
จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562
ทั่วประเทศ จำแนกตามเพศชาย 32,110,775(คน) หญิง 33,503,382(คน) รวม 65,614,157(คน)



ข้อมูลจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ตามทะเบียนราษฎร พบว่าประเทศไทยมีประชากรรวมทั้งสิ้น 65,614,157 คน แบ่งเป็นเพศชาย 32,110,775 คน และเพศหญิง 33,503,382 คน เมื่อพิจารณาเชิงเปรียบเทียบ พบว่าเพศหญิงมีจำนวนมากกว่าเพศชายเล็กน้อย
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนโครงสร้างประชากรของประเทศในมิติพื้นฐานด้านเพศ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อการวางแผนพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข และแรงงาน การมีข้อมูลประชากรที่จำแนกเพศอย่างชัดเจนช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถกำหนดนโยบายและจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม เช่น การวางแผนบริการสาธารณสุขที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละเพศ การจัดระบบการศึกษา และการพัฒนาแรงงานให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากร
นอกจากนี้ การที่เพศหญิงมีจำนวนมากกว่าเพศชาย แม้จะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มทางสังคม เช่น โครงสร้างครอบครัว บทบาทแรงงาน และการวางแผนสวัสดิการสังคมในระยะยาวได้ ข้อมูลชุดนี้จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการตัดสินใจเชิงนโยบายของผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จากข้อมูลประชากรทั้งหมด ประเทศไทยมีประชากรรวมเท่าใด
ก. 65,503,382 คน
ข. 65,614,157 คน
ค. 32,110,775 คน
ง. 33,503,382 คน
เฉลย: ข
เหตุผล: ข้อมูลระบุประชากรรวมทั้งหมด 65,614,157 คน
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างประชากรตามเพศ
ก. เพศชายมากกว่าเพศหญิง
ข. เพศหญิงมากกว่าเพศชาย
ค. เท่ากันพอดี
ง. ไม่สามารถสรุปได้
เฉลย: ข
เหตุผล: เพศหญิง 33,503,382 มากกว่าเพศชาย 32,110,775
หากต้องการวางแผนด้านสาธารณสุข ข้อมูลนี้มีประโยชน์อย่างไร
ก. ใช้กำหนดราคาสินค้า
ข. ใช้กำหนดนโยบายการเงิน
ค. ใช้จัดบริการให้เหมาะกับโครงสร้างประชากร
ง. ใช้กำหนดเขตการปกครอง
เฉลย: ค
เหตุผล: ข้อมูลเพศช่วยวางแผนบริการสุขภาพให้เหมาะสม
จำนวนเพศชายคิดเป็นประมาณเท่าใดของประชากรทั้งหมด
ก. ประมาณครึ่งหนึ่ง
ข. น้อยกว่าครึ่งหนึ่งเล็กน้อย
ค. มากกว่าครึ่งหนึ่ง
ง. ไม่เกี่ยวข้องกับประชากรทั้งหมด
เฉลย: ข
เหตุผล: ชาย 32.1 ล้าน จาก 65.6 ล้าน น้อยกว่าครึ่งเล็กน้อย
ข้อมูลทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีความสำคัญอย่างไร
ก. ใช้เพื่อความบันเทิง
ข. ใช้ในการวางแผนพัฒนาประเทศ
ค. ใช้เฉพาะงานทะเบียน
ง. ใช้เฉพาะด้านการศึกษา
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อการวางแผนระดับประเทศ
ข้อใดเป็นการนำข้อมูลไปใช้เชิงวิเคราะห์ที่เหมาะสมที่สุด
ก. ทำนายดวงประชากร
ข. วิเคราะห์โครงสร้างแรงงานในอนาคต
ค. กำหนดสีธงชาติ
ง. เปลี่ยนชื่อประเทศ
เฉลย: ข
เหตุผล: โครงสร้างประชากรเกี่ยวข้องกับแรงงานและนโยบาย
หากเพศหญิงมากกว่าเพศชายเล็กน้อย อาจส่งผลอย่างไร
ก. ไม่มีผลใด ๆ ต่อสังคม
ข. ส่งผลต่อการวางแผนสวัสดิการบางด้าน
ค. ทำให้ประเทศไม่มีประชากรชาย
ง. ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก
เฉลย: ข
เหตุผล: โครงสร้างเพศมีผลต่อการวางแผนสังคมและสวัสดิการ
ข้อมูลลักษณะนี้จัดเป็นข้อมูลประเภทใด
ก. ข้อมูลเชิงคุณภาพ
ข. ข้อมูลเชิงอนุมาน
ค. ข้อมูลเชิงปริมาณ
ง. ข้อมูลเชิงความคิดเห็น
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นตัวเลขจำนวนประชากร
ผู้บริหารการศึกษาสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่ออะไร
ก. จัดสรรงบประมาณและวางแผนนักเรียน
ข. กำหนดวันหยุดราชการ
ค. เลือกเพลงประจำโรงเรียน
ง. เปลี่ยนหลักสูตรโดยไม่วิเคราะห์
เฉลย: ก
เหตุผล: ใช้ในการวางแผนและจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษา
ข้อใดสะท้อนการตัดสินใจเชิงนโยบายจากข้อมูลนี้ได้ดีที่สุด
ก. เพิ่มจำนวนโรงเรียนโดยไม่ดูข้อมูล
ข. ใช้ข้อมูลประชากรเพื่อวางแผนพัฒนาประเทศ
ค. ลดการเก็บข้อมูลประชากร
ง. ไม่ใช้ข้อมูลสถิติใด ๆ
เฉลย: ข
เหตุผล: การใช้ข้อมูลจริงเพื่อกำหนดนโยบายเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสม