สมาชิกเข้าสู่ระบบ

บอร์ด กพฐ. หนุน 4 แนวทางสร้างความเสมอภาคการศึกษา

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ศ.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ กพฐ.เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตามที่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 7 ด้าน ได้แก่ อนุกรรมการด้านความเสมอภาคและโอกาสทางการศึกษา อนุกรรมการด้านคุณภาพและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ อนุกรรมการด้านความปลอดภัย อนุกรรมการด้านการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ อนุกรรมการด้านการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา อนุกรรมการด้านการพัฒนาผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ และอนุกรรมการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น ที่ประชุมได้รับรายงานจากคณะอนุกรรมการด้านความเสมอภาคและโอกาสทางการศึกษา ซึ่งได้มีการนำเสนอรูปแบบแนวทางเกี่ยวกับการนำเด็กเข้าเรียน การป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาของผู้เรียน ช่วยเหลือเด็กตกหล่นและออกกลางคันให้ได้รับการศึกษา รวมทั้งการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษา 

ประธาน กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้คณะอนุกรรมการฯชุดดังกล่าวได้นำเสนอกรอบแนวทางการดำเนินงานเรื่องสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาใน 4 ประเด็น ได้แก่

          1. การดำเนินงานเกี่ยวกับการนำเด็กเข้าเรียน

          2. การป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาของผู้เรียน

          3. การช่วยเหลือเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคันให้ได้รับการศึกษา และ

          4. การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา

ซึ่งมีแนวทางขับเคลื่อน ดังนี้

     1. จัดทำฐานข้อมูลนักเรียนรายบุคคล

     2. เชื่อมโยงข้อมูลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาของทุกหน่วยงานอย่างแท้จริงในการสร้างโอกาสทางการศึกษาภายในระยะเวลา 1-2 ปีจะต้องสำเร็จ

     3. ส่งเสริมระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่เข้มแข็ง

     4. การปรับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับนโยบายการช่วยเหลือเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคัน

    5. การส่งเสริมการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ

 

อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้รับทราบการนำเสนอข้อมูลดังกล่าวและจะนำไปเป็นแนวทางการสร้างโอกาสทางการศึกษาต่อไป 

"บัณฑิต" เผย บอร์ด กพฐ.หนุน 4 แนวทางสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ช่วยเหลือเด็กตกหล่นและออกกลางคันให้ได้รับการศึกษา 

ที่มา ; เดลินิวส์ 11 เมษายน 2565 

สรุปสาระสำคัญ

ในการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) มีการรายงานความก้าวหน้าการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 7 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาอย่างรอบด้าน โดยคณะอนุกรรมการด้านความเสมอภาคและโอกาสทางการศึกษาได้นำเสนอแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มุ่งเน้นการนำเด็กเข้าเรียน ป้องกันการหลุดออกจากระบบ และช่วยเหลือเด็กตกหล่นและออกกลางคัน กรอบการดำเนินงานประกอบด้วย 4 ประเด็น ได้แก่ การนำเด็กเข้าเรียน การป้องกันการหลุดออก การช่วยเหลือเด็กนอกระบบ และการเพิ่มโอกาสเข้าถึงการศึกษา แนวทางขับเคลื่อนสำคัญคือการจัดทำฐานข้อมูลนักเรียนรายบุคคล การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และการปรับการวัดผลให้ยืดหยุ่น รวมทั้งการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางดังกล่าวเพื่อใช้เป็นกลไกสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและลดปัญหาเด็กตกหล่นในระบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กทุกกลุ่มอย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 1–2 ปี พร้อมผลักดันการดำเนินงานผ่านความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงระบบที่ยั่งยืน และติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ ในภาพรวมไทย

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิดหลักของการดำเนินงานของ กพฐ. ในบทความนี้คือข้อใด
ตอบ A

A. การสร้างความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
B. การเพิ่มจำนวนโรงเรียนขนาดใหญ่
C. การลดจำนวนครูในระบบ
D. การเน้นการสอบแข่งขันระดับชาติ

เฉลย: A
เหตุผล: เนื้อหามุ่งเน้นความเท่าเทียม ลดเด็กหลุดระบบ และเพิ่มโอกาสทางการศึกษา

ข้อ 2

เครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบคือข้อใด
ตอบ B

A. การเพิ่มข้อสอบมาตรฐาน
B. ฐานข้อมูลนักเรียนรายบุคคล
C. การเพิ่มเวลาเรียน
D. การลดหลักสูตร

เฉลย: B
เหตุผล: ใช้ข้อมูลรายบุคคลเพื่อติดตามและช่วยเหลือได้ตรงจุด

ข้อ 3

การป้องกันเด็กออกกลางคันควรดำเนินการโดยวิธีใด
ตอบ C

A. เพิ่มบทลงโทษนักเรียน
B. ลดกิจกรรมโรงเรียน
C. ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่เข้มแข็ง
D. เพิ่มคะแนนสอบ

เฉลย: C
เหตุผล: ระบบดูแลช่วยเหลือช่วยติดตามและแก้ปัญหาเชิงป้องกัน

ข้อ 4

แนวทาง “ยืดหยุ่นในการวัดผล” มีความสำคัญอย่างไร
ตอบ D

A. ลดภาระครู
B. เพิ่มการแข่งขัน
C. ใช้แทนหลักสูตรทั้งหมด
D. รองรับผู้เรียนหลากหลายและลดการหลุดระบบ

เฉลย: D
เหตุผล: ทำให้ผู้เรียนที่มีข้อจำกัดยังเรียนต่อได้

ข้อ 5

การใช้เทคโนโลยีในการศึกษาในบทความมีเป้าหมายหลักเพื่ออะไร
ตอบ A

A. เพิ่มการเข้าถึงการเรียนรู้คุณภาพ
B. ลดจำนวนครู
C. เพิ่มค่าใช้จ่ายโรงเรียน
D. เปลี่ยนการสอบเป็นออนไลน์ทั้งหมด

เฉลย: A
เหตุผล: เทคโนโลยีช่วยเพิ่มโอกาสและคุณภาพการเรียนรู้

ข้อ 6

เหตุใดจึงต้องเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
ตอบ B

A. เพื่อเพิ่มความซับซ้อนระบบ
B. เพื่อช่วยติดตามเด็กหลุดระบบอย่างมีประสิทธิภาพ
C. เพื่อเพิ่มเอกสาร
D. เพื่อจำกัดข้อมูลครู

เฉลย: B
เหตุผล: การเชื่อมโยงข้อมูลทำให้ช่วยเหลือเด็กได้ครบถ้วน

ข้อ 7

กรอบการดำเนินงานสำคัญ 4 ประเด็นมีจุดร่วมคือข้อใด
ตอบ C

A. การเพิ่มการแข่งขัน
B. การลดจำนวนโรงเรียน
C. การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา
D. การเน้นสอบวัดผล

เฉลย: C
เหตุผล: ทุกประเด็นมุ่งเพิ่มโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำ

ข้อ 8

เป้าหมายระยะเวลาในการดำเนินงานคือเท่าใด
ตอบ D

A. 3–5 ปี
B. 5–10 ปี
C. 6 เดือน
D. 1–2 ปี

เฉลย: D
เหตุผล: ระบุชัดเจนในบทความว่าต้องสำเร็จใน 1–2 ปี

ข้อ 9

การจัดทำฐานข้อมูลนักเรียนรายบุคคลช่วยแก้ปัญหาใดมากที่สุด
ตอบ A

A. เด็กหลุดจากระบบการศึกษา
B. การขาดครู
C. การขาดอาคารเรียน
D. การสอบไม่ผ่าน

เฉลย: A
เหตุผล: ใช้ติดตามเด็กตกหล่นและออกกลางคัน

ข้อ 10

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานยั่งยืนคือข้อใด
ตอบ B

A. การแข่งขันระหว่างโรงเรียน
B. ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
C. การเพิ่มข้อสอบ
D. การลดบทบาทเทคโนโลยี

เฉลย: B
เหตุผล: ความร่วมมือหลายหน่วยงานทำให้เกิดผลเชิงระบบและยั่งยืน

 
 

ความเห็นของผู้ชม