
1.หลักแห่งความได้สัดส่วน (Principle of Proportionality)
อันถือเป็นหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้อำนาจฝ่ายปกครองกับเอกชนผู้อยู่ใต้อำนาจ คดีนี้นอกจากจะเป็นบรรทัดฐานการปฏิบัติราชการที่ดีเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจของผู้มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนข้าราชการครูซึ่งต้องใช้ดุลพินิจโดยการเปรียบเทียบเหตุผลและคำนึงถึงความเหมาะสมและความจำเป็นของข้าราชการครูผู้ยื่นคำขอให้เป็นไปตามความมุ่งหมายของการย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนข้าราชการครูเป็นประการสำคัญแล้ว หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่น ยังสามารถนำหลักการสำคัญของการใช้อำนาจดุลพินิจที่ปรากฎในคำพิพากษาดังกล่าวนี้ไปเป็นแนวทางในการใช้อำนาจได้เป็นอย่างดีว่า
การใช้อำนาจดุลพินิจเป็นการใช้อำนาจทางปกครองซึ่งฝ่ายปกครองสามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระว่าจะดำเนินการไปในแนวทางใด ภายใต้ทางเลือกหลายแนวทางที่ล้วนแต่เป็นแนวทางที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่การใช้อำนาจดุลพินิจดังกล่าวย่อมไม่สามารถใช้ได้ตามอำเภอใจแต่ต้องเป็นไปภายใต้ขอบเขตและเจตนารมณ์ตามที่กฎหมายในเรื่องนั้นๆ ได้กำหนดไว้ และโดยคำนึงถึงหลักกฎหมายปกครอง
ที่สำคัญคือ "หลักแห่งความได้สัดส่วน (Principle of Proportionality)" อันถือเป็นหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้อำนาจฝ่ายปกครองกับเอกชนผู้อยู่ใต้อำนาจ ดังที่ได้อธิบายมาแล้วข้างต้น


2.ผู้ที่ได้รับคำสั่งย้ายย่อมมีผลในวันที่ระบุในคำสั่ง
การปฏิบัติงานในช่วงระหว่างมอบหมายงานก่อนเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ ทำได้เฉพาะงานที่ค้างเท่านั้น จะลงนามในงานใหม่หลังวันที่มีผลในคำสั่งไม่ได้

