สมาชิกเข้าสู่ระบบ

การมอบอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน

 

ระเบียบคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการการมอบอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน พ.ศ. 2567

 

@สรุปสาระสำคัญ

- ให้เลขาธิการ( สพฐ. สอศ.ก.ค.ศ. สช.) อธิบดี (สกร.) มอบอำนาจ การบริหารงานบุคคล วิชาการ การบริหารทั่วไป งบประมาณ ทรัพย์สิน ให้ศึกษาธิการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน

- การมอบอำนาจให้ทำเป็นหนังสือ, ระบุชื่อตำแหน่งผู้มอบและผู้รับมอบ, อำนาจที่มอบ

- ผู้มอบอาจไม่มอบอำนาจในเรื่อง กฎหมายฯที่กำหนดเฉพาะไม่อาจมอบได้, นโยบายสำคัญ, เรื่องที่ต้องดูแลอย่างไกล้ชิดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน, เรื่องที่อาจก่อความเดือดร้อนไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน

- อนึ่ง หากมอบอำนาจไปแล้ว ผู้รับมอบใช้อำนาจไม่ถูกต้อง, อาจก่อให้เกิดความเสียหาย, ผู้มอบอาจมีคำสั่งแก้ไขการปฏิบัติงานของผู้รับมอบ หรือให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ผู้มอบ ใช้อำนาจนั้นโดยตรงก็ได้

- ทั้งนี้ การมอบอำนาจเป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกความต้องการประชาชน, คุ้มค่า รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ, กระจายอำนาจให้ตัดสินใจรับผิดชอบ, ไม่เป็นการเพิ่มขั้นตอน ระยะเวลา การพิจารณมากเกินความจำเป็น 

ทีมา ; ศธ.36๐ องศา

เกี่ยวข้องกัน

"ธนุ" แจงระเบียบเกณฑ์และวิธีการมอบอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน เฉพาะหน่วยงานที่ไม่มีหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ ยันงานบุคคลยังอยู่ที่ อ.ก.ค.ศ.เขตเหมือนเดิม 

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงกรณีการออกระเบียบคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธิการมอบอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน พ.ศ. 2567 ว่า ระเบียบฉบับดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นระเบียบที่มีนานแล้ว และการออกหลักเกณฑ์และวิธีการมอบอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัดปฎิบัติราชการแทนนั้น มีเจตนาสำหรับหน่วยงานที่ไม่มีหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) หรือ คุรุสภา เป็นต้น เพื่อประโยชน์ในการบริหารงาน กำกับดูแล และบูรณาการการศึกษาของ ศธ. ในจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร ให้เลขาธิการหรืออธิบดีมอบอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ปฏิบัติราชการแทน คือ การบริหารงานบุคคล วิชาการ บริหารงานทั่วไป งบประมาณ และทรัพย์สิน 

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลในส่วนของงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยเฉพาะประเด็นการบริหารงานบุคคลนั้น ไม่ต้องกังวล เพราะงานในส่วนดังกล่าว จะเป็นอำนาจของเขตพื้นที่ดำเนินการตามเดิม เพราะได้มีการปรับแก้กฎหมายตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ. ไปแล้วเมื่อปี 2565 ซึ่งเป็นการโอนภารกิจด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามาอยู่กับคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ประจำเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ดังนั้นจึงไม่สามารถเอางานในส่วนนี้ของเขตพื้นที่คืนไปได้ 

ที่มา ; เดลินิวส์

เกี่ยวข้องกัน

‘บิ๊กอุ้ม’ ยันระเบียบมอบอำนาจศธจ. ไม่โอนงานบุคคล จากเขตพื้นที่ฯ แจงแค่เชื่อมโยงภารกิจ 

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหาร ศธ.ว่า กรณีราชกิจจานุเบกษา ประกาศใช้ ระเบียบคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคว่า ด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการมอบอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน พ.ศ.2567 นั้น ระเบียบฉบับดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีคำสั่งตามระเบียบมานานแล้ว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการสื่อสารทำความเข้าใจให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือองค์กรครูในกลุ่มต่างๆ โดยทุกฝ่ายมีความเข้าใจที่ตรงกัน ดังนั้นขอย้ำอีกครั้งว่าภารกิจด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษายังอยู่กับคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ซึ่งเมื่อโอนภารกิจมาอยู่ที่เขตพื้นที่แล้วจะไม่มีการมอบอำนาจทั้งหมดกลับไปเหมือนเดิมอย่างแน่นอน 

“ทั้งนี้ การออกระเบียบเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อต้องการให้เกิดการบูรณการในการปฏิบัติงาน เพราะการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ยังถือว่าไม่ได้ทำงานร่วมกันเท่าที่ควร ดังนั้นจึงต้องมีศูนย์กลางในการเชื่อมโยงประสานงานและภารกิจต่างๆของทุกหน่วยงานในพื้นที่การศึกษา ซึ่งศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ก็จะทำหน้าที่เชื่อมมิติการทำงานให้เป็นแนวทางเดียวกันมากขึ้น โดยหลักเกณฑ์และวิธีการมอบอำนาจให้ ศธจ.ปฏิบัติราชการแทนนั้น จะเป็นเฉพาะงานด้านวิชาการ การพัฒนาผู้เรียน เรื่องการศึกษาปฐมวัย หรือการตรวจติดตามภารกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบางหน่วยงานที่ไม่มีหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ เช่น สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นต้น ซึ่งภารกิจงานด้านบุคคลจะทำไม่ได้ เพราะอำนาจอยู่ที่เขตพื้นที่อยู่แล้ว” พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์

เกี่ยวข้องกัน

สอศ.’ เคลียร์กลุ่มค้านมอบอำนาจศธจ. ยันระเบียบเป็นเพียงแนวปฏิบัติ-ไม่บังคับทำ 

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า กรณีราชกิจจานุเบกษา ประกาศใช้ ระเบียบคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฎิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ในภูมิภาคว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธิการมอบอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ปฎิบัติราชการแทน พ.ศ.2567 ซึ่งระเบียบดังกล่าว เป็นไปตามตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของศธ. ทำให้บุคลากรทางการศึกษาบางส่วนมีข้อกังวลเรื่องการบริหารจัดการนั้น ระเบียบดังกล่าวมีการประกาศใช้มาระยะหนึ่งแล้ว และเท่าที่ทราบเป็นเพียงกรอบแนวปฏิบัติ สำหรับหน่วยงานที่ไม่มีหน่วยปฎิบัติงานในภูมิภาค ในการมอบอำนาจให้ศธจ.ไปปฏิบัติหน้าที่แทนเพื่อความสะดวก ในการดำเนินการในบางเรื่อง เช่น สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เป็นต้น 

นายยศพล กล่าวต่อว่า สำหรับ ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)นั้น เบื้องต้น ยังไม่มีความจำเป็นต้องมอบอำนาจให้ศธจ.เพราะมีหน่วยงานที่พร้อมปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ค่อนข้างครบถ้วน ดังนั้นจึงอยากจะทำความเข้าใจให้ทุกฝ่ายว่าระเบียบที่ออกมาเป็นเพียงแนวทางปฏิบัติงาน จากคำสั่งคสช.เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในด้านการบริหารงานในพื้นที่ โดยเน้นหน่วยงานหลักที่ไม่มีหน่วยปฏิบัติงานในภูมิภาค ฉะนั้นทั้งสอศ. และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงไม่มีความจำเป็นต้องเอาระเบียบนี้มาเป็นหลักปฏิบัติ อีกทั้งระเบียบนี้ไม่ใช่ระเบียบที่บังคับปฏิบัติ แต่ให้ดูตามความเหมาะสมว่าจำเป็นต้องมอบอำนาจหรือไม่ สำหรับผู้ที่มีข้อกังวล และออกมาประท้วงระเบียบดังกล่าวนั้น ทราบว่าได้มีการชี้แจง และทำความเข้าใจเรียบร้อยแล้ว 

เท่าที่ดูระเบียบนี้จะทำให้ศธจ.เข้ามาช่วยประสานการทำงาน กับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรณีสอศ. หากต้องการมอบอำนาจ ก็อาจจะดำเนินการในส่วนของวิทยาลัยอาชีวศึกษา ทีอยู่ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยอาจเป็นการมอบอำนาจในการจัดการบางอย่างที่เกี่ยวกับการบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเท่านั้น ส่วนอำนาจอื่นๆที่กฏหมายกำหนดไว้แล้ว ก็จะไม่สามารถมอบอำนาจให้ดำเนินการได้แน่นอน”นายยศพล กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 21 ตุลาคม 2567