
ปัจจุบันมีจำนวนประชากร 5 คน ทำงานเลี้ยงผู้สูงอายุ 1 คน คาดว่าปี 2583 ประเทศไทยจะเหลือประชากรไม่ถึง 2 คน ทำงานดูแลผู้สูงอายุ 1 คน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็น ควบคู่การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุปรับตัวเข้ากับโลกแห่งความทันสมัย
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกศตวรรษที่ 21 ส่งผลให้รูปแบบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปและการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้น การเตรียมพร้อมคุณภาพของคนให้มีทักษะแห่งอนาคตที่จำเป็น
โดยจากการศึกษาจำแนกการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการพัฒนาคนไทยออกเป็น 5 สถานการณ์ ได้แก่
· การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และการเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน
· ช่องว่างระหว่างวัยที่กว้างขึ้น เพราะประสบการณ์บริบทชีวิต และความคิดแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
· การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมเป็นวงกว้าง
· การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาชีพและรูปแบบการทำงาน มีทั้งอาชีพเกิดใหม่และหายไป
· กระบวนการเรียนรู้ที่มีความหลากหลายขึ้น เน้นการเรียนเชิงรุกและบูรณาการข้ามสาขา
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้นำเสนอทักษะที่จำเป็นแห่งอนาคต เพื่อเตรียมการพัฒนาคุณภาพคนไทยทุกช่วงวัย รองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกศตวรรษที่ 21 เริ่มด้วย
ช่วงปฐมวัย (0-5 ปี)
การพัฒนาช่วงวัยนี้ควรเปิดโอกาสให้เด็กๆได้สำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างปลอดภัย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีมุมมองต่อโลกอย่างกว้างขวาง มีการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาทุกด้านพร้อมกัน ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม ควบคู่กับการพัฒนาผู้ปกครอง ผู้ดูแลและครูให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการพัฒนาเด็กปฐมวัยโดยเฉพาะ
5 อันดับทักษะที่จำเป็นแห่งอนาคต
· การคิดเชิงสร้างสรรค์
· ความอยากรู้อยากเห็น
· ความสามารถทางกายภาพ การแก้ปัญหา และการสื่อสาร
· การอ่านออกเขียนได้
· ความเข้าใจและการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล การเข้าใจผู้อื่น
5 ทักษะสำหรับวัยเรียน วัยทำงาน เตรียมพร้อมเข้าสู่โลก 4.0
ช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น (5-21ปี)
การพัฒนาช่วงวัยนี้ควรให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นหลากหลาย ครอบคลุมการพัฒนาทั้งกาย ใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ตลอดจนทักษะพื้นฐานและทักษะที่เชื่อมสู่โลกการทำงาน ไม่จำกัดการเรียนรู้อยู่ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว ส่งเสริมการค้นหาตัวตนและความถนัดของเด็ก และมีช่องทางการเรียนรู้ที่ตอบสนองได้ทั้งในและนอกระบบ
5 อันดับทักษะที่จำเป็นแห่งอนาคต
· ความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
· การอ่านออกเขียนได้
· การเป็นผู้เรียนเชิงรุก
· การเป็นพลเมืองที่ดี
· ความอยากรู้อยากเห็น การคิดเชิงสร้างสรรค์
ช่วงวัยแรงงาน(15-59 ปี )
การพัฒนาในช่วงวัยนี้ควรเสริมสร้างความต้องการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยโอกาสในการพัฒนาตนเองดังกล่าว ควรควบคู่กันทั้งการเรียนรู้อย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
5 อันดับทักษะที่จำเป็นแห่งอนาคต
· ความเข้าใจและการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล การแก้ปัญหา
· ความรู้ทางธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ
· การคิดเชิงสร้างสรรค์
· การทำงานร่วมกับผู้อื่น
· การปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมที่หลากหลาย
ทักษะที่ผู้สูงอายุ ต้องมี ปรับตัวเพิ่มคุณค่าแก่ตัวเอง
ช่วงวัยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
กลุ่มผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ซึ่งการพัฒนาในช่วงวัยนี้ควรมีรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ๆ ที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงวัย โดยเฉพาะ สนับสนุนการนำความรู้และประสบการณ์ของผู้สูงวัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ชุมชน และตัวผู้สูงวัยเอง เพื่อเสริมสร้างคุณค่าและต่อยอดบทบาทในสังคมของผู้สูงอายุ และรับมือกับการเข้าสู้สังคมผู้สูงวัยอย่างยั่งยืน
5 อันดับทักษะที่จำเป็นแห่งอนาคต
· การปรับตัว
· การมองโลกในแง่ดี
· ความเข้าใจและการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล
· ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ การเข้าใจผู้อื่น
· การแก้ปัญหา
แนวทางการส่งเสริมในแต่ละช่วงวัย ควรปฎิบัติอย่างไร?
อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวทางการส่งเสริมในแต่ละช่วงวัยนั้น
นโยบายการศึกษา
ช่วงปฐมวัย : มีนโยบายและงบประมาณทางการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กช่วงปฐมวัยโดยเฉพาะ ครอบคลุมการเตรียมความพร้อมทั้งเด็กและผู้ดูแล
ช่วงวัยเรียน : ปฎิรูปหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนให้ทันสมัย สอดคล้องความต้องการและจำเป็น ควบคู่กับการยกระดับวิชาชีพและการจัดการศึกษาแบบกระจายอำนาจ
ช่วงวัยทำงาน : ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีเงินทุนแรงงานเพื่อการพัฒนาตนเอง สนับสนุนการเรียนรู้ในที่ทำงาน โดยมีหลักสูตรเฉพาะสำหรับผู้ใหญ่ และสายอาชีพที่ต่างกัน
ช่วงผู้สูงอายุ : จะมีนโยบายพัฒนาทักษะ ส่งเสริมการจ้างงานและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้สูงอายุให้ผู้สูงอายุยังมีบทบาทและสามารถเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศ
กระบวนการเรียนรู้
ช่วงปฐมวัย : ใช้กิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงอายุ ลักษณะการเรียนรู้ และความสนใจของแต่ละคน เน้นการเรียนแบบแบ่งปันความคิดร่วมกันและการจัดการเรียนรู้ที่ไม่เป็นทางการ
ช่วงวัยเรียน : เน้นการเรียนรู้แบบบูรณาการร่วมกับการทำงาน เสริมสร้างสรรถนะจากประสบการณ์จริง และมีผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการจัดการศึกษา
ช่วงวัยทำงาน : เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง นำความเชี่ยวชาญของผู้เรียนมาเป็นฐาน สามารถวางแผนการเรียนรู้ตามจังหวะของตนเอง มีการอบรมที่มีคุณภาพ และเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในการทำงาน
ช่วงผู้สูงอายุ : ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้เหมาะกับช่วงวัย เน้นฝึกการอบรมเชิงประสบการณ์ การอภิปราย การบูรณาการ การเรียนรู้แบบร่วมมือ และมุ่งต่อยอดทักษะ ความรู้เดิม
สภาพแวดล้อม
ช่วงปฐมวัย : สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เอื้อต่อการเรียนรู้ร่วมกัน สนับสนุนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์สร้างพัฒนาการทางสมอง และให้อิสระแก่เด็ก
ช่วงวัยเรียน : ออกแบบพื้นที่การเรียนรู้ที่เชื่อมโยง เป็นสัดส่วน สามารถรองรับกิจกรรมการเรียนและการทำงานที่แตกต่างกันได้ ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฎิบัติจริง เกิดปฎิสัมพันธ์แลกเปลี่ยนระหว่างกัน
ช่วงวัยทำงาน : ส่งเสริมการเรียน การมีส่วนร่วม และการเติบโตร่วมกันภายในองค์กร มีเส้นทางความก้าวหน้าของอาชีพที่ชัดเจน เพื่อเป็นแรงจูงใจให้พนักงานพัฒนาตนเองสู่ความสำเร็จ
ช่วงผู้สูงอายุ : พัฒนาสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ ผู้สูงอายุต้องการสภาพแวดล้อมเชิงสนับสนุนที่เห็นอกเห็นใจ ไม่เป็นทางการผ่อนคลาย และเป็นมิตรต่อการเรียนรู้
เทคโนโลยี
ช่วงปฐมวัย : จัดสรรสื่อและเทคโนโลยีทั้งสื่อดั่งเดิมและสื่อดิจิทัล ช่วยส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ช่วงวัยเรียน : นำเทคโนโลยีมาใช้ช่วยจัดการเรียนการสอน เช่น แพลตฟอร์มเพื่อเข้าถึงเนื้อหา และนวัตกรรมวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนและออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองผู้เรียนแต่ละคน
ช่วงวัยทำงาน :ใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นสื่อและช่องทางในการเรียนรู้ และใช้สนับสนุนการประเมินผลการปฎิบัติงาน เพื่อวางแผนการเติบโตในอาชีพ และประยุกต์ใช้ทักษะและความรู้ในการทำงาน
ช่วงผู้สูงอายุ : เน้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน และที่เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้โดยคำนึงถึงธรรมชาติและลักษณะการเรียนรู้ของผู้สูงอายุเป็นพื้นฐานในการออกแบบ
ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ 08 มิ.ย. 2565
ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยอัตราส่วนแรงงานต่อผู้สูงอายุลดลงอย่างมากในอนาคต จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาคุณภาพคนไทยทุกช่วงวัยให้มี “ทักษะแห่งอนาคต” เพื่อรองรับโลกศตวรรษที่ 21 ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี โครงสร้างอาชีพ และรูปแบบการเรียนรู้
การเปลี่ยนแปลงสำคัญประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างประชากร ช่องว่างระหว่างวัย เทคโนโลยีก้าวกระโดด โครงสร้างอาชีพเปลี่ยน และการเรียนรู้ที่หลากหลายมากขึ้น
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ต้องแยกตามช่วงวัย ได้แก่ ปฐมวัยควรเน้นการเรียนรู้ผ่านการสำรวจและพัฒนาทักษะพื้นฐาน เช่น ความคิดสร้างสรรค์และการสื่อสาร วัยเรียนเน้นความยืดหยุ่น การเรียนรู้เชิงรุกและเทคโนโลยี วัยทำงานเน้นทักษะดิจิทัล การแก้ปัญหา และการเป็นผู้ประกอบการ ส่วนผู้สูงอายุต้องเน้นการปรับตัว เทคโนโลยี สุขภาพ และการใช้ประสบการณ์ให้เกิดประโยชน์
แนวทางการพัฒนาต้องบูรณาการทั้งนโยบายการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ สภาพแวดล้อม และเทคโนโลยี เพื่อสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้คนทุกวัยมีบทบาทและสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างยั่งยืน
ประเด็นสำคัญที่สุดของบทความนี้คือข้อใด
ก. การเพิ่มจำนวนโรงเรียนในประเทศ
ข. การพัฒนาทักษะคนทุกช่วงวัยเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยและโลกเปลี่ยนเร็ว
ค. การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ง. การลดการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นการพัฒนาทักษะมนุษย์ทุกวัยเพื่อรับมือสังคมผู้สูงวัยและการเปลี่ยนแปลงโลก
เหตุผลสำคัญที่ต้องเร่งพัฒนาทักษะเยาวชนคือข้อใด
ก. เพื่อให้แข่งขันด้านกีฬา
ข. เพื่อรองรับจำนวนประชากรลดลงและแรงงานไม่เพียงพอ
ค. เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุ
ง. เพื่อให้ลดการใช้เทคโนโลยี
เฉลย: ข
เหตุผล: อัตราแรงงานต่อผู้สูงอายุลดลง จำเป็นต้องพัฒนาคนคุณภาพ
ข้อใดเป็น “การเปลี่ยนแปลงสำคัญ 5 ด้าน”
ก. เศรษฐกิจ การเมือง การท่องเที่ยว
ข. ประชากร เทคโนโลยี อาชีพ การเรียนรู้ ช่องว่างวัย
ค. ศาสนา วัฒนธรรม กีฬา สื่อ
ง. โรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง
เฉลย: ข
เหตุผล: ตรงตามบทความที่ระบุ 5 การเปลี่ยนแปลงหลัก
ทักษะสำคัญของ “วัยปฐมวัย” คือข้อใดเหมาะสมที่สุด
ก. การลงทุนหุ้น
ข. การคิดเชิงสร้างสรรค์และความอยากรู้อยากเห็น
ค. การบริหารองค์กร
ง. การวิเคราะห์งบประมาณ
เฉลย: ข
เหตุผล: ปฐมวัยเน้นพื้นฐานการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์
แนวทางการเรียนรู้ของวัยเรียนควรเป็นอย่างไร
ก. เรียนในห้องเรียนเท่านั้น
ข. เน้นการท่องจำ
ค. ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและเรียนเชิงรุก
ง. หยุดใช้เทคโนโลยี
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้น active learning และผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ทักษะสำคัญของวัยทำงานคือข้อใด
ก. การแก้ปัญหาและดิจิทัล
ข. การวาดภาพ
ค. การเล่นดนตรี
ง. การอ่านนิทาน
เฉลย: ก
เหตุผล: วัยทำงานเน้นดิจิทัล การแก้ปัญหา และธุรกิจ
ผู้สูงอายุควรพัฒนาทักษะใดมากที่สุด
ก. ความเร็วในการคำนวณ
ข. การปรับตัวและเทคโนโลยี
ค. การแข่งขันกีฬา
ง. การสอบเข้ามหาวิทยาลัย
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการปรับตัว ใช้เทคโนโลยี และสุขภาพ
แนวคิด “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” หมายถึงข้อใด
ก. เรียนเฉพาะวัยเด็ก
ข. เรียนเฉพาะในโรงเรียน
ค. การพัฒนาทักษะต่อเนื่องทุกช่วงวัย
ง. หยุดเรียนเมื่อทำงาน
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นพัฒนาต่อเนื่องทุกวัย
บทบาทของเทคโนโลยีในการพัฒนาคนคือข้อใด
ก. ใช้เพื่อความบันเทิงเท่านั้น
ข. สนับสนุนการเรียนรู้และการทำงาน
ค. ลดการเรียนรู้
ง. ใช้เฉพาะวัยเด็ก
เฉลย: ข
เหตุผล: เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญทุกช่วงวัย
แนวทางที่เหมาะสมที่สุดของผู้บริหารการศึกษาในบทความนี้คือข้อใด
ก. ลดหลักสูตรทุกระดับ
ข. ส่งเสริมการเรียนรู้เฉพาะในโรงเรียน
ค. บูรณาการนโยบาย การเรียนรู้ และเทคโนโลยีทุกช่วงวัย
ง. จำกัดการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องบูรณาการทั้งระบบเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง