สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ยกระดับจัดการองค์ความรู้ KM ในองค์กรด้วย AI

ผลสำรวจ Fortune/Deloitte CEO survey ล่าสุด โดยสำรวจ 107 CEO ชั้นนำระดับโลก พบว่าเกินครึ่ง! (56%) ได้ใช้ GenAI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) เร่งผลิตผล (Productivity) และลดต้นทุน (Reduced Cost) ในธุรกิจแล้ว 

นักธุรกิจ-ผู้บริหารระดับสูงที่ผมเจอช่วงนี้ พบว่าโจทย์สำคัญที่ทุกคนอยากแก้ (ย้ำว่า ทุกคน นะครับ ไม่ใช่ เกือบทุกคน) ก็คือเรื่องของ คน” โดยเฉพาะการถ่ายทอดความรู้ของบุคลากรในองค์กร (Knowledge Transfer) ที่เมื่อถึงเวลาบุคคลสำคัญในองค์กรต้องจากไปไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบกับองค์กรและต้องมีการวางแผนและใช้เวลาในการปฏิบัติตามแผนไม่น้อยเลย ซึ่งสำหรับคนใหม่ที่มารับช่วงต่อก็เป็นความท้าทายที่จะสามารถทำในสิ่งที่เคยดีอยู่แล้ว ให้อย่างน้อยได้เท่าเดิมหรือไม่ ภายในระยะเวลาเท่าไร 

การจัดการความรู้ (Knowledge Management หรือ KM) เป็นเทคนิคที่ใช้ในการรวบรวม จัดเก็บ และประยุกต์ใช้ทุกองค์ความรู้ภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในเชิงเทคนิคที่ใช้ในการผลิตสินค้า หาวัตถุดิบ การให้บริการลูกค้า ไปจนถึงการติดต่อ-ประสาน-ตอบสนองลูกค้า การตลาด การวางกลยุทธ์ การบริหารบุคคลและทรัพยากรต่างๆ ในองค์กร ฯลฯ 

โดยองค์ความรู้สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท

1. Explicit Knowledge: ความรู้ที่ชัดเจน สามารถถ่ายทอดเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น คู่มือ เอกสาร

2. Tacit Knowledge: ความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวบุคคล เช่น ประสบการณ์ ทักษะเฉพาะตัว ซึ่งยากที่จะถ่ายทอดออกเป็นคู่มือหรือเอกสาร 

ซึ่งมนุษย์เราล้วนมีข้อจำกัดในการใช้เวลาเรียนรู้และฝึกทักษะกว่าจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านได้ (Domain Expert) บางครั้งความรู้ที่ได้ไม่สมบูรณ์ (Incomplete) หรือเวลาเรียกใช้ความรู้ความจำมาใช้งานจริงก็ไม่คงที่ (Inconsistent) แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถทำงานได้ตลอดเวลาแบบ 24/7 และอาจต้องใช้เวลาในการคิดและดำเนินการมากถ้าการทำงานนั้นต้องใช้มีการทำงานหรือเรียกใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น การตอบคำถามลูกน้องที่ถามว่า “สินค้ารุ่นนี้หมดแล้ว เจ้านายจะให้สั่งมาเท่าไรดี?” เพียงคำถามง่ายๆ ที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่ต้องสั่งของล็อตใหม่ ผู้บริหารต้องดูข้อมูลและคำนึงถึงปัจจัยที่จะต้องวิเคราะห์ให้ได้คำตอบนี้ถึง 9 อย่าง

ความต้องการของตลาด: ดูแนวโน้มของสินค้ารุ่นนั้นใน 1-2 เดือน/สัปดาห์ต่อจากนี้

· ประวัติการขาย: เดือน/สัปดาห์ที่ผ่านมามีจำนวนเฉลี่ย การขึ้นลงเท่าไร จากปัจจัยใด

· ระยะเวลาในการสั่งซื้อและจัดส่ง: เพื่อให้มั่นใจว่าได้สินค้าทันเวลา ประหยัดค่าจัดส่งโดยรวม

· ต้นทุนและราคาขาย: ต้นทุนของการสั่งในรอบนี้ ดูตลาดวันนี้ว่าควรตั้งราคาขายเท่าเดิมหรือปรับเป็นเท่าไร

· คลังสินค้า: พื้นที่จัดเก็บสินค้ามีไหม

· กระแสเงินสด: เอาเงินเท่านี้ไปจมได้นานเท่าไร จะพูดขอเครดิตกับซัพพลายเออร์ยังไง

· ความเสี่ยงในการเก็บสินค้า: คาดการณ์ว่าสินค้าล็อตใหม่จะหมดอายุหรือตกรุ่นอีกทีเมื่อไร สั่งมาเท่านี้แล้วจะขายทันไหม 

· โปรโมชั่นและการตลาด: โปรโมชั่นและแคมเปญเดิมยังใช้ได้ไหม หรือต้องปรับบางส่วนใหม่

· คู่แข่ง: มีใครบ้างที่ขายสินค้ารุ่นนี้ ราคาและกลยุทธ์การขายของเค้าเป็นยังไง 

ซึ่งแน่นอนว่า AI ในวันนี้สามารถดึงข้อมูลเหล่านี้ ไม่ว่าตัวเลขใดจะอยู่บนระบบหรือฐานข้อมูลใด มาประมวลผลอัตโนมัติและเสนอแนะให้กับผู้บริหารเพื่อตรวจสอบ-ปรับแก้-และตัดสินใจ ได้ภายในไม่กี่วินาที!

GenAI มีความสามารถในการยกระดับ Knowledge Management และ Process Automation ไปอีก (หลาย) ขั้น ไม่ว่าจะเป็น 

1. การรวบรวมและจัดเก็บความรู้: สามารถรวบรวมความรู้และข้อมูลจากแหล่งต่างๆ และจัดเก็บในรูปแบบที่เป็นระบบที่ง่ายต่อการเข้าถึงและนำไปใช้ ต่างจากเมื่อก่อนที่การรวบรวมและจัดการความรู้จากแหล่งต่างๆ เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลามาก

2. การค้นหาและเชื่อมโยงความรู้: สามารถทำได้รวดเร็วและแม่นยำ โดยเข้าใจบริบทของโจทย์คำถาม และแก้ปัญหาได้แม้จะเป็นกรณีที่อยู่นอกกระบวนการ (Workflow) ที่ได้ใส่ข้อมูลไว้หรือไม่เคยเกิดขึ้นในองค์กรมาก่อน

3. การถ่ายทอดความรู้: สามารถช่วยให้คำแนะนำ จนไปถึงสร้างเอกสารหรือคู่มือจากความรู้ที่มี โดยออกแบบลักษณะการถ่ายทอดความรู้ให้เหมาะสมเฉพาะเจาะจงกับแต่ละตำแหน่งงาน

4. การตั้งค่าและใช้งาน: ทำได้ง่าย ผ่านการใช้ภาษาปกติเหมือนคุยกับมนุษย์ 

วันนี้องค์กรใดสามารถทำ Knowledge Management และสร้าง HUMAN+AI Framework หรือกระบวนการทำงานร่วมระหว่างมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ได้ก่อน จะสามารถยกระดับประสบการณ์และเพิ่มความพึงพอใจลูกค้า ลดการทำงานซ้ำซ้อนของพนักงาน ประหยัดเวลาผู้บริหารในการตอบคำถามและตัดสินใจ เสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์และเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า (รายละเอียดในบทความที่แล้ว) และนำไปสู่การสเกลธุรกิจได้เร็วกว่า 

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ

สรุปสาระสำคัญ 

ผลสำรวจ Fortune/Deloitte CEO พบว่า 56% ของ CEO ระดับโลกนำ Generative AI (GenAI) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มผลิตภาพ และลดต้นทุนทางธุรกิจแล้ว แนวโน้มสำคัญขององค์กรยุคใหม่คือ “การจัดการคนและความรู้” โดยเฉพาะการถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer) เมื่อบุคลากรสำคัญลาออกหรือเปลี่ยนตำแหน่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องขององค์กร

การจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) จึงมีบทบาทสำคัญในการรวบรวม จัดเก็บ และประยุกต์ใช้ความรู้ในองค์กร ทั้งความรู้เชิงชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เช่น คู่มือ เอกสาร และความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) เช่น ประสบการณ์และทักษะเฉพาะบุคคล ซึ่งถ่ายทอดได้ยาก

ในทางปฏิบัติ การตัดสินใจในงานผู้บริหารมักต้องใช้ข้อมูลหลายมิติ เช่น ตลาด ยอดขาย ต้นทุน คลังสินค้า ความเสี่ยง และคู่แข่ง ทำให้ใช้เวลามาก แต่ GenAI สามารถช่วยดึง วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลจากหลายระบบได้อย่างรวดเร็ว พร้อมสนับสนุนการตัดสินใจ

GenAI ยังยกระดับ KM และการทำงานอัตโนมัติใน 4 ด้าน ได้แก่ การรวบรวมข้อมูล การค้นหาและเชื่อมโยงความรู้ การถ่ายทอดความรู้ และการใช้งานผ่านภาษาธรรมชาติ องค์กรที่ใช้ HUMAN+AI Framework ได้ก่อน จะเพิ่มประสิทธิภาพ ลดงานซ้ำซ้อน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

จุดมุ่งหมายหลักที่ CEO ใช้ GenAI ในองค์กรคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนพนักงาน
ข. เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มผลิตภาพ
ค. ลดการใช้เทคโนโลยี
ง. เพิ่มขั้นตอนการทำงาน

เฉลย: ข
เหตุผล: ผลสำรวจระบุชัดว่าใช้ GenAI เพื่อ efficiency, productivity และ cost reduction

 

ข้อ 2

“Tacit Knowledge” หมายถึงข้อใด
ก. คู่มือการทำงาน
ข. ข้อมูลตัวเลขในรายงาน
ค. ความรู้ฝังอยู่ในประสบการณ์และทักษะ
ง. เอกสารราชการ

เฉลย: ค
เหตุผล: Tacit คือความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคล ถ่ายทอดยาก

 

ข้อ 3

ปัญหาสำคัญขององค์กรเมื่อบุคลากรสำคัญลาออกคืออะไร
ก. ขาดงบประมาณ
ข. ขาดความรู้ต่อเนื่องในองค์กร
ค. ขาดเครื่องมือ
ง. ขาดลูกค้า

เฉลย: ข
เหตุผล: กระทบการถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer)

 

ข้อ 4

ข้อใดคือหน้าที่ของ Knowledge Management (KM)
ก. เพิ่มค่าใช้จ่ายองค์กร
ข. ลดจำนวนข้อมูล
ค. จัดเก็บและใช้ความรู้อย่างเป็นระบบ
ง. จำกัดการเข้าถึงข้อมูล

เฉลย: ค
เหตุผล: KM คือการรวบรวม จัดเก็บ และใช้ความรู้อย่างมีระบบ

 

ข้อ 5

ข้อใดเป็นตัวอย่าง Explicit Knowledge
ก. ประสบการณ์การสอน
ข. ทักษะการเจรจา
ค. คู่มือปฏิบัติงาน
ง. ความชำนาญเฉพาะตัว

เฉลย: ค
เหตุผล: Explicit คือความรู้ที่เขียนหรือบันทึกได้

 

ข้อ 6

เหตุใดการตัดสินใจของผู้บริหารจึงซับซ้อน
ก. เพราะไม่มีข้อมูล
ข. เพราะต้องใช้ข้อมูลหลายมิติประกอบกัน
ค. เพราะไม่มีคู่แข่ง
ง. เพราะข้อมูลไม่สำคัญ

เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ตลาด ต้นทุน ความเสี่ยง

 

ข้อ 7

GenAI ช่วยองค์กรด้านใดได้มากที่สุด
ก. ลดจำนวนลูกค้า
ข. เพิ่มความล่าช้า
ค. วิเคราะห์และสรุปข้อมูลอย่างรวดเร็ว
ง. เพิ่มงานเอกสาร

เฉลย: ค
เหตุผล: GenAI ประมวลผลและสรุปข้อมูลได้เร็วมาก

 

ข้อ 8

ข้อใดไม่ใช่ความสามารถของ GenAI ตามบทความ
ก. การค้นหาและเชื่อมโยงความรู้
ข. การถ่ายทอดความรู้
ค. การลดความจำเป็นในการตัดสินใจของมนุษย์ทั้งหมด
ง. การรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง

เฉลย: ค
เหตุผล: AI ช่วยสนับสนุน ไม่แทนการตัดสินใจทั้งหมด

 

ข้อ 9

HUMAN+AI Framework หมายถึงอะไร
ก. มนุษย์ทำงานคนเดียว
ข. AI ทำงานแทนมนุษย์ทั้งหมด
ค. การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI
ง. การลดการใช้ AI

เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคนและ AI

 

ข้อ 10

องค์กรที่ใช้ GenAI และ KM ได้ดีจะได้ประโยชน์อย่างไร
ก. เพิ่มงานซ้ำซ้อน
ข. ลดความพึงพอใจลูกค้า
ค. เพิ่มประสิทธิภาพและแข่งขันได้ดีขึ้น
ง. ลดความสามารถในการขยายธุรกิจ

เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และขยายธุรกิจเร็วขึ้น