สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เสนอตั้งองค์กรอิสระ เพื่อยกระดับการจัดการศึกษา

นายดิเรก พรสีมา ประธานสมัชชาเครือข่ายครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย และคณะสมัชชาเครือข่ายครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.ค.ค.ท) ได้เดินทางยังรัฐสภา เพื่อเข้าหารือกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มีความสนใจและทำงานในด้านการบริหารจัดการด้านการศึกษา โดยมี ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่เป็นประธานในการหารือที่เกิดขึ้น ในประเด็น ความไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....

โดยทาง ส.ค.ค.ท มีความเห็นว่า ปัจจุบัน มีหลายฝ่ายกำลังดำเนินการเสนอข้อคิดเห็น ตลอดจน ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับที่ทางคณะยกร่างขึ้น เพื่อให้รัฐสภานำไปพิจารณาก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมายแม่บททางการศึกษาของประเทศ  ส.ค.ค.ท. ได้ศึกษาร่างของหน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ ที่เสนอให้รัฐสภาพิจารณาแล้ว เห็นว่าร่างต่าง ๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นโดยปราศจากการมีส่วนร่วมและรับรู้อย่างแท้จริงของครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษา นอกจากนั้น สาระของกฎหมายส่วนใหญ่ยังตอบสนองความต้องการของเยาวชนและผู้ปกครองจากสังคมชั้นสูงในสถานศึกษาที่ให้บริการแก่นักเรียนจากครอบครัวของบุคคลชั้นสูง จึงมีความกังวลว่า ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่จะประกาศใช้จะไม่ได้รับความร่วมมือจากครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และผู้ปกครองส่วนใหญ่ของประเทศ ก่อให้เกิดความล้มเหลวในการพัฒนาคุณภาพคนไทยและเยาวชนไทย รวมทั้งความล้มเหลวต่อการนำกฎหมายไปปฏิบัติมากกว่า พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ เสียอีก

ด้าน ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ได้สรุปประเด็นที่ทาง ส.ค.ค.ท กังวลต่อร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....  ออกมาใน 3 ประเด็น คือ

หนึ่ง เรื่องของโครงสร้างการบริหารจัดการด้านการศึกษาที่ล้าสมัย

สอง เรื่องของการกระจายอำนาจที่ไม่เอื้อให้โรงเรียนได้บริหารจัดการอย่างเต็มที่ และ

สาม เรื่องของคุณภาพของครู และผู้บริหารโรงเรียน ที่ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างมีศักยภาพ

ก่อนที่จะชี้ไปที่กลไกในการยกระดับการบริหารจัดการด้านการศึกษาตามที่ทาง ส.ค.ค.ท. นำเสนอว่า มีความเกี่ยวเนื่องกับระบบของงบประมาณ ระบบของการบริหารวิชาการ และระบบของการบริหารคน ที่อยู่ภายใต้การขับเคลื่อนของหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ

ถ้าต้องการการบริหารจัดการด้านการศึกษาที่ทันสมัย มีการกระจายอำนาจอย่างทั่วถึง และให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพของครู และผู้บริหารโรงเรียน ก็ต้องไปทำให้ระบบของงบประมาณ ระบบของการบริหารวิชาการ และระบบของการบริหารคน ของ ศธ. ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้

ซึ่งทาง ศธ. หรือรัฐบาล ต้องยินดีที่จะให้พวกเรามีตัวประกันที่จะทำหน้าที่ในการรับรองว่า ทั้งหมดที่ว่ามานี้จะเกิดขึ้นได้ และจับต้องได้จริง ขับเคลื่อนการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ บนความทั่วถึง และเป็นธรรม โดยมีผลลัพธ์คือการเรียนรู้ที่มีคุณภาพของนักเรียน อาทิ การก่อตั้งองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ในการให้คำปรึกษา และวางแผนเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านการศึกษาขึ้นมา ในรูปแบบเดียวกับ TDRI ที่ทำงานคู่ขนานไปกับหน่วยงานของรัฐ 

ที่มา ; แนวหน้า วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

สรุปสาระสำคัญ

บทความ นี้ กล่าว ถึง การ เข้าพบ รัฐสภา ของ นาย ดิเรก พรสีมา และ สมัชชา เครือข่าย ครู และ บุคลากร ทาง การศึกษา แห่ง ประเทศไทย เพื่อ หารือ เกี่ยว กับ ร่าง พระราชบัญญัติ การศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. .... โดย แสดง ความ กังวล ว่า ร่าง กฎหมาย จาก หลาย ฝ่าย ขาด การ มี ส่วนร่วม ของ ครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง และ บุคลากร ทาง การศึกษา อย่าง แท้จริง และ อาจ เอื้อ ประโยชน์ ต่อ กลุ่ม สังคม ชั้น สูง ส่งผล ให้ เกิด ความ ไม่ เป็นธรรม และ เสี่ยง ต่อ ความ ล้มเหลว ใน การ นำ ไป ปฏิบัติ คล้าย หรือ มากกว่า พ.ร.บ. ปี 2542 ส.ค.ค.ท เห็น ว่า ปัญหา หลัก คือ โครงสร้าง การ บริหาร ที่ ล้าสมัย การ กระจาย อำนาจ ที่ ไม่ เพียงพอ และ การ พัฒนา คุณภาพ ครู และ ผู้บริหาร ที่ ยัง ไม่ มี ประสิทธิภาพ พร้อม เสนอ ให้ ปรับ ระบบ งบประมาณ วิชาการ และ การ บริหาร บุคลากร ภาย ใต้ กระทรวง ศึกษาธิการ และ เสนอ ให้ ตั้ง องค์กร อิสระ แบบ TDRI เพื่อ เป็น กลไก สนับสนุน การ วางแผน และ ยกระดับ การ บริหาร การศึกษา ให้ มี ประสิทธิภาพ ทั่วถึง และ เป็นธรรม โดย มี เป้าหมาย เพื่อ คุณภาพ การ เรียนรู้ ของ นักเรียน เน้น การ ทำ งาน ร่วม กัน ระหว่าง รัฐ และ ภาค การศึกษา เพื่อ ลด ความ เหลื่อมล้ำ และ เพิ่ม ประสิทธิผล ของ ระบบ การศึกษา ไทย อย่าง ยั่งยืน และ โปร่งใส บน หลัก ธรรมาภิบาล และ การ มี ส่วนร่วม ทุก ภาคส่วน สำคัญ

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

ประเด็นสำคัญที่สุดที่ ส.ค.ค.ท. กังวลต่อร่าง พ.ร.บ. คือข้อใด
ก. งบประมาณไม่เพียงพอ
ข. ขาดการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ค. การใช้เทคโนโลยีไม่ทันสมัย
ง. การขาดครูในชนบท

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นว่าร่างกฎหมาย “ขาดการมีส่วนร่วม” ของครู ผู้บริหาร และผู้ปกครอง

 

ข้อ 2

ผลกระทบที่ ส.ค.ค.ท. กังวลมากที่สุดคืออะไร
ก. การลดจำนวนโรงเรียน
ข. ความล้มเหลวในการนำกฎหมายไปใช้
ค. การเพิ่มภาระนักเรียน
ง. การขาดงบวิจัย

เฉลย: ข
เหตุผล: หากขาดการมีส่วนร่วม จะทำให้การปฏิบัติจริงล้มเหลว

 

ข้อ 3

ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ถูกกล่าวถึงคือข้อใด
ก. หลักสูตรไม่ทันสมัย
ข. ระบบสอบแข่งขันสูง
ค. โครงสร้างการบริหารล้าสมัย
ง. ครูไม่พอ

เฉลย: ค
เหตุผล: ระบุชัดว่า “โครงสร้างการบริหารล้าสมัย”

 

ข้อ 4

ข้อเสนอสำคัญของ ส.ค.ค.ท. คืออะไร
ก. เพิ่มจำนวนครู
ข. ลดโรงเรียนขนาดเล็ก
ค. ตั้งองค์กรอิสระคล้าย TDRI
ง. ยกเลิกการสอบครู

เฉลย: ค
เหตุผล: เสนอองค์กรอิสระเพื่อสนับสนุนการวางแผนการศึกษา

 

ข้อ 5

การกระจายอำนาจที่ไม่เหมาะสมส่งผลต่ออะไร
ก. คุณภาพนักเรียน
ข. การบริหารโรงเรียนอย่างเต็มที่
ค. การเงินส่วนบุคคล
ง. จำนวนครูต่างชาติ

เฉลย: ข
เหตุผล: ระบุว่าการกระจายอำนาจไม่เอื้อต่อโรงเรียน

 

ข้อ 6

ระบบใดที่ต้องปรับเพื่อยกระดับการศึกษา
ก. ระบบกีฬา
ข. ระบบงบประมาณ วิชาการ และบุคลากร
ค. ระบบอาหารกลางวัน
ง. ระบบคมนาคม

เฉลย: ข
เหตุผล: ทั้ง 3 ระบบเป็นกลไกหลักของกระทรวงศึกษาธิการ

 

ข้อ 7

เป้าหมายสูงสุดของข้อเสนอคืออะไร
ก. เพิ่มจำนวนโรงเรียน
ข. ลดค่าใช้จ่ายรัฐ
ค. คุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน
ง. เพิ่มตำแหน่งผู้บริหาร

เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งผลลัพธ์สุดท้ายคือคุณภาพผู้เรียน

 

ข้อ 8

แนวคิด “ธรรมาภิบาล” ในบทความหมายถึงอะไร
ก. การควบคุมเข้มงวด
ข. การบริหารแบบมีส่วนร่วม โปร่งใส
ค. การรวมศูนย์อำนาจ
ง. การลดงบประมาณ

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นความโปร่งใสและมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน

 

ข้อ 9

เหตุผลที่ตั้งองค์กรอิสระคืออะไร
ก. ลดงานครู
ข. เพิ่มอำนาจรัฐ
ค. สนับสนุนการวางแผนและประสิทธิภาพ
ง. ลดจำนวนผู้บริหาร

เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อช่วยวางแผนและพัฒนาระบบการศึกษา

 

ข้อ 10

ข้อใดสะท้อนการตัดสินใจเชิงนโยบายที่เหมาะสมที่สุด
ก. ออกกฎหมายโดยไม่รับฟัง
ข. รวมศูนย์อำนาจทั้งหมด
ค. ใช้ข้อมูลและผู้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย
ง. ลดบทบาทครู

เฉลย: ค
เหตุผล: สอดคล้องหลักการมีส่วนร่วมและประสิทธิภาพเชิงระบบ

ความเห็นของผู้ชม