
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีมติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทบริหารระดับสูง 8 ราย เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่เกษียณอายุราชการ และสับเปลี่ยนหมุนเวียน ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ ได้แก่
· นายอรรถพล สังขวาสี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)
· นายวัลลพ สงวนนาม ผู้ตรวจราชการศธ. เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)
· นายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นผู้ตรวจราชการ ศธ.
· นางเกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นรองเลขาธิการ กพฐ.
· นายสุรศักดิ์ อินศรีไกล ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นเลขาธิการ กศน.
· นายสวัสดิ์ ภู่ทอง ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษาของสกศ.เป็นรองเลขาธิการ สกศ.
· ร.ท.สมพร ปานดำ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษา ช่างอุตสาหกรรม เป็นรองเลขาธิการ กอศ.
· นายพีรศักดิ์ รัตนะ รองเลขาธิการ สกศ.เป็นเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.)
“การแต่งตั้งนายอรรถพล ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สกศ. เพราะมองว่า สกศ.มีเรื่องสำคัญหลายเรื่องที่ต้องเร่งขับเคลื่อน เช่น จัดทำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ที่ต้องดูหลักสูตร และการประเมิน ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับอาชีวศึกษาเป็นส่วนใหญ่ เพราะกรอบคุณวุฒิแห่งชาติเน้นการพัฒนากรอบกำลังคนในแต่ละช่วงวัย หรือการจัดทำแผนการศึกษาชาติที่ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนด้านอาชีวะ ซึ่งรวมถึงการรีสกิล อัพสกิล โดยนายอรรถพล ทำงานในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นเวลานาน น่าจะเป็นผู้ที่มีความรู้ และเหมาะสมในการช่วยขับเคลื่อนงานของ สกศ.ได้” น.ส.ตรีนุช กล่าว
รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนที่หลายคนมองว่าการย้ายนายวรัท จากเลขาธิการ กศน.เป็นผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นการย้ายเข้ากรุนั้น ตนมองว่าทุกตำแหน่งมีความสำคัญ และการแต่งตั้งนั้น ตนเน้นเรื่องจัดคนให้ทำงานอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ได้หารือกับนายวรัทแล้ว ว่าต้องการให้นายวรัท เข้ามาช่วยติดตามนโยบาย 7 วาระเร่งด่วน (Quick Win) นโยบายการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และนโยบายอื่นๆ เพราะที่ผ่านมาเมื่อส่วนกลางกำหนดนโยบายไปแต่หน่วยปฏิบัติอาจจะไม่เข้าใจนโยบายมากพอ ดังนั้นผู้ตรวจราชการ ศธ.จึงเป็นตำแหน่งสำคัญที่จะช่วยกำกับติดตามนโยบายจากส่วนกลาง
“ส่วนตำแหน่งอื่นๆ จะเน้นนำคนที่มีความสามารถมาสานต่องาน เพื่อให้การทำงานมีความต่อเนื่อง อย่างเช่น นายพีรศักดิ์ เคยทำงานอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มา 2 ปี เป็นต้น ส่วนตำแหน่งโฆษก ศธ. ที่เดิมนางเกศทิพย์รับหน้าที่นี้ อาจจะต้องหาคนเหมาะสมให้มารับตำแหน่งแทน เพราะคาดว่าตำแหน่งรองเลขาธิการ กพฐ.มีงานจำนวนมากและไม่มีเวลา” น.ส.ตรีนุช กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 30 สิงหาคม 2564
ข่าวเกี่ยวกัน
ครม.แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 8 ราย
มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 30 สิงหาคม 2564 อนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 8 ราย เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ และสับเปลี่ยนหมุนเวียน ดังนี้
· นายอรรถพล สังขวาสี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
· นายวัลลพ สงวนนาม ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
· นางเกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
· นายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
· นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวง
· นายสวัสดิ์ ภู่ทอง ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
· เรืออากาศโท สมพร ปานดำ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาช่างอุตสาหกรรม (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณกรรมการการอาชีวศึกษา
· นายพีรศักดิ์ รัตนะ รองเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานปลัดกระทรวง
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เป็นต้นไป
ที่มา ; ศธ.360 องศา
คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญระดับบริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการจำนวน 8 ราย เพื่อทดแทนผู้เกษียณอายุและปรับหมุนเวียนตำแหน่ง โดยยึดหลัก “จัดคนให้เหมาะกับงาน” และเน้นความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของประเทศ การแต่งตั้งครั้งนี้ให้ความสำคัญกับภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ เช่น การจัดทำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ การพัฒนากำลังคน โดยเฉพาะสายอาชีวศึกษา และการจัดทำแผนการศึกษาชาติให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงการส่งเสริมการรีสกิลและอัพสกิลกำลังคน
นอกจากนี้ บทบาทของผู้ตรวจราชการกระทรวงถูกเน้นว่าเป็นกลไกสำคัญในการติดตาม กำกับ และถ่ายทอดนโยบายจากส่วนกลางสู่การปฏิบัติให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนและสถานการณ์โควิด-19 การโยกย้ายจึงไม่ใช่การลดบทบาท แต่เป็นการใช้ศักยภาพบุคลากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกัน การแต่งตั้งยังคำนึงถึงประสบการณ์เดิมของบุคคล เพื่อให้สามารถสานต่องานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนแนวคิดการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ ความเหมาะสม และความต่อเนื่องของนโยบาย
ข้อ 1 หลักสำคัญที่สุดของการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้คือข้อใด
ก. ความอาวุโส
ข. ความใกล้ชิดผู้บริหาร
ค. ความเหมาะสมกับงาน
ง. ความต้องการส่วนบุคคล
ข้อ 2 การแต่งตั้งนายอรรถพลสะท้อนความสำคัญด้านใด
ก. การศึกษาเอกชน
ข. การอาชีวศึกษาและกำลังคน
ค. การศึกษาปฐมวัย
ง. การศึกษานานาชาติ
ข้อ 3 บทบาทผู้ตรวจราชการกระทรวงคือข้อใด
ก. กำหนดนโยบายใหม่
ข. อนุมัติงบประมาณ
ค. ติดตามและกำกับนโยบาย
ง. จัดทำหลักสูตร
ข้อ 4 การหมุนเวียนตำแหน่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร
ก. ลดงบประมาณ
ข. เพิ่มอำนาจ
ค. สร้างความต่อเนื่องและประสิทธิภาพ
ง. ลดจำนวนบุคลากร
ข้อ 5 กรอบคุณวุฒิแห่งชาติเกี่ยวข้องกับเรื่องใดมากที่สุด
ก. การสอบแข่งขัน
ข. การจัดลำดับโรงเรียน
ค. การพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย
ง. การประเมินครู
ข้อ 6 หากหน่วยปฏิบัติไม่เข้าใจนโยบาย ควรแก้ปัญหาอย่างไร
ก. ออกกฎเพิ่ม
ข. เปลี่ยนผู้บริหาร
ค. เสริมบทบาทติดตามและสื่อสาร
ง. ลดนโยบาย
ข้อ 7 การพิจารณาประสบการณ์เดิมของบุคคลมีประโยชน์อย่างไร
ก. ลดเวลาเรียนรู้
ข. เพิ่มเงินเดือน
ค. ลดความขัดแย้ง
ง. เพิ่มตำแหน่ง
ข้อ 8 แนวคิด Reskill/Upskill สอดคล้องกับข้อใด
ก. ลดจำนวนแรงงาน
ข. พัฒนาทักษะใหม่
ค. เพิ่มการสอบ
ง. ลดหลักสูตร
ข้อ 9 การโยกย้ายไม่ใช่ “การเข้ากรุ” เพราะเหตุใด
ก. ไม่มีผลต่อเงินเดือน
ข. ทุกตำแหน่งมีความสำคัญ
ค. เป็นคำสั่งชั่วคราว
ง. ไม่มีอำนาจ
ข้อ 10 ในมุมผู้บริหาร การแต่งตั้งที่ดีควรยึดอะไร
ก. ความพอใจ
ข. ความสัมพันธ์
ค. ผลสัมฤทธิ์องค์กร
ง. ความนิยม
คลิกเฉลย >>>
