

การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของเทคโนโลยีทำให้โลกการศึกษาและโลกของการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉม ประกอบกับความต้องการในการปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างเร่งด่วนอันเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก ซึ่งทำให้รูปแบบการเรียนรู้ในแบบปกติสำหรับประชากรวัยเรียนและวัยทำงานไม่สามารถดำเนินการได้ นำมาสู่การริเริ่มแนวคิดในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงกับการจัดการศึกษาในรูปแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong Learning)

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นตัวเร่งให้คนทำงานจำเป็นต้องเร่งสร้างและเสริมทักษะใหม่ให้กับตัวเอง (Up-skill and Re-skill) เพื่อที่จะรับมือกับวิธีการทำงานในรูปแบบที่เปลี่ยนไป ตัวเลือกของการฝึกอบรมเพื่อสร้างและเสริมทักษะใหม่ของคนวัยทำงานมักไม่ใช่การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นหรือการฝึกอบรมที่มีระยะเวลายาวนานเกินความจำเป็น ด้วยข้อจำกัดที่เกิดขึ้น หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น (Short Course) จึงเป็นคำตอบที่ตรงใจคนวัยทำงาน ด้วยระยะเวลาในการอบรมที่ไม่ยาวนานและข้อกำหนดในการฝึกอบรมที่ไม่เข้มงวดทำให้คนวัยทำงานมีความสะดวกที่เข้ารับการฝึกอบรม อย่างไรก็ดี ข้อด้อยของ หลักสูตรระยะสั้นคือ ความน่าเชื่อถือของหลักสูตร และการที่หน่วยงานภาครัฐมักไม่รับรองความรู้ที่ได้รับการการฝึกอบรมประเภทนี้ไปต่อยอดหรือใช้ประโยชน์ในงานด้านอื่น



ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในปี พ.ศ. 2563 (2020) ประเทศออสเตรเลียได้เปิดตัว Platform “Microcredential Marketplace” ซึ่งเป็นเสมือนสถานศึกษาออนไลน์สูตรสำเร็จ ที่เป็นมิตรกับผู้เรียน โดยผู้เรียนมีความสะดวกสบายที่จะเลือกเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรระยะสั้นที่ตรงกับความต้องการของตนเอง และตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยความรู้/หน่วยกิต ที่ได้รับจากการฝึกอบรมจะได้รับการรับรองจาก กระทรวงการศึกษาของออสเตรเลีย (Department of Education) และสามารถนำมาสะสมเพื่อต่อยอดในการอบรมหลักสูตรอื่นหรือสามารถนำมาสะสมเพื่อใช้ในการรับรองคุณวุฒิในระบบกรอบคุณวุฒิแห่งชาติออสเตรเลียได้ (Australian Qualification Framework) อย่างไรก็ตามการดำเนินการที่ผ่านมาตลอด 2 ปี ของ Microcredential Marketplace พบว่ามีอุปสรรคที่สำคัญ คือความไม่พร้อมของระบบนิเวศการเรียนรู้ (Ecosystem) ที่สอดคล้องกับ Platform “Microcredential” การปราศจากซึ่งการจำกัดความ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่จำเป็นของ ระบบ Microcredential ที่สอดคล้องกันของผู้จัดฝึกอบรมในระดับอุดมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และผู้จัดฝึกอบรมทั่วไป ทำให้การดำเนินงานตลอดสองปีที่ผ่านมาเป็นไปอย่างเอกเทศ ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของผู้จัดฝึกอบรมเป็นหลัก โดยที่ผู้รับการฝึกอบรมต้องยอมรับหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของผู้จัดฝึกอบรมหลักสูตรนั้นๆ ด้วยตัวเอง เพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้น ในเดือนมีนาคม 2022 (พ.ศ.2565) กระทรวงการศึกษาของออสเตรเลีย ได้จัดทำเอกสาร National Microcredential Framework เพื่อใช้เป็นกรอบการพิจารณาสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อันได้แก่ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในการแสวงหาข้อมูลต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจที่จะเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรระยะสั้นต่างๆ ผู้จัดการฝึกอบรมในการออกแบบและจัดหลักสูตรฝึกอบรมให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของภาครัฐและความต้องการของผู้เรียนและภาคอุตสาหกรรม และนายจ้างในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการยอมรับผลลัพธ์การเรียนรู้และสมรรถนะของลูกจ้าง/พนักงานผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นต่างๆ
กระทรวงการศึกษาออสเตรเลีย หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสาร National Microcredential Framework ที่จัดทำขึ้น จะเป็นตัวเชื่อมที่สำคัญในการดำเนิน platform Microcredential Market Place ทั้งในด้านการออกแบบและพัฒนาหลักสูตร และ การประกาศใช้ระบบการรับรอง Microcredential ในระบบการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมของประเทศออสเตรเลีย
และนี่คือรูปแบบใหม่ของการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิตของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งได้เปลี่ยนวิกฤตการชะงักงันของการทำงานในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ไปสู่โอกาสในการพัฒนากำลังคนของประเทศตลอดช่วงชีวิตโดยอาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญ
แหล่งอ้างอิง
The Department of Education and the Department of Employment and Workplace Relations.
(2022). Key Document on National Microcredential Framework retrieved from
https://www.dese.gov.au/higher-education-publications/resources/national-
microcredentials-framework The Department of Education and the Department of Employment and Workplace Relations.
(2022). National Microcredential Framework retrieved from
https://www.dese.gov.au/national-microcredentials-framework
ที่มา ; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ระบบการศึกษาและการทำงานทั่วโลกต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยรูปแบบการเรียนรู้แบบดั้งเดิมไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ จึงเกิดแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่เน้นการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มทักษะใหม่ (Up-skill) และการปรับทักษะเดิม (Re-skill) ของคนวัยทำงาน
หลักสูตรระยะสั้น (Short Course) กลายเป็นทางเลือกสำคัญ เนื่องจากใช้เวลาน้อยและยืดหยุ่น แต่ยังมีข้อจำกัดด้านความน่าเชื่อถือและการรับรองคุณวุฒิ เพื่อแก้ปัญหานี้ ประเทศออสเตรเลียได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Microcredential Marketplace ในปี 2020 เพื่อให้ผู้เรียนเลือกอบรมตามความต้องการและความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมรับรองผลการเรียนรู้โดยกระทรวงการศึกษา และสามารถสะสมเพื่อเทียบคุณวุฒิได้ตาม Australian Qualification Framework
อย่างไรก็ตาม ระบบยังขาดความเป็นเอกภาพของระบบนิเวศการเรียนรู้ (Ecosystem) ทำให้การดำเนินงานไม่สอดคล้องกันทั่วทั้งระบบ จึงมีการจัดทำ National Microcredential Framework ในปี 2022 เพื่อกำหนดมาตรฐานกลางสำหรับผู้เรียน ผู้จัดอบรม และนายจ้าง เพื่อให้เกิดความชัดเจนและการยอมรับร่วมกัน
แนวทางนี้สะท้อนการพัฒนากำลังคนตลอดชีวิต โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนวิกฤตโควิด-19 ให้เป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพแรงงานของประเทศ
แนวคิดหลักที่บทความนี้เน้นสำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. การลดค่าใช้จ่ายทางการศึกษา
ข. การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาทักษะกำลังคน
ค. การยกเลิกการเรียนในระบบ
ง. การใช้เทคโนโลยีแทนครูทั้งหมด
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้น Lifelong Learning และการพัฒนาทักษะ Up-skill/Re-skill เป็นแกนหลัก
เหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดหลักสูตรระยะสั้น (Short Course) คือข้อใด
ก. ลดจำนวนผู้เรียนในมหาวิทยาลัย
ข. เพิ่มรายได้ของสถาบันฝึกอบรม
ค. ความต้องการพัฒนาทักษะอย่างรวดเร็วของแรงงาน
ง. การลดมาตรฐานการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: แรงงานต้องปรับตัวเร็วจากเทคโนโลยีและโควิด จึงต้องการหลักสูตรสั้น
ข้อจำกัดสำคัญของหลักสูตรระยะสั้นคือข้อใด
ก. ใช้เวลานานเกินไป
ข. ไม่มีผู้เรียนสนใจ
ค. ขาดความน่าเชื่อถือและการรับรอง
ง. มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุปัญหาหลักคือการไม่รับรองและความน่าเชื่อถือ
Microcredential Marketplace มีจุดประสงค์สำคัญที่สุดคืออะไร
ก. เพิ่มจำนวนมหาวิทยาลัย
ข. ให้ผู้เรียนเลือกเรียนตามความต้องการและตลาดแรงงาน
ค. ลดบทบาทภาคอุตสาหกรรม
ง. จำกัดการเรียนรู้เฉพาะรัฐ
เฉลย: ข
เหตุผล: แพลตฟอร์มเน้นความยืดหยุ่นและสอดคล้องตลาดแรงงาน
หน่วยงานใดเป็นผู้รับรองความรู้ใน Microcredential ของออสเตรเลีย
ก. ภาคเอกชน
ข. สถาบันอิสระ
ค. กระทรวงการศึกษาออสเตรเลีย
ง. องค์กรแรงงานเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: กระทรวงการศึกษารับรองเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
ปัญหาสำคัญของ Microcredential Marketplace ก่อนปี 2022 คืออะไร
ก. ไม่มีผู้เรียน
ข. ระบบนิเวศการเรียนรู้ไม่เป็นเอกภาพ
ค. ไม่มีเทคโนโลยีรองรับ
ง. ไม่มีหลักสูตรออนไลน์
เฉลย: ข
เหตุผล: ขาด Ecosystem และมาตรฐานร่วม
National Microcredential Framework มีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. ปิดระบบออนไลน์ทั้งหมด
ข. เป็นกรอบมาตรฐานกลางของการจัดการ Microcredential
ค. ลดการเรียนรู้ของแรงงาน
ง. แทนที่การศึกษาในระบบทั้งหมด
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้เป็นกรอบมาตรฐานให้ทุกภาคส่วน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักใน Framework ได้แก่ข้อใด
ก. นักท่องเที่ยว
ข. ผู้เรียน ผู้จัดฝึกอบรม และนายจ้าง
ค. เฉพาะรัฐบาล
ง. เฉพาะมหาวิทยาลัย
เฉลย: ข
เหตุผล: ครอบคลุมทุกฝ่ายในระบบการเรียนรู้
การเปลี่ยนแปลงในบทความสะท้อนแนวคิดใดมากที่สุด
ก. การแข่งขันทางการศึกษา
ข. การพัฒนากำลังคนตลอดชีวิตด้วยเทคโนโลยี
ค. การลดบทบาทแรงงาน
ง. การยกเลิกระบบคุณวุฒิ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นพัฒนาคนตลอดชีวิตโดยใช้เทคโนโลยี
บทเรียนสำคัญที่ประเทศไทยสามารถนำไปใช้ได้คือข้อใด
ก. ยกเลิกหลักสูตรระยะยาวทั้งหมด
ข. ลดการใช้เทคโนโลยีในการศึกษา
ค. สร้างระบบรับรองการเรียนรู้ระยะสั้นที่เป็นมาตรฐาน
ง. จำกัดการเรียนรู้เฉพาะในโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องมีระบบรับรองเพื่อให้ Microcredential ใช้ได้จริงในระบบแรงงาน