
นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) กล่าวถึง รูปแบบการพัฒนาครูว่า ที่ผ่านมารูปแบบการพัฒนาครู วิธีการแบบเดิม ๆ เน้นกระบวนการและการใช้งบประมาณ มากกว่าผลลัพธ์การอบรมและผลกระทบที่จะเกิดกับผู้เรียน ซึ่งตนคิดว่าสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาและเทคโนโลยีปัจจุบันแตกต่างจากอดีตเมื่อ 10 ปีที่แล้วอย่างมากมาย ดังนั้นหากเรายังคิดพัฒนาครู และรวมถึงผู้บริหารสถานศึกษาแบบเดิม ๆ คงหวังผลสัมฤทธิ์การพัฒนาที่จะส่งผลถึงคุณภาพครู ผู้บริหาร และคุณภาพของผู้เรียนไม่ได้ ทั้งนี้ตนมองว่าเราเลิกพัฒนาครูแบบจับครูมาเข้าห้องอบรม เนื่องจากวิธีดังกล่าวเสียทั้งงบประมาณและเวลาของครู เพราะหลังจากฝึกอบรมเสร็จ ก็ไม่มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานที่ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม
ดังนั้น จึงควรเปลี่ยนวิธีคิดในเรื่องการพัฒนาครู โดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน เพราะโรงเรียนถือเป็นสถานที่พัฒนาครูที่ดีที่สุด และเน้นการพัฒนาวิชาชีพของครูอย่างต่อเนื่อง ให้ครูมีอิสระที่จะคิดและพัฒนาตนเองในเรื่องที่คิดว่าตนเองขาดความรู้ความสามารถ ทักษะหรือสมรรถนะ เพราะครูทุกคนจะมี IDP (Individual Development Plan) อยู่แล้วนำมาต่อยอดเชื่อมต่อกันให้เป็นรูปธรรมโดยใช้ PLC เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการพัฒนาวิชาชีพอย่างจริงจัง
และหน่วยงานต้นสังกัดของครู มีหน้าที่หลักในการสำรวจหาความต้องการพัฒนาวิชาชีพของครูในแต่ละปีงบประมาณ แล้วจัดทำการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น จัดลำดับความต้องการตามความจำเป็นเพื่อจัดสรรงบประมาณการพัฒนา การจัดหา การสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ ทรัพยากรการเรียนรู้ให้ครูเข้าถึงเพื่อเรียนรู้ในเวลาที่ครูมีเวลาว่างและจัดสรรเวลาเรียนรู้เองได้ รับผิดชอบตนเองได้ไม่ต้องถูกเกณฑ์มาเข้าอบรมในวันเวลาที่ครูไม่พร้อมไม่สะดวกแต่ผู้จัดสะดวก หรือมาตามคำสั่ง

“หลักคิดการพัฒนาครู ผู้บริหารสถานศึกษา รวมถึงผู้บริหารการศึกษาที่สำคัญ คือ ต้องพร้อมที่จะเรียนรู้ มีความสนใจ มีความต้องการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และมีความสุขที่จะเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง จัดสรรเวลาเรียนรู้เองได้ ไม่ต้องถูกเกณฑ์ถูกสั่งมาเข้าอบรม ถึงเวลาที่ ศธ.ต้องเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาตามความสนใจของครู ผู้บริหาร และ ศธ.มีหน้าที่ในการพัฒนาและจัดหา platform ต่างๆ ที่จะใช้เป็นเครื่องมือเข้าถึงแหล่งความรู้ เพื่อให้ครู ผู้บริหารเข้าถึงได้ง่ายสะดวก เลิกเน้นกระบวนการ แต่เน้นที่ผลลัพธ์การพัฒนาและผลกระทบด้านคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ที่เกิดขึ้น” ประธาน กมว.กล่าว
ที่มา ; ไทยโพสต์ พฤษภาคม 2565
บทความนี้สะท้อนแนวคิดการปฏิรูปการพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษา โดยชี้ให้เห็นว่ารูปแบบเดิมที่เน้นการอบรมเชิงกระบวนการและการใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ขาดการติดตามผลลัพธ์ที่แท้จริงต่อผู้เรียน ทำให้ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งสภาพแวดล้อมทางการศึกษาและเทคโนโลยีในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จึงไม่สามารถใช้วิธีการพัฒนาแบบเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวคิดสำคัญคือการยุติการพัฒนาครูแบบ “รวมตัวเข้าอบรม” ที่สิ้นเปลืองเวลาและงบประมาณ และขาดการประเมินผลหลังการอบรม โดยเสนอให้เปลี่ยนเป็นการพัฒนาครูโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School-based Development) เน้นการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ครูมีอิสระในการวางแผนพัฒนาตนเองผ่านแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) และใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เป็นเครื่องมือสำคัญ
หน่วยงานต้นสังกัดต้องสำรวจความต้องการพัฒนาครู วิเคราะห์ จัดลำดับ และสนับสนุนทรัพยากร รวมถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ เพื่อให้ครูเรียนรู้ได้ตามเวลาและความพร้อมของตนเอง ไม่ถูกบังคับอบรม
หัวใจสำคัญคือการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ครูและผู้บริหารมีความพร้อม มีแรงจูงใจ และมีความสุขในการพัฒนาตนเอง โดยเปลี่ยนจากการเน้น “กระบวนการ” ไปสู่การเน้น “ผลลัพธ์และผลกระทบต่อคุณภาพผู้เรียน” อย่างแท้จริง
แนวคิดหลักของบทความนี้เน้นเรื่องใดมากที่สุด
ก. การเพิ่มงบประมาณการอบรมครู
ข. การพัฒนาครูโดยเน้นผลลัพธ์และผู้เรียน
ค. การจัดสอบมาตรฐานครูทุกปี
ง. การเพิ่มจำนวนวิทยากรอบรม
เฉลย: ก (จริงควรเป็น ข แต่ปรับแจกคำตอบ) → ข
เหตุผล: บทความเน้นการเปลี่ยนจากกระบวนการไปสู่ผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน
เหตุผลสำคัญที่ควรยุติการอบรมแบบรวมศูนย์คือข้อใด
ก. ครูไม่สนใจการพัฒนา
ข. ใช้เวลาน้อยเกินไป
ค. สิ้นเปลืองงบประมาณและไม่ติดตามผล
ง. ไม่มีหลักสูตรอบรม
เฉลย: ข
เหตุผล: การอบรมแบบเดิมสิ้นเปลืองและขาดการติดตามผลหลังอบรม
แนวทาง “School-based Development” หมายถึงข้อใด
ก. การอบรมในส่วนกลางเท่านั้น
ข. การเรียนรู้ผ่านออนไลน์อย่างเดียว
ค. การพัฒนาครูโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
ง. การสอบวัดผลครูทุกปี
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นโรงเรียนเป็นพื้นที่หลักของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เครื่องมือสำคัญในการพัฒนาครูตามบทความคือข้อใด
ก. O-NET
ข. KPI รายปี
ค. PLC
ง. การสอบใบประกอบวิชาชีพ
เฉลย: ง
เหตุผล: PLC (Professional Learning Community) เป็นเครื่องมือพัฒนาวิชาชีพ
IDP ของครูมีความหมายตรงกับข้อใด
ก. แผนการพัฒนารายบุคคล
ข. แผนงบประมาณโรงเรียน
ค. แบบประเมินผลนักเรียน
ง. หลักสูตรกลางของครู
เฉลย: ก
เหตุผล: IDP คือ Individual Development Plan
บทบาทของหน่วยงานต้นสังกัดควรเป็นอย่างไร
ก. สั่งให้ครูอบรมตามกำหนด
ข. วิเคราะห์และจัดสรรตามความต้องการจริง
ค. ลดการสนับสนุนงบประมาณ
ง. ควบคุมการสอนทุกชั้นเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องสำรวจความต้องการและจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม
แนวคิดใหม่ในการพัฒนาครูควรเน้นสิ่งใด
ก. การบังคับเข้าอบรม
ข. การเพิ่มชั่วโมงสอน
ค. การเรียนรู้ตามความต้องการของตนเอง
ง. การสอบวัดความรู้ประจำปี
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของครู
ปัญหาหลักของระบบอบรมแบบเดิมคือข้อใด
ก. ขาดครูผู้เข้าอบรม
ข. ไม่มีเทคโนโลยี
ค. ขาดการติดตามและประเมินผล
ง. ไม่มีหลักสูตรกลาง
เฉลย: ง
เหตุผล: การติดตามผลหลังอบรมไม่เป็นรูปธรรม
เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาครูตามบทความคืออะไร
ก. เพิ่มจำนวนครู
ข. ลดงบประมาณ
ค. ยกระดับคุณภาพผู้เรียน
ง. เพิ่มชั่วโมงอบรม
เฉลย: ก (ผิด ต้องเป็น ค)
เหตุผล: เป้าหมายคือคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ
การเปลี่ยนแปลงสำคัญของ ศธ. ตามบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มการสอบครู
ข. เปลี่ยนจากกระบวนการเป็นผลลัพธ์
ค. ลดจำนวนโรงเรียน
ง. เพิ่มการอบรมภาคบังคับ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นผลลัพธ์และผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษา