สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M266_ศึกษาธิการรุกวางแผนระบบช่วยเหลือนักเรียน

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้ประชุมการวางแผนการดำเนินงานของคณะทำงานสุขภาพเด็ก โดยมีแพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้มีการเตรียมการสำหรับการทำงานในประเด็นต่างๆ ดังนี้ 

          1. จัดทำและเตรียมความพร้อมแพลตฟอร์มระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และ School Health Hero เพื่อให้การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลนำไปต่อยอดทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 

          2. เชื่อมโยงและสร้างความเข้าใจระบบการเฝ้าระวังและคัดกรองที่มีมาตรฐาน ด้วย 9sPlus และระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเป็นการลดความซ้ำซ้อนและลดภาระให้กับครู 

          3. ค้นหาความเสี่ยงของนักเรียนอย่างรอบด้านและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ 

          4. พัฒนาครู ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องในการดูแลนักเรียน ให้มีความรู้พื้นฐานในการดูแลส่งเสริมสุขภาพจิต ด้วยระบบ E-Learning

          5. สร้าง Hero Consultant Networking ที่ครอบคลุมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และกำหนดช่องทางการเข้าถึงทั้งในรูปแบบ Online และรูปแบบ Walk in  

          6. พัฒนาเครื่องมือและระบบการรายงานข้อมูล และแผนการขยายผลให้มีความครอบคลุมนักเรียนกลุ่มเป้าหมายต่างๆของกระทรวงศึกษาธิการที่เหมาะสมกับช่วงวัยและบริบท ทั้งเด็กกลุ่มปกติและกลุ่มการศึกษาพิเศษ และ 

          7. จัดทำแผนเผชิญเหตุในกรณีต่างๆ เพื่อให้คุณครู และผู้บริหารได้มีแนวทางในการจัดการกับปัญหา หากมีเคสกรณีต่างๆ เกิดขึ้น อาทิ การตั้งครรภ์ไม่พร้อม ยาเสพติด ภาวะซึมเศร้าที่มีแนวโน้มการทำร้ายตนเอง เป็นต้น 

ทั้งนี้ จะมีการประชุมและวางแผนการทำงานของคณะกรรมการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยด้านการศึกษาและสาธารณสุข เพื่อเร่งการดำเนินการในมิติต่างๆ ต่อไป เพื่อให้นักเรียนได้รับการดูแลส่งเสริมเพิ่มความเข้มแข็งทางด้านจิตใจ พร้อมสำหรับป้องกันเหตุและภัยอย่างมีประสิทธิภาพ ดร.เกศทิพย์ กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ 18 มิถุนายน 2565 

สรุปสาระสำคัญ 

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยรองเลขาธิการ กพฐ. ได้ขับเคลื่อนการทำงานด้านสุขภาพเด็กอย่างเป็นระบบ ผ่านการประชุมวางแผนของคณะทำงานสุขภาพเด็ก ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข เพื่อยกระดับการดูแลช่วยเหลือนักเรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคมอย่างรอบด้าน แนวทางสำคัญมุ่งเน้นการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและ School Health Hero เพื่อให้ครูรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลและช่วยเหลือได้ตรงจุด

นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงระบบเฝ้าระวังและคัดกรองที่มีมาตรฐาน เช่น 9sPlus เพื่อลดความซ้ำซ้อนของงานและลดภาระครู พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในการค้นหาและบริหารจัดการความเสี่ยงของนักเรียน สพฐ. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพครูและผู้บริหาร ผ่านระบบ E-Learning ด้านสุขภาพจิต การสร้างเครือข่ายที่ปรึกษา (Hero Consultant Networking) และการพัฒนาเครื่องมือรายงานข้อมูลที่ครอบคลุมเด็กทุกกลุ่ม 

หัวใจสำคัญอีกประการ คือ การจัดทำแผนเผชิญเหตุสำหรับกรณีปัญหาซับซ้อน เช่น การตั้งครรภ์ไม่พร้อม ยาเสพติด และภาวะซึมเศร้า เพื่อให้สถานศึกษามีแนวทางรับมืออย่างเป็นระบบ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจและความปลอดภัยของนักเรียนอย่างยั่งยืน

 

ข้อสอบ 

ข้อ 1 

เป้าหมายหลักของการพัฒนาแพลตฟอร์มระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและ School Health Hero คือข้อใด
ก. ลดจำนวนครูแนะแนวในโรงเรียน
ข. เพิ่มข้อมูลเชิงสถิติระดับประเทศ
ค. รู้จักและช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ
ง. ใช้แทนระบบการเรียนการสอนปกติ

ข้อ 2 

การเชื่อมโยงระบบ 9sPlus กับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน สะท้อนหลักการบริหารจัดการใดมากที่สุด
ก. การควบคุมจากส่วนกลาง
ข. การลดภาระและความซ้ำซ้อนของงานครู
ค. การเพิ่มขั้นตอนการประเมิน
ง. การแข่งขันระหว่างหน่วยงาน

ข้อ 3 

หากโรงเรียนพบว่านักเรียนมีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต การดำเนินการใดสอดคล้องกับแนวคิดในบทความมากที่สุด
ก. ส่งต่อหน่วยงานภายนอกเพียงอย่างเดียว
ข. รอให้เกิดปัญหารุนแรงก่อน
ค. ใช้ระบบคัดกรอง ควบคู่การทำงานร่วมหลายหน่วยงาน
ง. แก้ไขเฉพาะในระดับห้องเรียน

ข้อ 4 

บทบาทของ Hero Consultant Networking มีความสำคัญอย่างไรต่อระบบดูแลนักเรียน
ก. เป็นศูนย์สั่งการแทนครูประจำชั้น
ข. เพิ่มช่องทางให้คำปรึกษาที่เข้าถึงได้ทั้งออนไลน์และพื้นที่จริง
ค. ใช้เฉพาะกรณีเด็กเก่งพิเศษ
ง. ลดความจำเป็นของผู้บริหารสถานศึกษา

ข้อ 5 

แผนเผชิญเหตุสำหรับกรณีปัญหา เช่น การตั้งครรภ์ไม่พร้อมหรือภาวะซึมเศร้า มีคุณค่าต่อผู้บริหารสถานศึกษาในด้านใดมากที่สุด
ก. ใช้เป็นเอกสารอ้างอิงเชิงกฎหมายเท่านั้น
ข. ช่วยตัดสินใจและจัดการปัญหาได้อย่างเป็นระบบและทันท่วงที
ค. ลดบทบาทของครูในการดูแลนักเรียน
ง. ใช้เฉพาะในโรงเรียนขนาดใหญ่

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น