
29 พฤศจิกายน 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ครม.ได้มีมติประกาศกำหนด 11 จังหวัดให้เป็นพื้นที่ปฏิรูปการบริหารและการจัดการศึกษาเพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมการศึกษา ตามที่คณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบแล้ว ดังนี้ จังหวัดสุโขทัย แม่ฮ่องสอน กระบี่ ตราด สระแก้ว กรุงเทพมหานคร จันทบุรี ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี และ อุบลราชธานี
ทั้งนี้ เป็นการประกาศเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มี 8 จังหวัดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้แก่ ศรีสะเกษ เชียงใหม่ ระยอง กาญจนบุรี นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสตูล

รมว.ศธ. ระบุว่า หลังจากที่ทั้ง 11 จังหวัดได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดของแต่งละจังหวัด จะแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อดำเนินการสรรหา และจัดส่งรายชื่อคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาของแต่ละจังหวัด ไม่เกิน 21 คน ส่งมายังสำนักงานบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา(สบน.) เพื่อเสนอขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตาม พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 เกิดจาก 2 แนวคิดหลัก คือ
1. Bottom-Up Solution แนวคิดการสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยการลองผิดลองถูกของผู้ปฏิบัติในพื้นที่ต่าง ๆ และ
2. Sandbox (กระบะทราย) แนวคิดการสร้างพื้นที่ที่มีปัจจัยเกื้อหนุนให้ผู้ปฏิบัติสามารถทำการทดลองเพื่อสร้างนวัตกรรมได้
ดังนั้น พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จึงเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องกล้าทดลองทำสิ่งใหม่ ๆแก้ปัญหาด้วยแนวคิดใหม่ หากล้มเหลว ไม่ประสบผลสำเร็จก็ลุกขึ้นมาปรับปรุงทดลองพัฒนาใหม่ จนกว่าจะได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดี ซึ่งทั้ง 11 จังหวัดดังกล่าวก็ได้ดำเนินการเสนอความพร้อมและคำขอจัดตั้งตามกระบวนการและผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาแล้วว่ามีความพร้อมที่จะใช้แนวคิด Sandbox ในการนำร่องยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียนและลดความเหลื่อมล้ำ โดยการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่
ปัจจุบันมีสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 8 จังหวัด มีจำนวนทั้งสิ้น 541 โรงเรียน แยกเป็น สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 444 โรงเรียน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 45 โรงเรียน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 52 โรงเรียน โดยตั้งอยู่ในจังหวัดศรีสะเกษ 163 โรงเรียน เชียงใหม่ 104 โรงเรียน ระยอง 82 โรงเรียน กาญจนบุรี 60 โรงเรียน นราธิวาส 53 โรงเรียน ปัตตานี 32 โรงเรียน ยะลา 30 โรงเรียน และสตูล 17 โรงเรียน
ซึ่งจากการติดตามผลการดำเนินงานของ 8 จังหวัด ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เป็นที่น่าพอใจ โดยพบว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ เช่น กฎระเบียบส่วนใหญ่ได้รับการปลดล็อกแล้วโดยเฉพาะวิชาการ, จังหวัดมีเอกลักษณ์ มีส่วนร่วมในการพัฒนา, โรงเรียนนำร่องที่เปลี่ยนแปลงเด่นวิชาการ, มีการปรับหลักสูตร 89% , เลือกสื่อได้อิสระ 65% , ปรับการวัดและประเมินผล 78%
ทั้งนี้ ส่งผลให้เด็ก ๆได้รับโอกาสเรียนรู้แบบมีความหมายและประยุกต์ใช้ความรู้มากขึ้น มีกลไกเชิงพื้นที่รับฟังปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่ มีเป้าหมายร่วมกัน เกิดการมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบในการพัฒนา แสวงหา และเลือกนวัตกรรมที่หลากหลายมาใช้ ให้เหมาะสมกับปัญหาและสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การประเมินผลพื้นที่ทั้งระบบอยู่ระหว่างการประเมินโดยคณะผู้ประเมินอิสระ ซึ่งจะสามารถสรุปผลได้ในสิ้นภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 นี้
ที่มา ; แนวหน้า 29 พฤศจิกายน 2565
ข่าวเกี่ยวกัน
ครม.ไฟเขียว11 จังหวัดนำร่อง พื้นที่นวัตกรรมศึกษา
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในกรุงเทพมหานคร และ 10 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย แม่ฮ่องสอน กระบี่ ตราด สระแก้ว จันทบุรี ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี และอุบลราชธานี มีสถานศึกษานำร่องรวมทั้งสิ้น 538 โรงเรียน
พื้นที่นวัตกรรมการศึกษานี้ เป็นพื้นที่การปฏิรูปการบริหารและการจัดการศึกษาเพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมการศึกษาในพื้นที่ระดับจังหวัด ซึ่งสถานศึกษานำร่องสามารถจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียน ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา กระจายอำนาจและให้อิสระแก่หน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษานำร่อง และสร้างและพัฒนากลไกในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมในพื้นที่
น.ส.รัชดากล่าวว่า ส่วนเกณฑ์การคัดเลือกจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พิจารณาจากความเหมาะสมและความพร้อมของจังหวัด การมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องและโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งมีกรุงเทพมหานคร และ 10 จังหวัด ที่ผ่านการคัดเลือก ดังนี้
1. กรุงเทพมหานคร รวม 54 โรงเรียน มีการกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน เช่น การคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ โดยปรับกรอบหลักสูตร อบรมพัฒนาครู เพิ่มทักษะ การใช้นวัตกรรมรูปแบบต่าง ๆ การให้อิสระกับสถานศึกษาในการวางแนวทางการบริหารบุคลากรและงบประมาณ มีการจัดตั้งภาคีเครือข่ายด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของเด็ก กทม.
น.ส.รัชดากล่าวว่า
2. สุโขทัย รวม 20 โรงเรียน มีการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยมุ่งเน้นไปที่เด็กด้อยโอกาส
3. แม่ฮ่องสอน รวม 19 โรงเรียน มีการรวมกลุ่มเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา แก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูและผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและผู้เรียนหลากหลายชาติพันธุ์ 4.กระบี่ รวม 38 โรงเรียน ส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้าใจตนเองและเลือกการศึกษาต่อตามความถนัดและความสนใจ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่
5. ตราด รวม 22 โรงเรียน มีสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพด้านจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ 6. สระแก้ว รวม 30 โรงเรียน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา พัฒนาคุณภาพผู้เรียนทั้งด้านวิชาการ ทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในพื้นที่
7.จันทบุรี รวม 28 โรงเรียน ปลดล็อกกฎระเบียบต่าง ๆ และมุ่งเน้นที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดการศึกษาด้วยตนเองโดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
8.ภูเก็ต รวม 32 โรงเรียน สร้างระบบการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาของพื้นที่และความต้องการของประชาชน เช่น มุ่งเน้นให้เด็กภูเก็ตทุกคนต้องพูดได้มากกว่า 2 ภาษา และแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ
9.สงขลา รวม 13 โรงเรียน มีสถานศึกษาที่มีผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็กอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากเข้าร่วมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองของ กสศ.
10.สุราษฎร์ธานี รวม 21 โรงเรียน ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและมุ่งเน้นให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยมีการศึกษาอย่างเท่าเทียม ช่วยเหลือเด็กตกหล่นและเด็กที่มีปัญหา ให้ได้เข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างเสมอภาค
11.อุบลราชธานี รวม 261 โรง จัดหลักสูตรที่ทันสมัยตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนตามสมรรถนะและบริบทของพื้นที่
น.ส.รัชดากล่าวว่า การจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเกิดขึ้นมาตั้งปี 2561 โดยในปีนั้นกระทรวงศึกษาได้กำหนดให้ 6 พื้นที่ 8 จังหวัด เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ประกอบด้วย สตูล ระยอง ศรีสะเกษ กาญจนบุรี เชียงใหม่ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส รวม 539 โรงเรียน และมีผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา
อาทิ นราธิวาส มีการพัฒนาหลักสูตรอิสลามศึกษาเพื่อจัดการศึกษาบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม และลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงการศึกษา สตูล มีการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมโครงงานบนฐานวิจัย 14 ขั้นตอน ช่วยให้เด็กมีความสามารถด้านการคิด การสื่อสาร และนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อ ให้ชุมชนได้ ระยอง มีการจัดตั้งสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัย (Rayong Inclusive Learning Academy : RILA) เพื่อเป็นกลไกการบริหารจัดการเพื่อการขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ของจังหวัด
ที่มา ; MSN
ข่าวเกี่ยวกัน
รู้จักกับ “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ล่าสุด 11 จังหวัด
กระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยเหตุผลที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 เห็นชอบการจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา* เพิ่มเติม 11 จังหวัด และเมื่อรวมกับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในปัจจุบันที่มีการจัดตั้งแล้ว 8 จังหวัด (ศรีสะเกษ เชียงใหม่ ระยอง กาญจนบุรี นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสตูล) ส่งผลให้ปัจจุบันมีพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา รวมทั้งสิ้น 19 จังหวัด
*พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา คือ พื้นที่การปฏิรูปการบริหารและการจัดการการศึกษาเพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมการศึกษาซึ่งเป็นพื้นที่ระดับจังหวัดที่สถานศึกษานำร่องสามารถจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ โดยสามารถมีการบริหารจัดการที่ยืดหยุ่นคล่องตัว ไม่ต้องอิงกับกฎระเบียบที่ไม่จำเป็นหรือไม่เอื้อจากส่วนกลาง มีกลไกการจัดการศึกษาระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม (รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.edusandbox.com)
จังหวัดสุโขทัย
มีการดำเนินโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมุ่งเน้นไปที่เด็กด้อยโอกาส และมีความพร้อมทำงานร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐอื่น รวมทั้งภาคีเครือข่ายที่พร้อมช่วยเหลือสนับสนุนการศึกษาในจังหวัด จึงมีความพร้อมและมีศักยภาพให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในจังหวัดเป็นสถานศึกษานำร่องทั้งจังหวัด
จังหวัดแม่ฮ่องสอน
อยู่ในพื้นที่สูงและพื้นที่ติดชายแดนและมีเด็กด้อยโอกาสจำนวนมาก มีผู้เรียนและประชาชนหลากหลายชาติพันธุ์ ขาดแคลนครูทำให้การเรียนรู้ของนักเรียนขาดความต่อเนื่อง จังหวัดจึงได้จัดตั้งองค์กรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการศึกษาของจังหวัด โดยให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการรวมกลุ่มเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และจะใช้ประโยชน์จากการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูและผู้บริหารสถานศึกษา
จังหวัดกระบี่
มีบุคลากรทางการศึกษาที่มีความเข้าใจบริบทของพื้นที่และมีศักยภาพในการสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ความเสมอภาคด้านการศึกษา รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้าใจตนเอง และเลือกเส้นทางในการศึกษาต่อตามความถนัดและความสนใจ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่
จังหวัดตราด
มีผู้นำการศึกษาที่มีศักยภาพ มีสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพด้านจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ รวมทั้งได้ร่วมขับเคลื่อนการศึกษาโดยร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและมีการประสานความร่วมมือระหว่างคนในพื้นที่เป็นอย่างดี
จังหวัดสระแก้ว
เป็นพื้นที่ติดชายแดน ขาดการบูรณาการในด้านการศึกษา เด็กส่วนใหญ่ยากจนและด้อยโอกาส เด็กและเยาวชนของจังหวัดมีผลการทดสอบทางการศึกษาทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่ำกว่าระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงต้องส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกระบวนการเรียนรู้เชิงรุกและสร้างความร่วมมือด้านการศึกษา รวมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา พัฒนาคุณภาพผู้เรียนทั้งด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในพื้นที่
กรุงเทพมหานคร
มีการกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน เช่น 1) การคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ โดยโรงเรียนดำเนินการปรับกรอบหลักสูตร มีพี่เลี้ยงทางวิชาการสนับสนุน มีการอบรมพัฒนาครู การเพิ่มทักษะการใช้นวัตกรรมการศึกษารูปแบบต่าง ๆ หรือเทคนิคการสอนใหม่ ๆ และปรับกลไกการติดตามเพื่อความคล่องตัว เช่น กำหนดแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา 2) การให้อิสระกับสถานศึกษาในการบริหารจัดการโดยวางแนวทางการบริหารด้านบุคลากรและงบประมาณที่สนับสนุนงานด้านวิชาการ ศึกษากฎระเบียบที่เอื้อให้เกิดความอิสระและเพิ่มความคล่องตัวเพื่อให้เกิดการปลดล็อกเพิ่มเติมและ 3) มีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่และจัดตั้ง “ภาคีเครือข่ายด้านการศึกษาเพื่อระดมพลังพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของเด็กกรุงเทพมหานคร” โดยมีผู้แทนทำหน้าที่ในการประสานความร่วมมือเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนต่อไป
จังหวัดจันทบุรี
มีแนวทางการยกระดับคุณภาพการศึกษาในรูปแบบ Chan Education Shift Model (C = Change , H = Happiness , A = Agreement for Action, N = Network Instruction) Change คือ ยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง มั่นคง และยั่งยืน โดยมุ่งการลด ละ เลิก โครงการที่ไม่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน รวมทั้งการปลดล็อกกฎ ระเบียบต่าง ๆ และมุ่งเน้นที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา Happiness คือ ผู้เรียนได้พัฒนาองค์รวมความรู้ ทักษะ สมรรถนะตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ผู้เรียนเป็นคนเก่ง คนดี มีความสุข สอดคล้องกับวิถีชีวิต “สุขทุกวันที่จันทบุรี” Agreement for Action คือ จัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ในระยะเวลา 3 ปี โดยกำหนดให้มีนวัตกรรมในการจัดการศึกษาพัฒนาผู้เรียนให้มีความสอดคล้องกับบริบทของตนเอง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง Network Instruction คือ สถานศึกษาจัดการศึกษาด้วยตนเอง โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ภาครัฐ ภาคเอกชน อปท. และภาคประชาสังคม
จังหวัดภูเก็ต
มีแผนที่จะสร้างระบบการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาของพื้นที่และความต้องการของประชาชน โดยมุ่งเน้นการสร้างคนและการศึกษา เช่น มุ่งเน้นให้เด็กภูเก็ตทุกคนต้องพูดได้มากกว่า 2 ภาษา รวมทั้งให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในโรงเรียนที่ไม่มีความพร้อมในการบริหารทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อนำจังหวัดภูเก็ตไปสู่ความก้าวหน้าและความเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกและในอนาคตจะต้องแข่งกับประเทศอื่นในเรื่องเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
จังหวัดสงขลา
มีแนวทางการเนินการที่ชัดเจน เช่น (1) การคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาโดยใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นฐานในการขับเคลื่อนการพัฒนาสถานศึกษา (2) มุ่งส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อปท. สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด และ (3) มีสถานศึกษาในจังหวัดเข้าร่วมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาซึ่งเป็นสถานศึกษาที่มีผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็กอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
มีเป้าหมายสำคัญที่จะยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและมุ่งเน้นให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยเป็นคนดีมีการศึกษาอย่างเท่าเทียมและมีสมรรถนะที่จำเป็นรองรับการเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคต รวมทั้งให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเด็กตกหล่นและเด็กที่มีปัญหาให้ได้เข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างเสมอภาค
จังหวัดอุบลราชธานี
ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการเข้าถึงบริการด้านการศึกษาอย่างเท่าเทียม รวมทั้งมีการส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาจัดหลักสูตรที่ทันสมัยตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนตามสมรรถนะและบริบท
ที่มา : thaigov.go.th
สรุปสาระสำคัญ
บทความสะท้อนนโยบายการปฏิรูปการศึกษาเชิงพื้นที่ผ่านการประกาศ 11 จังหวัดเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตาม พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562 โดยมีเป้าหมายยกระดับผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มอิสระให้สถานศึกษาจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น หลักการสำคัญตั้งอยู่บน 2 แนวคิด คือ Bottom-up Solution ที่เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติในพื้นที่ทดลองแก้ปัญหา และ Sandbox ที่ผ่อนคลายกฎระเบียบเพื่อเอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม
แนวคิดสำคัญคือการกระจายอำนาจทางการศึกษา สร้างการมีส่วนร่วมของจังหวัด ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยมีคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับจังหวัดเป็นกลไกหลัก แนวปฏิบัติที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การปรับหลักสูตร การเลือกสื่ออย่างอิสระ การปรับระบบวัดและประเมินผล และการออกแบบการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ
ผลการดำเนินงานในพื้นที่นำร่องเดิมสะท้อนความก้าวหน้าเชิงคุณภาพ ผู้เรียนได้รับประสบการณ์เรียนรู้ที่มีความหมายมากขึ้น เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้เชิงพื้นที่ และเป็นฐานสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน
ข้อสอบ
ข้อ 1 สาระสำคัญของการกำหนด “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ตาม พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562 คือข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณการศึกษาแบบเหมาจังหวัด
ข. ทดลองใช้หลักสูตรเดียวกันทั่วประเทศ
ค. เปิดพื้นที่ให้สถานศึกษาปรับการจัดการศึกษาโดยยืดหยุ่นจากกฎส่วนกลาง
ง. โอนการบริหารการศึกษาให้เอกชนทั้งหมด
ข้อ 2 แนวคิด “Bottom-Up Solution” ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา สะท้อนบทบาทใดของครูและโรงเรียนมากที่สุด
ก. ผู้ปฏิบัติตามนโยบายส่วนกลาง
ข. ผู้ทดลองและสร้างนวัตกรรมจากปัญหาจริงในพื้นที่
ค. ผู้รอรับการสนับสนุนจากกระทรวง
ง. ผู้ประเมินผลตามตัวชี้วัดกลาง
ข้อ 3 จากผลการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเดิม ข้อใดสะท้อน “การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ” มากที่สุด
ก. การเพิ่มจำนวนโรงเรียนนำร่อง
ข. การปรับหลักสูตร เลือกสื่อ และวัดผลได้อย่างยืดหยุ่น
ค. การจัดกิจกรรมเสริมหลังเลิกเรียน
ง. การอบรมครูระยะสั้น
ข้อ 4 ในฐานะผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่นวัตกรรม การตัดสินใจใดสอดคล้องกับแนวคิด Sandbox มากที่สุด
ก. รอคำสั่งจากส่วนกลางก่อนทุกครั้ง
ข. ใช้รูปแบบการสอนเดิมเพื่อความปลอดภัย
ค. ทดลองรูปแบบการเรียนรู้ใหม่และปรับปรุงจากผลลัพธ์
ง. ยึดตัวชี้วัดเดิมโดยไม่ปรับเปลี่ยน
ข้อ 5 เป้าหมายสูงสุดของการจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนโครงการทางการศึกษา
ข. สร้างความแตกต่างระหว่างจังหวัด
ค. ลดบทบาทครูในระบบ
ง. ยกระดับคุณภาพผู้เรียนและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
คลิกเฉลย >>>
