงานตามคำสั่ง
ข. การคิดเชิงระบบแก้ปัญหา
ค. การใช้แรงงาน
ง. การจำข้อมูล
เฉลย: ข
เหตุผล: คือการคิดวิเคราะห์เชิงระบบเพื่อแก้ปัญหา
ข้อใดคือสมรรถนะด้านดิจิทัล
ก. Interpersonal savvy
ข. Digital literacy
ค. Social Responsibility
ง. Opportunity Identification
เฉลย: ข
เหตุผล: Digital literacy คือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
“Willingness to Learn” สะท้อนพฤติกรรมใดมากที่สุด
ก. การแข่งขัน
ข. การแสวงหาความรู้ต่อเนื่อง
ค. การควบคุมทีม
ง. การลงทุน
เฉลย: ข
เหตุผล: คือการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (lifelong learning)
สมรรถนะใดเกี่ยวกับการโน้มน้าวและจูงใจผู้อื่น
ก. Influencing and leading to goals
ข. Data literacy
ค. Adaptability
ง. Risk management
เฉลย: ก
เหตุผล: เน้นการสื่อสารและมีอิทธิพลต่อผู้อื่น
การทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างชาญฉลาด (Interpersonal savvy) เน้นอะไร
ก. การเขียนรายงาน
ข. การจัดการอารมณ์และเข้าใจคน
ค. การวิเคราะห์ข้อมูล
ง. การคำนวณงบประมาณ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้น EQ และความเข้าใจผู้อื่น
ข้อใดคือสมรรถนะด้านการมองโอกาสทางธุรกิจ
ก. Social Responsibility
ข. Opportunity Identification
ค. Digital literacy
ง. Thinking-based solution
เฉลย: ข
เหตุผล: คือการหาโอกาสสร้างคุณค่าองค์กร
การรับมือกับความไม่แน่นอน (ambiguity) เน้นอะไร
ก. ความแน่นอนของแผนงาน
ข. การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
ค. การตัดสินใจภายใต้ความไม่ชัดเจน
ง. การทำงานตามแบบเดิม
เฉลย: ค
เหตุผล: คือการตัดสินใจในสถานการณ์ไม่แน่นอน
แนวคิด Reskill ตาม World Economic Forum สื่อถึงอะไร
ก. เลิกใช้เทคโนโลยี
ข. เปลี่ยนอาชีพทุกปี
ค. พัฒนาทักษะใหม่อย่างต่อเนื่อง
ง. ลดการเรียนรู้
เฉลย: ค
เหตุผล: Reskill คือการพัฒนาทักษะใหม่เพื่ออนาคต