สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M240_“ตรีนุช”ยันร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติฯประกาศใช้ปีนี้แน่

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่หอประชุมคุรุสภา สมัชชาเครือข่ายครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย (สคคท.) จัดงานทิศทางครูไทย การศึกษาไทย ต่อการปฏิรูปประเทศ โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน โดย ดร.ดิเรก พรสีมา ประธานสคคท. กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อต้องการให้ รมว.ศึกษาธิการ รับทราบถึงการผลักดันโยบายการศึกษาในเรื่องต่างๆ ให้นำไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้เกิดการปฎิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … เนื่องจาก สคคท.ต้องการให้มีการกระจายอำนาจไปยังสถานศึกษาเกิดขึ้นให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่ต้องการให้มีการกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา แต่ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ ฉบับใหม่ แม้จะเขียนระบุว่าให้มีการกระจายอำนาจไปสถานศึกษาก็ตาม แต่เมื่อมาถึงระดับการเขียนกฎหมายลูกกลับปิดกั้นการกระจายอำนาจ ซึ่งการกระจายอำนาจดังกล่าวจะต้องประกอบไปด้วย 4 ด้าน คือ งบประมาณ วิชาการ งานบุคคล และงานบริหารทั่วไป จึงอยากฝากให้ รมว.ศธ. พิจารณาด้วย รวมถึงการพัฒนาครู อยากให้มีเจ้าภาพรับผิดชอบในการพัฒนา พร้อมให้มีการตั้งกองทุนพัฒนาครูด้วย 

ด้าน น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า สคคท. ถือเป็นเครือข่ายองค์กรครูที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา และช่วยผลักดันการศึกษาร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมสะท้อนการทำงานการศึกษาได้อย่างดี เพราะการขับเคลื่อนโนยบายการศึกษาเรื่องต่างๆ คงไม่ใช่คนใดคนหนึ่งทำได้ แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือช่วยกันผลักดัน โดยในส่วนข้อเสนอต่างที่ สคคท.เสนอมานั้น ตนจะนำไปพิจารณา โดยเฉพาะประเด็นเรื่องร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะปรับให้มีความเหมาะสมและยืดหยุ่นเป็นประโยชน์ต่อทุกคน อีกทั้งยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …จะผลักดันและประกาศใช้ได้ในการประชุมร่วมรัฐสภาในสมัยสามัญประจำปี 2565 นี้อย่างแน่นอน 

รมว.ศึกษาธิการ ร่วมวง สคคท. ถกทิศทางครูไทย การศึกษาไทย ต่อการปฏิรูปประเทศ ชื่นชมทุกหน่วยงานร่วมขับเคลื่อนการศึกษา เผย เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาชาติฯ ประกาศใช้ปีนี้แน่ 

ที่มา ; เดลินิวส์ 21 เมษายน 2565

ข่าวเกี่ยวกัน

ตรีนุช’ย้ำ ศธ.ให้ความสำคัญครู เผยโลก-สังคมเปลี่ยน ต้องเร่งพัฒนาแม่พิมพ์สอนเด็กให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่หอประชุมคุรสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ครูไทย การศึกษาไทย กับการปฏิรูปประเทศ” จัดโดยสมัชชาเครือข่ายครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย (สคคท.) โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. นายดิเรก พรสีมา ประธาน สคคท. พร้อมผู้นำองค์กรเครือข่ายกว่า 30 องค์กร เข้าร่วม ว่า ตนเชื่อว่าการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ เพราะการศึกษาเป็นรากฐานในการสร้างชาติและรากฐานในการพัฒนาประเทศ ซึ่งการพัฒนาการศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน ปัจจุบันโลกและบริบทของสังคมก็เปลี่ยนแปลงไป เช่น การเปลี่ยนแปลงของดิจิทัล การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ดังนั้นการขับเคลื่อนการศึกษาจึงมีความท้าทาย ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้ทำให้เราต้องผลักดันและปรับตัวให้อยู่กับสถานการณ์การเรียนรู้ที่มีข้อจำกัดต่างๆ อย่างไร

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนจะนำข้อเสนอขององค์กรครู ไปดูรายละเอียดว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนกฎระเบียบอะไรได้บ้างเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้เป็นประโยชน์ต่อครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ได้ดำเนินการผลักดันมาแล้วบ้าง เช่นการ แก้ไขปัญหาหนี้สินครู การผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ซึ่งขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และจากที่ตนหารือกับนายตวง อันทะไชย ประธาน กมธ. วิสามัญฯ ก็เห็นตรงกันว่าจะต้องเร่งผลักดันให้เสร็จและเสนอในทันสมัยประชุมสภาในเดือนพฤษภาคมต่อไป โดยจะปรับพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ให้มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับสภาพการศึกษาในปัจจุบัน

ส่วนคุณภาพการศึกษา เมื่อโลกเปลี่ยน ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งรัฐและเอกชน ที่มีอยู่กว่า 600,000 คน ต้องปรับตัว ซึ่งศธ.ให้ความสำคัญพยายามที่จะพัฒนาครูเช่น การสอนแบบ Active Learning เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความรู้เท่าทีนศตวรรษที่ 21 เป็นต้น รวมทั้งการสร้างโรงเรียนคุณภาพที่จะเป็นโรงเรียนแม่เหล็กให้โรงเรียนต่างๆมาเรียนร่วมกัน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาว่าจะทำอย่างไรที่จะตามเด็กที่หลุดจากระบบเข้ามาสู่ระบบการศึกษา ให้ทันเปิดภาคเรียนในปีการศึกษา 2565 ซึ่งศธ.อยู่ระหว่างดำเนินการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อพาน้องกลับเข้าเรียนให้ได้มากที่สุด”น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ปัญหาสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะขวัญกำลังใจของครูและบุคลากรทางการศึกษามีความสำคัญอย่างมาก ถ้าครูยังมีความทุกข์ใจ กังวลใจเรื่องภาระหนี้สินอยู่อาจจะมีความยากลำบากให้การสอน ศธ.มุ่งขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ เช่น ร่วมมือกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลดดอกเบี้ยให้ครู พร้อมกับจัดตั้งสถานีแก้หนี้ครูระดับจังหวัด และสถานีแก้หนี้ครูระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นต้น 

ด้านนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วย่วาการ ศธ. กล่าวว่า ความคืบหน้าการผลักดันร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้นั้น ขณะนี้ทุกมาตราผ่านการอภิปรายอย่างกว้างขวางแล้ว แต่ยังไม่มีการลงมติ เพราะยังต้องฟังเสียงประชาชนอีก ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ….ลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากเครือข่ายและประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ โดยที่ผ่านมาได้ฟังเสียงจากภาคใต้ไปแล้ว และกำลังจะไปฟังความเห็นจากภาคเหนือในราวต้นเดือนพฤษภาคม จากนั้นจะไปภูมิภาคอื่น ๆ ต่อไป โดยคณะกรรมาธิการฯจะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนพฤษภาคมนี้

ด้านนายดิเรก กล่าวว่า สคคท.และเครือข่ายองค์กรครู ยื่นข้อเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.เร่งผลักดัน 3 เรื่อง คือ

1.เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ให้เสร็จโดยเร็ว โดยขอให้แก้ไขกฎหมายให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล มีอำนาจในการบริหารงานบุคคล บริหารงบประมาณ และบริหารงานวิชาการของตน

2.เร่งพัฒนาครูทั้งรัฐและเอกชน ที่มีอยู่กว่า 600,000 คน ให้จัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ และ

3. ดูแลขวัญกำลังใจให้ผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สิน เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีแรงทุ่มเทจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียน 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ 

สรุปสาระสำคัญ 

สมัชชาเครือข่ายครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย (สคคท.) จัดเวที “ทิศทางครูไทย การศึกษาไทย ต่อการปฏิรูปประเทศ” เพื่อสะท้อนข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการศึกษา โดยเฉพาะการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริงตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่มุ่งกระจายอำนาจสู่สถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ งบประมาณ วิชาการ งานบุคคล และการบริหารทั่วไป รวมถึงเสนอให้มีเจ้าภาพรับผิดชอบการพัฒนาครูและจัดตั้งกองทุนพัฒนาครู 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยืนยันความสำคัญของบทบาทเครือข่ายครูในการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา และรับข้อเสนอไปพิจารณาปรับปรุงกฎหมายให้มีความเหมาะสมและยืดหยุ่น พร้อมยืนยันการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติให้ประกาศใช้ภายในปี 2565 ควบคู่กับการพัฒนาครู การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน

 

ข้อสอบ 

ข้อที่ 1

สาระสำคัญของข้อเรียกร้อง สคคท. ต่อร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ คือข้อใด
ก. เพิ่มอำนาจการกำกับของส่วนกลาง
ข. ลดบทบาทองค์กรเครือข่ายครู
ค. กระจายอำนาจสู่สถานศึกษาอย่างครบทุกมิติ
ง. รวมศูนย์งบประมาณไว้ที่กระทรวง

 

ข้อที่ 2

เหตุใด สคคท. จึงเห็นว่ากฎหมายลูกเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปการศึกษา
ก. กำหนดโครงสร้างการบริหารซ้ำซ้อน
ข. ปิดกั้นการกระจายอำนาจแม้กฎหมายแม่เปิดช่องไว้
ค. เพิ่มภาระงานให้ครูมากขึ้น
ง. ขาดการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน

 

ข้อที่ 3

บทบาทของรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ต่อข้อเสนอของเครือข่ายครู สะท้อนหลักการใด
ก. การบริหารแบบรวมศูนย์
ข. การกำหนดนโยบายจากส่วนกลางเป็นหลัก
ค. การมีส่วนร่วมและการรับฟังภาคีเครือข่าย
ง. การมอบหมายให้หน่วยงานอื่นตัดสินใจแทน

 

ข้อที่ 4

หากโรงเรียนได้รับการกระจายอำนาจตามข้อเสนอ สคคท. ผลลัพธ์ใดมีแนวโน้มเกิดขึ้นมากที่สุด
ก. การควบคุมคุณภาพลดลง
ข. ความคล่องตัวในการบริหารและพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ค. ภาระงบประมาณเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
ง. ความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนสูงขึ้นทันที

 

ข้อที่ 5

การเร่งแก้ปัญหาหนี้สินครูสัมพันธ์กับคุณภาพการศึกษาอย่างไร
ก. ไม่มีความสัมพันธ์โดยตรง
ข. ช่วยลดค่าใช้จ่ายของรัฐเท่านั้น
ค. สร้างขวัญกำลังใจและสมาธิในการจัดการเรียนรู้
ง. ทำให้ครูมีรายได้เพิ่มขึ้นทันที

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม