
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้ประชุมการวางแผนการดำเนินงานของคณะทำงานสุขภาพเด็ก โดยมีแพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้มีการเตรียมการสำหรับการทำงานในประเด็นต่างๆ ดังนี้
1. จัดทำและเตรียมความพร้อมแพลตฟอร์มระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และ School Health Hero เพื่อให้การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลนำไปต่อยอดทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
2. เชื่อมโยงและสร้างความเข้าใจระบบการเฝ้าระวังและคัดกรองที่มีมาตรฐาน ด้วย 9sPlus และระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเป็นการลดความซ้ำซ้อนและลดภาระให้กับครู
3. ค้นหาความเสี่ยงของนักเรียนอย่างรอบด้านและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ
4. พัฒนาครู ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องในการดูแลนักเรียน ให้มีความรู้พื้นฐานในการดูแลส่งเสริมสุขภาพจิต ด้วยระบบ E-Learning
5. สร้าง Hero Consultant Networking ที่ครอบคลุมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และกำหนดช่องทางการเข้าถึงทั้งในรูปแบบ Online และรูปแบบ Walk in
6. พัฒนาเครื่องมือและระบบการรายงานข้อมูล และแผนการขยายผลให้มีความครอบคลุมนักเรียนกลุ่มเป้าหมายต่างๆของกระทรวงศึกษาธิการที่เหมาะสมกับช่วงวัยและบริบท ทั้งเด็กกลุ่มปกติและกลุ่มการศึกษาพิเศษ และ
7. จัดทำแผนเผชิญเหตุในกรณีต่างๆ เพื่อให้คุณครู และผู้บริหารได้มีแนวทางในการจัดการกับปัญหา หากมีเคสกรณีต่างๆ เกิดขึ้น อาทิ การตั้งครรภ์ไม่พร้อม ยาเสพติด ภาวะซึมเศร้าที่มีแนวโน้มการทำร้ายตนเอง เป็นต้น
‘ทั้งนี้ จะมีการประชุมและวางแผนการทำงานของคณะกรรมการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยด้านการศึกษาและสาธารณสุข เพื่อเร่งการดำเนินการในมิติต่างๆ ต่อไป เพื่อให้นักเรียนได้รับการดูแลส่งเสริมเพิ่มความเข้มแข็งทางด้านจิตใจ พร้อมสำหรับป้องกันเหตุและภัยอย่างมีประสิทธิภาพ’ ดร.เกศทิพย์ กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ 18 มิถุนายน 2565
สรุปสาระสำคัญ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยรองเลขาธิการ กพฐ. ได้ขับเคลื่อนการทำงานด้านสุขภาพเด็กอย่างเป็นระบบ ผ่านการประชุมวางแผนของคณะทำงานสุขภาพเด็ก ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข เพื่อยกระดับการดูแลช่วยเหลือนักเรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคมอย่างรอบด้าน แนวทางสำคัญมุ่งเน้นการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและ School Health Hero เพื่อให้ครูรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลและช่วยเหลือได้ตรงจุด
นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงระบบเฝ้าระวังและคัดกรองที่มีมาตรฐาน เช่น 9sPlus เพื่อลดความซ้ำซ้อนของงานและลดภาระครู พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในการค้นหาและบริหารจัดการความเสี่ยงของนักเรียน สพฐ. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพครูและผู้บริหาร ผ่านระบบ E-Learning ด้านสุขภาพจิต การสร้างเครือข่ายที่ปรึกษา (Hero Consultant Networking) และการพัฒนาเครื่องมือรายงานข้อมูลที่ครอบคลุมเด็กทุกกลุ่ม
หัวใจสำคัญอีกประการ คือ การจัดทำแผนเผชิญเหตุสำหรับกรณีปัญหาซับซ้อน เช่น การตั้งครรภ์ไม่พร้อม ยาเสพติด และภาวะซึมเศร้า เพื่อให้สถานศึกษามีแนวทางรับมืออย่างเป็นระบบ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจและความปลอดภัยของนักเรียนอย่างยั่งยืน
ข้อสอบ
เป้าหมายหลักของการพัฒนาแพลตฟอร์มระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและ School Health Hero คือข้อใด
ก. ลดจำนวนครูแนะแนวในโรงเรียน
ข. เพิ่มข้อมูลเชิงสถิติระดับประเทศ
ค. รู้จักและช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ
ง. ใช้แทนระบบการเรียนการสอนปกติ
การเชื่อมโยงระบบ 9sPlus กับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน สะท้อนหลักการบริหารจัดการใดมากที่สุด
ก. การควบคุมจากส่วนกลาง
ข. การลดภาระและความซ้ำซ้อนของงานครู
ค. การเพิ่มขั้นตอนการประเมิน
ง. การแข่งขันระหว่างหน่วยงาน
หากโรงเรียนพบว่านักเรียนมีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต การดำเนินการใดสอดคล้องกับแนวคิดในบทความมากที่สุด
ก. ส่งต่อหน่วยงานภายนอกเพียงอย่างเดียว
ข. รอให้เกิดปัญหารุนแรงก่อน
ค. ใช้ระบบคัดกรอง ควบคู่การทำงานร่วมหลายหน่วยงาน
ง. แก้ไขเฉพาะในระดับห้องเรียน
บทบาทของ Hero Consultant Networking มีความสำคัญอย่างไรต่อระบบดูแลนักเรียน
ก. เป็นศูนย์สั่งการแทนครูประจำชั้น
ข. เพิ่มช่องทางให้คำปรึกษาที่เข้าถึงได้ทั้งออนไลน์และพื้นที่จริง
ค. ใช้เฉพาะกรณีเด็กเก่งพิเศษ
ง. ลดความจำเป็นของผู้บริหารสถานศึกษา
แผนเผชิญเหตุสำหรับกรณีปัญหา เช่น การตั้งครรภ์ไม่พร้อมหรือภาวะซึมเศร้า มีคุณค่าต่อผู้บริหารสถานศึกษาในด้านใดมากที่สุด
ก. ใช้เป็นเอกสารอ้างอิงเชิงกฎหมายเท่านั้น
ข. ช่วยตัดสินใจและจัดการปัญหาได้อย่างเป็นระบบและทันท่วงที
ค. ลดบทบาทของครูในการดูแลนักเรียน
ง. ใช้เฉพาะในโรงเรียนขนาดใหญ่
คลิกเฉลย >>>