สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M170_ผ่าปีแห่งวิกฤต ‘การศึกษา’ สารพัดปัญหาจ่อคิวรับปี ‘เสือดุ’

ผ่านพ้นปีฉลู 2564 ก้าวสู่ปีเสือดุ 2565 ประเทศไทยยังคงต้องสู้กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เช่นเดียวกับทั่วโลก โดยในส่วนของ แวดวงการศึกษา เรียกว่าวิกฤตหนักมา 2 ปี นักเรียน ผู้ปกครอง และครู ต้องปรับตัวใช้ชีวิตวิถีใหม่ หรือนิว นอร์มอล นักเรียนต้องเรียนออนไลน์ ครูต้องสอนผ่านออนไลน์ ส่วนผู้ปกครอง ต้องเวิร์กฟรอมโฮม…

ย้อนไปดูภาพรวมตลอดทั้งปี 2564 ที่ผ่านมา การศึกษาไทยยังคงความไม่แน่นอน นอกจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องฝ่าฟันแล้ว ช่วงต้นปียังมีเรื่องให้ต้องเปลี่ยนม้ากลางศึก หลัง ครูตั้น’ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เจออุบัติเหตุทางการเมือง พ้นจากตำแหน่งตามคำพิพากษาของศาล ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 

บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จัดทัพใหม่ ส่ง ครูเหน่ง’ ตรีนุช เทียนทอง รับไม้ต่อ นั่งแท่นเสมา 1 ทำงานร่วมกับ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และ  ครูโอ๊ะ’ กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ซึ่งขาเก้าอี้ยังแข็งแรงไม่หวั่นไหวมานานกว่า 2 ปี 

ถือเป็นการรวมดาวรัฐมนตรี สาว..สาว..สาว.. ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ศธ.

ประเมินผลงานกว่า 8 เดือน ของ ครูเหน่ง” หลังเข้ารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ในช่วงเดือนมีนาคม 2564 เปิดตัวด้วย 12 นโยบาย และ 7 วาระเร่งด่วน เลือก ชูธง” แก้ปัญหาความปลอดภัยในสถานศึกษา เป็นเรื่องแรก เหตุเพราะอยากจะผลักดันเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาให้เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนต่างๆ ที่มีการจัดทำข้อเสนอให้ปรับระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน และครู
แต่ก็ยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม ส่วนหนึ่งอาจเพราะยังต้องตามแก้ปัญหาวิกฤตคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะการ เรียนออนไลน์” ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งโดนข้อหาทำให้เกิดภาวะ Learning Loss หรือความรู้ถดถอย เกิดความเครียดทั้งเด็ก และผู้ปกครอง ตามมาด้วยปัญหาความเหลื่อมล้ำ เด็กออกกลางคัน …

นำมาสู่การตัดสินใจให้โรงเรียนที่พร้อมเปิด เรียนออนไซต์” ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ควบคู่ไปกับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับเด็กๆ อายุ 12-18 ปี ซึ่งวันนี้ฉีดไปแล้วกว่า 98% 

ปัญหา เด็กออกกลางคัน” ถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายเร่งด่วน ซึ่งมาโผล่ให้เร่งแก้ในช่วงปลายปี ทำให้หน่วยงานหลักในการจัดการศึกษา ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ต้องระดมสมองเพื่อค้นหาเด็กเหล่านี้กลับเข้าสู่การศึกษาให้มากที่สุด 

จากข้อมูลผู้เรียนในสังกัด ศธ.ที่ออกกลางคันภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ดังนี้ กศน. 1,483 คน, สช. 2,578 คน, สอศ.แบ่งเป็น รัฐ 16,690 คน เอกชน 18,161 คน และ สพฐ.แบ่งเป็น กลุ่มเด็กทั่วไป 5,621 คน กลุ่มเด็กพิการ 7,137 คน กลุ่มรอยต่อ 14,953 คน รวมมีนักเรียน/นักศึกษา ออกกลางคันทุกสังกัด 66,623 คน

ส่วนนโยบายอื่นๆ แม้จะยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม แต่ก็มีเรื่องดีๆ ให้พอชื่นใจ เมื่อสภาผู้แทนราษฎรลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ถือเป็นโรดแมปสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ หลังรอนานกว่า 7 ปี แต่ก็ยังต้องลุ้น 

หากไม่ผ่าน..ก็คงต้องนับหนึ่งใหม่ แม้จะนำร่าง พ.ร.บ.เก่ามาปัดฝุ่น แต่ก็คงใช้เวลาอีกนานพอสมควรต่อมาคือ “คุณหญิงกัลยา” กว่า 2 ปี ยังคงเดินหน้าผลักดันการเรียน “โค้ดดิ้ง” และวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยมีการอบรมครูไปแล้วกว่า 3 แสนคน ส่วนการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี จัดทำโครงการสร้างมิติใหม่การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ผสมผสานศาสตร์และศิลป์ เปลี่ยน STEM เป็น STEAM วิทยาศาสตร์พลังสิบ ลด ความเหลื่อมล้ำ สร้าง Citizen Science ให้เกิดขึ้น ขยายโอกาสให้นักเรียนได้เรียนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างกว้างขวาง โดยจะเน้นการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการปฏิบัติ ประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน 

ขณะที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) สังกัด สอศ.จำนวน 47 แห่ง ซึ่งเป็นหนึ่งงานที่เสมา 2 กำกับดูแล ได้นำทฤษฎี และแนวปฏิบัติของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาพัฒนาป็นหลักสูตร ชลกร” คือหลักสูตรสำหรับผู้บริหารจัดการน้ำ ซึ่งผู้ที่เรียนหลักสูตรนี้ จะมีความรู้หลากหลาย มีความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยา ความเรื่องฝน เพื่อที่จะสามารถบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้

และท้ายสุด ครูพี่โอ๊ะ” นอกจากดูแลการจัดการศึกษาเอกชนและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งยังคงเดินหน้า นโยบาย “กศน. สช. WOW WOW ก้าวสู่ยุคดิจิทัล” อย่างต่อเนื่อง 

ยังมีอีกหนึ่งผลงานที่แอบดันเงียบๆ แต่ได้เข้าเป้า คือ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วาระแรกไปแล้วแบบ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งปี 2565 ยังคงต้องลุ้น หากไม่สะดุดเพราะการเมืองเสียก่อน เชื่อว่าไม่มีปัญหาแน่นอน

โดยกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นการพลิกโฉม กศน.” คือดึง กศน.พ้นอกสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ปรับการบริหารงานในรูปแบบนิติบุคคล เพื่อให้มีความอิสระ คล่องตัว ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กำหนด ให้การศึกษานอกระบบเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนากำลังคนของประเทศ รองรับการศึกษาตลอดชีวิต ที่ต้องปรับให้ทันกระแสโลก… 

สรุปผลงาน 3 สาวรัฐมนตรี ศธ.ในปี 2564 ไม่ขี้เหร่นัก ให้คะแนนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่เรียกว่ามากันแบบวันต่อวัน ทั้งปัญหาการเรียนออนไลน์ นักเรียนติดโควิด-19 ที่ต้องจับมือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ปรับแผนกันทุกระยะ แม้นโยบายหลักจะยังไม่เห็นผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน

หรือกรณีที่ต้องรับมือกับสารพัด ม็อบนักเรียน” ที่ออกมาเรียกร้องให้ ศธ.แก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งเรื่องทรงผม ชุดนักเรียน ความเท่าเทียมทางเพศ หลักสูตร และสารพัดปัญหา ที่ถูกซุกอยู่ใต้พรมมาช้านาน…

ปี’65 ว่ากันว่าเป็นปีเสือดุ คงต้องจับตากันต่อ เพราะมีหลายงานหินทีต้องพิสูจน์ฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 2 ฉบับใหญ่ ทั้งร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. … ยังไม่นับรวมกฎหมายลูกอีกหลายฉบับที่ต้องเร่งคลอดให้ทัน

สำคัญที่สุด คือ “คุณภาพการศึกษา” ที่ขณะนี้วิกฤตหนัก และโคม่าขึ้นเรื่อยๆ 

มติชนออนไลน์ วันที่ 1 มกราคม 2565  

 

สรุปสาระสำคัญ

บทความสะท้อนภาพรวมการศึกษาไทยในปี 2564 ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวสู่ “วิถีใหม่” โดยเฉพาะการเรียนออนไลน์ที่ก่อให้เกิดปัญหา Learning Loss ความเครียด และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา รวมถึงปัญหาเด็กออกกลางคันจำนวนมากกว่า 66,000 คน นอกจากนี้ยังเกิดความไม่ต่อเนื่องเชิงนโยบายจากการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นโยบายสำคัญ เช่น การเน้นความปลอดภัยในสถานศึกษา การเปิดเรียนออนไซต์ควบคู่การฉีดวัคซีน และการติดตามเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน ขณะที่การผลักดันกฎหมายสำคัญ เช่น ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ ถือเป็นความหวังในการปฏิรูปการศึกษา

ด้านการพัฒนา มีความพยายามลดความเหลื่อมล้ำผ่านการส่งเสริม Coding, STEAM และการศึกษาตลอดชีวิต รวมถึงหลักสูตรเฉพาะทาง เช่น “ชลกร” อย่างไรก็ตาม ปัญหาคุณภาพการศึกษายังคงอยู่ในระดับวิกฤต

โดยสรุป แม้มีความพยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี แต่การพัฒนาระยะยาวยังต้องเร่งผลักดันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะด้านคุณภาพ ความเท่าเทียม และความต่อเนื่องของนโยบาย

ข้อสอบ

ข้อ 1 ปัญหาหลักจากการเรียนออนไลน์ในช่วงโควิด-19 คือข้อใด
ก. การขาดแคลนครู
ข. ความรู้ถดถอย (Learning Loss)
ค. งบประมาณไม่เพียงพอ
ง. หลักสูตรล้าสมัย

ข้อ 2 นโยบายเร่งด่วนที่ถูกยกเป็นอันดับแรกคืออะไร
ก. ปรับหลักสูตร
ข. เพิ่มเงินเดือนครู
ค. ความปลอดภัยในสถานศึกษา
ง. ลดเวลาเรียน

ข้อ 3 การเปิดเรียนออนไซต์ควบคู่กับมาตรการใด
ก. แจกแท็บเล็ต
ข. ฉีดวัคซีน
ค. ลดเวลาเรียน
ง. เพิ่มการสอบ

ข้อ 4 ปัญหา “เด็กออกกลางคัน” สะท้อนถึงเรื่องใดมากที่สุด
ก. คุณภาพครู
ข. ความเหลื่อมล้ำ
ค. หลักสูตรยากเกินไป
ง. การบริหารโรงเรียน

ข้อ 5 การผลักดัน Coding และ STEAM มีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. เพิ่มการแข่งขัน
ข. ลดความเหลื่อมล้ำ
ค. ลดภาระครู
ง. เพิ่มคะแนนสอบ

ข้อ 6 ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ มีจุดเด่นสำคัญคืออะไร
ก. เพิ่มวิชาบังคับ
ข. ยกเลิกการสอบ
ค. ทำให้ กศน. มีความอิสระ
ง. ลดงบประมาณ

ข้อ 7 การเปลี่ยนรัฐมนตรีส่งผลอย่างไร
ก. เพิ่มงบประมาณ
ข. นโยบายไม่ต่อเนื่อง
ค. ลดปัญหาโควิด
ง. เพิ่มคุณภาพทันที

ข้อ 8 หลักสูตร “ชลกร” เน้นพัฒนาเรื่องใด
ก. ภาษา
ข. เทคโนโลยี
ค. การจัดการน้ำ
ง. การเงิน

ข้อ 9 บทบาทของกฎหมายการศึกษาใหม่คืออะไร
ก. ลดจำนวนโรงเรียน
ข. เป็นโรดแมปปฏิรูปการศึกษา
ค. เพิ่มการสอบแข่งขัน
ง. ลดบทบาทครู

ข้อ 10 แนวทางแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. เพิ่มการสอบ
ข. ใช้เทคโนโลยีอย่างเดียว
ค. บูรณาการนโยบายระยะสั้นและยาว
ง. ลดเวลาเรียน

คลิกเฉลย >>>

 

ความเห็นของผู้ชม