สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ออกแบบห้องเรียนออนไลน์อย่างไร ให้เกิดความ Active Learning

บทความโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ 

ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนานวัตกรรม  มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี
และหนึ่งในผู้รับผิดชอบโครงการ TSQP

 

วิธีการสอนสำคัญกว่าเครื่องมือ

ในสถานการณ์ที่ไวรัส COVID-19 กำลังแพร่ระบาด ระบบการศึกษาก็ต้องปรับให้เป็นลักษณะของการศึกษาทางไกล ทำให้เกิดการตื่นตัวอย่างกว้างขวางในการใช้เครื่องมือ แพลตฟอร์มออนไลน์ในการพัฒนาบทเรียนและรูปแบบการถ่ายทอดความรู้กันผ่านหน้าจอ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่วิกฤตนี้ได้มาเร่งกระบวนการศึกษายุคใหม่ให้เกิดขึ้นเร็วและกว้างขวางกว่าเดิม 

แต่แพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ก็ยังไม่ใช่หัวใจสำคัญของการศึกษาเสียทีเดียว เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนช่องทางจากห้องเรียนจริงมาเป็น Virtual Classroom ห้องเรียนเสมือนจริงบนแพลตฟอร์มออนไลน์  ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคุณครูกับนักเรียนก็ย่อมลดลงตามไป จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับคุณครูว่าจะทำอย่างไรให้ลูกศิษย์ยังคงตื่นตัว สนใจไปกับการเรียนได้ ในแง่ของการเรียนการสอนที่ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” หรือการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning 

ซึ่งการจัดการเรียนออนไลน์แบบ Active Learning ให้เป็น High Functioning Classroom ห้องเรียนที่มีประสิทธิภาพสูงทั้งกระบวนการและผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนได้นั้น จะมีองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้คุณครูทำงานง่ายขึ้น โดยเริ่มจาก ศึกษาธรรมชาติของนักเรียน สภาพแวดล้อม และบริบทต่างๆ
ก่อนออกแบบเนื้อหาการสอน

1.เปิดเวทีให้เด็กแต่ละคน แชร์เรื่องราวตัวเอง

   เริ่มการเรียนด้วยกิจกรรมสนุกๆ ด้วยการสลับไมค์ให้เด็กพูดถึงตัวเอง วิเคราะห์ศักยภาพตัวเองให้เพื่อนๆ และคุณครูฟังไม่ว่าจะเป็นข้อดีข้อด้อย ความสามารถพิเศษและแนวคิดสิ่งที่อยากทำ เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนตั้งแต่เริ่มต้น โดยใช้แพลตฟอร์มที่คุณครูสามารถควบคุมสวิทช์ไมโครโฟนได้ เป็นเหมือนผู้ดำเนินรายการ

2.เรียนในออนไลน์ แล้วไปต่อในชีวิตจริง

   เมื่อคุณครูและนักเรียนได้ศึกษา ทำความเข้าใจในศักยภาพกันและกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่ครูจะเข้าเนื้อหา ด้วยสื่อการเรียนรู้ที่เตรียมไว้ ซึ่งสื่อในที่นี้ควรมีฟีเจอร์ที่หลากหลาย นำเสนอได้ทั้งเป็นภาพ เสียง คลิป จากนั้นลองให้นักเรียนแชร์ไอเดียสิ่งที่ตัวเองสนใจ ก่อนจะแยกย้ายกันไปลงมือศึกษาค้นคว้าประดิษฐ์คิดค้นด้วยตนเอง  โดยมีคุณพ่อ คุณแม่ผู้ปกครองหรือคนในครอบครัวเป็นโค้ชช่วยดูแล ซึ่งขอบเขตที่เหมาะสมของงานอยู่ที่ความสะดวก ความพร้อมของนักเรียน อุปกรณ์ที่มีรอบตัวเป็นสำคัญ

3.ติดตามผลงานไปพร้อมกัน

โดยระหว่างการลงมือทำ ครูอาจจะมีการนัด Video Call ให้เด็กนักเรียนมาเล่าความก้าวหน้า โดยมีการเก็บข้อมูลเพื่อทำการประเมินผลตามสภาพจริง (Formative Assessment) แบบครบวงจร เช่น นักเรียนเจ้าของผลงานมาแชร์ความก้าวหน้าพร้อมประเมินตนเองไปด้วย มีคุณครูและเพื่อนๆ ร่วมประเมิน พูดคุย เป็นการแลกเปลี่ยนไอเดีย แลก Feedback กันไปในตัว ค่อยๆ ตามผล ก้าวไปด้วยกันจนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่คุณครูจะประเมินตัวผลงานฉบับ Final

4.รีวิวบทเรียนที่ผ่านมา + วาง Next Step

พอได้ประเมินผลงานการลงมือทำจริงของนักเรียนไปแล้ว คุณครูก็จะเห็นภาพมากขึ้นว่าเด็กๆ มีศักยภาพและได้ใช้ความรู้ในสาขาวิชาไหนไปบ้าง เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบวิธีให้คะแนนที่สอดคล้องกับบทเรียน แล้วมา Video Call รีวิวงานกันอีกครั้งแบบ AAR (After Action Review) 

โดยประเด็นการพูดคุยจะเป็นเรื่องของการเรียนรู้ที่ผ่านมา อุปสรรคปัญหา วิธีการแก้ไข ตลอดจนมองไปที่
Next Step ว่าจะพัฒนาตนเองและผลงานอย่างไรในอนาคต ถ้ามีโอกาสได้เรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์ชิ้นงานอีกครั้ง โดยคุณครูอาจจะชวนคิดให้นักเรียนขยายสเกลงาน ทำในสิ่งที่จะสร้างผลลัพธ์ในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้ เช่น ครั้งแรกอาจจะทำเพื่อตัวเองและครอบครัว ครั้งต่อไปอาจจะเริ่มทำเพื่อชุมชนใกล้เคียง และต่อไปอาจจะเริ่มทำในสิ่งที่กระทบกับคนในประเทศและสังคมโลกในที่สุด เป็นต้น
 

สรุป

ซึ่งวิธีทั้งหมดนี้ คุณครูจะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยให้ห้องเรียนออนไลน์เกิดความ Active Learning ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการคอยตั้งคำถามปลายเปิดที่จะกระตุ้นให้นักเรียนคิดตามอยู่ตลอดเวลา ผสมผสานกับการวิธีการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ พร้อมเลือกใช้สื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสมในการสร้างองค์ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ เกิดเป็นห้องเรียนที่มีประสิทธิภาพไปพร้อมๆ กัน

ที่มา ; กองทุนเพื่อความเสมอภาคการศึกษา

สรุปสาระสำคัญ 

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า “วิธีการสอนสำคัญกว่าเครื่องมือ” แม้การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะเร่งให้เกิดการเรียนออนไลน์และการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น แต่หัวใจของการศึกษายังคงอยู่ที่กระบวนการจัดการเรียนรู้ ไม่ใช่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว การเปลี่ยนจากห้องเรียนจริงสู่ห้องเรียนเสมือน (Virtual Classroom) ทำให้ปฏิสัมพันธ์ลดลง จึงเป็นความท้าทายของครูในการออกแบบ Active Learning ให้มีประสิทธิภาพ

แนวทางสำคัญคือการสร้าง High Functioning Classroom ที่เริ่มจากการเข้าใจผู้เรียน ทั้งศักยภาพ บริบท และสภาพแวดล้อม ก่อนออกแบบการเรียนรู้ โดยมี 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1) เปิดพื้นที่ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนและสะท้อนตัวตน เพื่อสร้างความคุ้นเคยและการมีส่วนร่วม 2) เรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์แล้วต่อยอดสู่การลงมือทำจริง โดยมีครอบครัวเป็นผู้สนับสนุน 3) ติดตามและประเมินผลระหว่างทางด้วย Formative Assessment ผ่านการสะท้อนคิดและการให้ Feedback 4) สรุปบทเรียนด้วยการ AAR เพื่อทบทวน ปรับปรุง และวางเป้าหมายการพัฒนาในอนาคต

ครูจึงมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้อำนวยการเรียนรู้ที่ใช้คำถามปลายเปิด สื่อที่เหมาะสม และการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

หัวใจสำคัญของบทความนี้คือข้อใด
ก. เทคโนโลยีคือหัวใจของการศึกษา
ข. วิธีการสอนสำคัญกว่าเครื่องมือ
ค. การเรียนออนไลน์แทนห้องเรียนจริงได้ทั้งหมด
ง. ผู้ปกครองต้องเป็นผู้สอนหลัก

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นว่า “วิธีการสอนสำคัญกว่าเครื่องมือ” แม้ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น

 

ข้อ 2

การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ต้องเน้นสิ่งใดมากที่สุด
ก. การบรรยายของครู
ข. การท่องจำเนื้อหา
ค. การมีส่วนร่วมของผู้เรียน
ง. การใช้สื่อราคาแพง

เฉลย: ค
เหตุผล: Active Learning เน้นผู้เรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติ

 

ข้อ 3

การเปิดเวทีให้นักเรียนแชร์เรื่องราวตนเองมีวัตถุประสงค์หลักคืออะไร
ก. ลดเวลาเรียน
ข. สร้างวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนและเข้าใจผู้เรียน
ค. คัดเลือกนักเรียนเก่ง
ง. เพิ่มคะแนนสอบ

เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการสร้างการรู้จักกันและการมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น

 

ข้อ 4

บทบาทของผู้ปกครองในการเรียนออนไลน์ตามบทความคือข้อใด
ก. เป็นผู้ประเมินผลหลัก
ข. เป็นผู้จัดสอบ
ค. เป็นโค้ชช่วยดูแลการเรียนรู้
ง. เป็นผู้กำหนดหลักสูตร

เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้ปกครองทำหน้าที่สนับสนุนและเป็นโค้ช

 

ข้อ 5

การประเมินผลแบบ Formative Assessment คือข้อใด
ก. ประเมินปลายภาคเท่านั้น
ข. ประเมินระหว่างการเรียนรู้
ค. การสอบมาตรฐานเดียว
ง. การให้คะแนนเฉพาะผลงานสุดท้าย

เฉลย: ข
เหตุผล: Formative คือการประเมินระหว่างกระบวนการเรียนรู้

 

ข้อ 6

เหตุผลสำคัญของการติดตามงานผ่าน Video Call คือข้อใด
ก. ลดภาระครู
ข. ตรวจสอบเวลาเรียน
ค. แลกเปลี่ยน Feedback และพัฒนางาน
ง. ใช้แทนการสอบทั้งหมด

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการสะท้อนคิดและพัฒนางานร่วมกัน

 

ข้อ 7

AAR (After Action Review) มีจุดประสงค์เพื่ออะไร
ก. ให้คะแนนสอบ
ข. ทบทวนบทเรียนและวางแผนพัฒนา
ค. จัดลำดับนักเรียน
ง. ลดงานครู

เฉลย: ข
เหตุผล: AAR ใช้สะท้อนผลและพัฒนาต่อเนื่อง

 

ข้อ 8

ขั้นตอนใดช่วยเชื่อม “การเรียนออนไลน์ไปสู่การเรียนรู้จริง”
ก. การสอบออนไลน์
ข. การบันทึกคะแนน
ค. การลงมือปฏิบัติจริง
ง. การดูวิดีโอซ้ำ

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการนำความรู้ไปใช้จริง

 

ข้อ 9

บทบาทสำคัญที่สุดของครูตามบทความคือข้อใด
ก. ผู้ควบคุมสอบ
ข. ผู้ออกข้อสอบ
ค. ผู้ถ่ายทอดเนื้อหา
ง. ผู้อำนวยการเรียนรู้

เฉลย: ง
เหตุผล: ครูทำหน้าที่ออกแบบและอำนวยการเรียนรู้

 

ข้อ 10

การออกแบบการเรียนรู้ที่ดีควรเริ่มจากอะไร
ก. เลือกแพลตฟอร์มออนไลน์
ข. วิเคราะห์ข้อสอบ
ค. ศึกษาผู้เรียนและบริบท
ง. จัดตารางสอนทันที

เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องเข้าใจผู้เรียนก่อนออกแบบการสอน

ความเห็นของผู้ชม