สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M521_นักวิชาการ จี้ ‘ศธ.-คุรุสภา’ สังคายนาระบบผลิตครูฯ

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า ปัจจุบันจะเห็นข่าวเกี่ยวกับครูมากผิดปกติ มองว่าประเด็นของครูในปัจจุบันท้าทาย ย้อนแย้ง และแปรปรวนกับวิชาชีพครู ปัจจุบันวิชาชีพครูได้รับการยกย่องว่าเป็นวิชาชีพขั้นสูง มีศาสตร์ มีองค์ความรู้เฉพาะตัว และมีสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ซึ่งเป็นสภาที่ควบคุมวิชาชีพครู แต่ปัจจุบันมีเหตุการณ์ที่ท้าทาย และย้อนแย้ง จนมีการตั้งคำถามว่าควรสังคายนา และถึงเวลาที่จะปฏิรูประบบฝึกหัดครูได้หรือไม่ 

กรณีที่เกี่ยวข้องกับครูที่น่าสนใจมีจำนวนมาก เช่น ครูโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง ที่ให้สอบปากเปล่าวิชาสถานการณ์ร่วมสมัย โดยให้คียเวิร์ดกับนักเรียน ซึ่งเรื่องนี้ครูสามารถออกแบบการสอน ออกแบบข้อสอบได้เองอยู่แล้ว และมองว่าครูออกข้อสอบดีมาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มีการคุกคามจากกลุ่มภายนอกโรงเรียน จนครูถูกตั้งคณะกรรมการสอบจากส่วนกลาง ประเด็นสำคัญในเรื่องนี้ คือครูมีอำนาจ และอิสระในการจัดการเรียนการสอนจริงหรือ วิชาสังคมศึกษาและประวัติศาสตร์ ควรเป็นพื้นที่เปิดกว้าง รับความแตกต่าง แต่ปัจจุบันวิชานี้กลายเป็นพลเมืองที่ต่อสู้ในเรื่องของการสร้างพลเมืองอนุรักษ์นิยม และพลเมืองเสรีนิยม” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว 

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวต่อว่า หรือกรณีครูที่อัดอั้นตันใจ อยากให้มีตกซ้ำชั้นได้ ซึ่งระเบียบหลักเกณฑ์การซ้ำชั้นมีอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันเกิดวัฒนธรรมการผลัดปล่อย ซึ่งเชื่อมโยงกับตำแหน่งวิทยฐานะ วัฒนธรรมผลัดปล่อยนี้ทำให้คุณภาพการศึกษาด้อยทั้งระบบหรือไม่ ผลัดปล่อยจนนักเรียนจำนวนไม่น้อยจบชั้น ป.6 แล้วยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดเลขไม่เป็น ผลการสอบประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA และผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (โอเน็ต) ตกต่ำ คิดว่าเมื่อในระบบมีระเบียบกฎเกณฑ์อยู่ แต่ขาดความเอาจริงเอาจังในการติดตาม ซ่อมเสริม จึงต้องตั้งคำถามครั้งใหญ่กับโครงสร้างระบบที่มีอยู่ 

นอกจากนี้ มีกรณีครูให้เด็กปฐมวัย เปลื้องผ้า และแข่งขันแต่งตัว สะท้อนเรื่องการแข่งขัน และเรื่องความสนุกสนาน มากกว่าการเคารพสิทธิเด็ก แม้ว่าเด็กจะอยู่ระดับปฐมวัย แต่ร่างกายของเด็ก ควรให้เด็กตัดสินใจเอง และการนำสภาพร่างกายเด็กไปเปิดเผยในที่สาธารณะเพื่อความสนุกสนาน กลายเป็นตลกร้ายทางการศึกษา ดังนั้น ควรมีคำถามว่า เราเคยสอนเรื่องสิทธิเด็กในระบบการศึกษาหรือไม่ ฉะนั้น สถาบันฝึกหัดครู ควรจะทบทวนการสอนเรื่องเหล่านี้ด้วย” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว 

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ยังมีกรณีครูพละให้นักเรียนจ่ายเงินเพื่อแก้การติดศูนย์ เมื่อสืบค้นลงไปอีก ยังพบว่าครูรายนี้ล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนเป็น 10 ปี คำถามคือเราปล่อยให้คนแบบนี้อยู่ในวิชาชีพครูเป็นระยะเวลายาวนานได้อย่างไร หรือกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนหวงเก้าอี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของผู้บริหาร ครู และนักเรียน เชื่อมโยงกันในด้านโครงสร้างอำนาจ ศักดินา ยศตำแหน่ง ซึ่งโครงสร้างนี้ทำให้เกิดการแบ่งแยก และทำให้เกิดการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น เราจะอนุรักษ์โครงสร้างอำนาจนิยมต่อไปหรือไม่ และจะทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์เชิงอำนาจเหล่านี้ลดน้อยลง 

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้เป็นคำถามให้คนในวงการการศึกษา ว่ามีอะไรผิดพลาด หรือมีอะไรบกพร่องในเรื่องของครูหรือไม่ เราไม่ได้เอาใจใส่เรื่องการปฏิรูประบบการผลิตครู และยังมีปัญหาใต้พรมอีกจำนวนมาก เราแก้ปัญหาเรื่องการอยู่เวรของครู สวัสดิการของครูแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เป็นปัญหาที่กระทบวิชาชีพครูอย่างรุนแรง 

ผมคิดว่า ไม่ว่ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง อาจจะต้องทบทวน ตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้ครูมีความสุข และมีจรรยาบรรณ ไม่ใช่กระทำผิดแล้วระบบปกป้อง ผมว่าถึงเวลาที่ต้องทำวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง คุรุสภาควรเป็นหน่วยงานที่พัฒนาคุณธรรม จริยธรรมของครูอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ดูแลใบประกอบวิชาชีพครูเพียงอย่างเดียว ส่วนสถาบันฝึกหัดครูควรจะทบทวนหลักสูตรว่าทันสมัยหรือไม่ ทันเหตุการณ์มากน้อยเพียงใด ผมคิดว่าเราพบมุมมืดในวิชาชีพหลายจุด ถ้าไม่ทำให้ดี ต่อไปจะขยาย และกลืนกินระบบวิชาชีพครูจนเสียหาย เมื่อนั้นระบบการสร้างเด็กและเยาวชนจะไม่มีทิศทาง ขาดคุณภาพ ขาดคุณธรรม และขาดความกระตือรือร้นในการสร้างพลเมืองรุ่นใหม่แน่นอน” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว 

มติชนออนไลน์ วันที่ 9 เมษายน 2567 

สรุปสาระสำคัญ 

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา ตั้งข้อสังเกตถึงวิชาชีพครูไทยในปัจจุบันว่ากำลังเผชิญภาวะท้าทาย ย้อนแย้ง และสั่นคลอนความเป็น “วิชาชีพชั้นสูง” ทั้งในด้านจรรยาบรรณ คุณภาพ และโครงสร้างอำนาจภายในระบบการศึกษา โดยยกกรณีศึกษาหลายเหตุการณ์ เช่น ครูมัธยมที่ถูกตั้งกรรมการสอบจากการออกข้อสอบสะท้อนสังคม ครูที่ต้องการให้มีการซ้ำชั้นเพราะผลัดปล่อยนักเรียนจนขาดคุณภาพ ครูปฐมวัยจัดกิจกรรมละเมิดสิทธิเด็ก ไปจนถึงครูพละที่มีพฤติกรรมทุจริตและล่วงละเมิดทางเพศ ศ.ดร.สมพงษ์ชี้ว่า ปัญหาเหล่านี้สะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบฝึกหัดและกำกับดูแลวิชาชีพครู ทั้งจากคุรุสภา สถาบันผลิตครู และกระทรวงศึกษาธิการ จึงถึงเวลา “สังคายนา” ระบบครูไทยใหม่ทั้งระบบ เพื่อให้ครูกลับมามีความสุข มีคุณธรรม และมีคุณภาพอย่างแท้จริง โดยเน้นให้คุรุสภามีบทบาทพัฒนาจริยธรรมมากกว่าการควบคุมใบอนุญาต และให้สถาบันฝึกหัดครูปรับหลักสูตรให้ทันสมัย เพื่อไม่ให้ระบบการศึกษากลืนกินวิชาชีพครูจนสูญเสียความศักดิ์สิทธิ์และคุณภาพของการสร้างพลเมืองรุ่นใหม่ในอนาคต 

ข้อสอบ 

1. ประเด็นหลักที่ ศ.ดร.สมพงษ์ ต้องการสื่อในบทความนี้คืออะไร
ก. การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนไทย
ข. การปฏิรูประบบฝึกหัดและจรรยาบรรณวิชาชีพครูอย่างจริงจัง
ค. การส่งเสริมสิทธิเด็กและการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์
ง. การแก้ไขโครงสร้างอำนาจนิยมในโรงเรียน

2. กรณีใดสะท้อน “วัฒนธรรมผลัดปล่อย” ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพผู้เรียน

ก. ครูมัธยมออกข้อสอบสถานการณ์ร่วมสมัย
ข. ครูพละเรียกรับเงินแก้ศูนย์
ค. ครูเรียกร้องให้มีตกซ้ำชั้นได้
ง. ครูปฐมวัยจัดกิจกรรมแต่งตัวเด็ก

3. การที่คุรุสภาควรเปลี่ยนบทบาทตามข้อเสนอของ ศ.ดร.สมพงษ์ มีสาระสำคัญอย่างไร

ก. ให้คุรุสภาเข้มงวดด้านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมากขึ้น
ข. ให้คุรุสภาเน้นพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมของครู
ค. ให้คุรุสภาควบคุมการสอนในสถาบันฝึกหัดครู
ง. ให้คุรุสภาเป็นหน่วยงานบริหารงบประมาณครู

4. จากบทความ ปัญหาโครงสร้างอำนาจในโรงเรียนมีผลกระทบต่อสิ่งใดมากที่สุด

ก. ความสัมพันธ์ของผู้บริหาร ครู และนักเรียน
ข. การจัดการหลักสูตรให้เหมาะสม
ค. การพัฒนาทักษะดิจิทัลของครู
ง. การประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน

5. หากเป็นผู้บริหารสถานศึกษา การตอบสนองต่อปัญหาที่ ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวถึง ควรดำเนินการอย่างไรจึงเหมาะสมที่สุด

ก. ใช้บทลงโทษรุนแรงกับครูที่กระทำผิด
ข. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุกกรณีเพื่อความโปร่งใส
ค. ส่งเสริมการพัฒนาจรรยาบรรณและการเรียนรู้ร่วมเชิงระบบ
ง. ปรับหลักสูตรให้เน้นผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนเป็นหลัก

คลิกเฉลย >>>