
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ว่า ขณะนี้มีผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งใหม่ 77 คน และมีผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯที่สลับสับเปลี่ยน ดังนั้น จึงขอให้โอกาสนี้สื่อสารนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งยังเน้นขับเคลื่อนนโยบาย เรื่องความปลอดภัย โอกาส คุณภาพและประสิทธิภาพทางการศึกษา เป็นหลัก โดยผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯมีหน้าที่ที่ต้องเร่งดำเนินการพัฒนาการจัดการศึกษาให้ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ ในส่วนของงานประจำที่จะมีการปรับเปลี่ยน สำคัญคือเรื่องของโครงสร้าง ที่จะมีการคืนอำนาจการบริหารงานบุคคล จากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) มาให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่ฯ ถือเป็นความท้าทายที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมรองรับ เพราะเดิม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯถูกมองว่ามีปัญหา จึงถูกดึงอำนาจไปให้ กศจ. ดังนั้น ถือเป็นโอกาสการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯจะต้องแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ
นายอัมพรกล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือการบริหารงานบุคคล ซึ่งคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) กำหนดกรอบการบริหารงานบุคลให้ต้องดำเนินการตามภายใต้ข้อจำกัด ผู้อำนวยการเขตพื้นฯจะต้องบริหารจัดการให้ประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกันจะต้องบริหารจัดการงบประมาณ โดย สพฐ.จะผลักดันงบประมาณ ลงไปที่เขตพื้นที่ฯ ซึ่งคาดว่าจะได้เฉลี่ยเขตพื้นที่ฯละ 5 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาได้อยู่ที่ประมาณ 4.7 ล้านบาท เพื่อนำไปบริหารจัดการการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพ ซึ่งความท้าทายหนึ่งคือ การบริหารจัดการภายในขีดจำกัด คุณภาพโรงเรียนคือตัวชี้วัดความสำเร็จของเขตพื้นที่ฯ การบริหารจัดการแนวใหม่ ไม่ต้องการให้ครูออกจากโรงเรียน แต่ต้องการให้เขตพื้นที่ฯเคลื่อนตัวจากเขตพื้นที่ฯลงไปปฏิบัติร่วมกับโรงเรียน รวมถึงทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลสถานศึกษา ให้มีความเข้มแข็ง
“หากใครดูแลพื้นที่ตัวเองไม่เรียบร้อย ไม่พัฒนามีแต่ปัญหา ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าเขตปล่อยปละละเลย จนทำให้โรงเรียนมีปัญหา เขตพื้นที่ฯมีปัญหา สพฐ.อาจจะมีพื้นที่ให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ มาประจำที่สพฐ. ขณะเดียวกัน เขตพื้นที่ฯก็ต้องมีที่ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนมาประจำที่เขตพื้นที่ฯได้ หากไม่มีความรับผิดชอบ แต่ถ้าเขตพื้นที่ฯใดรับผิดชอบและประสบความสำเร็จ ก็จะได้รับผลตอบแทนที่ดี เท่าทวีคูณ” อัมพรกล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์
ข่าวเกี่ยวกัน
‘อรรถพล’ จัดทัพ ‘ศธภ.-ศธจ.’เคลียร์อำนาจ บิ๊กเขตพื้นที่ฯ
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายอรรถพล สังขวาสี รักษาราชการปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คืนอำนาจการบริหารงานบุคคลให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)เขตพื้นที่ฯ นั้น น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการศธ. ขอตนให้เร่งดำเนินการ จัดบทบาทหน้าที่ระหว่าง ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ผู้ตรวจราชการศธ. ให้ชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมา ยังมีความทับซ้อนกับ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ซึ่งเท่าที่ดูเบื้องต้น ศธจ. จะทำงานใกล้ชิดกับพื้นที่ เพราะฉะนั้น ควรจะต้องดูแลในเรื่องการจัดการเรียนการสอน ให้เป็นไปตามบริบทของพื้นที่ โดยจะต้องมีการหารือร่วมกับผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ และสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด เพื่อให้เกิดการทำงานที่ชัดเจน รวมถึงเข้าไปช่วยแก้ปัญหาเรื่องการเรียนการสอน และเรื่องเร่งด่วน อาทิ แก้ปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษา ส่วนงานนโยบายที่นอกเหนืออำนาจให้ส่งตรงไปที่ ศธภ. เพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการศธ. ต่อไป
นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการสรรหาศธภ. แทนตำแหน่งว่างและตำแหน่งที่เกษียณอายุราชการ กว่า 10 อัตรานั้น หลังแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ10 เรียบร้อยแล้ว จะเริ่มดำเนินการสรรหาศธภ. และเร่งบรรจุแต่งตั้งศธจ. ที่ขึ้นบัญชีไว้ ให้ครบเพื่อเป็นตัวเชื่อมต่อการทำงานให้เกิดความต่อเนื่อง แต่ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการสรรหา จะต้องเคลียร์เรื่องบทบาทหน้าที่ให้มีความชัดเจนก่อน
“ส่วนตัวไม่หนักใจ ในการทำงานถือเป็นเรื่องปกติ ผมมีหน้าที่หาคนดีคนเก่งเข้าไปทำหน้าที่ ส่วนปัญหาเรื่องการสอบคัดเลือกผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ที่มีปัญหาฟ้องร้องอยู่นั้น ผมพอจะทราบปัญหามาบ้าง และคิดว่า คณะกรรมการสรรหาชุดเดิม พยายามวางมาตรการการคัดเลือกไว้ค่อนข้างเข้มแข็ง ดังนั้นหากมีปัญหาเกิดขึ้นก็คิดว่าสามารถชี้แจงได้” นายอรรถพล กล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 5 ตุลาคม 2565
สรุปสาระสำคัญ
นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. สื่อสารนโยบายสำคัญต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ภายใต้บริบทการแต่งตั้งและสับเปลี่ยนผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ จำนวนมาก โดย สพฐ. ยังคงขับเคลื่อนนโยบายหลักด้าน “ความปลอดภัย โอกาส คุณภาพ และประสิทธิภาพทางการศึกษา” พร้อมเน้นบทบาทเขตพื้นที่ฯ ในการยกระดับคุณภาพโรงเรียนให้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ
ประเด็นสำคัญคือการคืนอำนาจการบริหารงานบุคคลจาก กศจ. กลับสู่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งใหญ่ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ต้องแสดงศักยภาพในการบริหารภายใต้ข้อจำกัดด้านกำลังคนและงบประมาณ โดย สพฐ. จะกระจายงบประมาณลงเขตพื้นที่ฯ มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษา
แนวคิดการบริหารใหม่มุ่งให้เขตพื้นที่ฯ ลงไปทำงานเชิงรุกกับโรงเรียน ทำหน้าที่สนับสนุน กำกับ และเสริมพลัง มากกว่าดึงครูออกจากห้องเรียน พร้อมระบบความรับผิดรับชอบ หากพื้นที่ใดล้มเหลวต้องรับผลตามมา ขณะที่พื้นที่ที่ประสบความสำเร็จจะได้รับผลตอบแทนเชิงบวก ทั้งนี้ยังต้องจัดบทบาท ศธภ. ศธจ. และเขตพื้นที่ฯ ให้ชัดเจน เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มเอกภาพในการบริหารการศึกษาเชิงพื้นที่
ข้อสอบ
ก. การรวมศูนย์อำนาจ
ข. การกระจายอำนาจและความรับผิดชอบ
ค. การควบคุมคุณภาพจากส่วนกลาง
ง. การลดบทบาทเขตพื้นที่ฯ
ข้อที่ 2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ตามบทความนี้ คือข้อใด
ก. จำนวนโครงการที่ดำเนินการ
ข. การใช้งบประมาณครบถ้วน
ค. คุณภาพและความเข้มแข็งของโรงเรียนในพื้นที่
ง. ความพึงพอใจของผู้ปกครอง
ข้อที่ 3 แนวคิด “ไม่ต้องการให้ครูออกจากโรงเรียน แต่ให้เขตพื้นที่ฯ เคลื่อนตัวลงไปหาโรงเรียน” สอดคล้องกับบทบาทใดของเขตพื้นที่ฯ มากที่สุด
ก. ผู้สั่งการ
ข. ผู้ตรวจสอบ
ค. ผู้สนับสนุนและโค้ชระบบ
ง. ผู้ประเมินผลทางเอกสาร
ข้อที่ 4 หากเขตพื้นที่ฯ ปล่อยปละละเลยจนโรงเรียนมีปัญหา ผลที่อาจเกิดขึ้นตามบทความคือข้อใด
ก. โรงเรียนถูกยุบ
ข. งบประมาณถูกตัด
ค. ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ต้องรับผิดชอบและถูกโยกย้าย
ง. ครูในพื้นที่ถูกลงโทษ
ข้อที่ 5 บทบาทของ ศธจ. ตามข่าวที่เกี่ยวข้อง ควรมุ่งเน้นภารกิจใดเป็นหลัก
ก. กำหนดนโยบายระดับชาติ
ข. ดูแลการจัดการเรียนการสอนตามบริบทพื้นที่
ค. ควบคุมการแต่งตั้งครู
ง. ตรวจสอบงบประมาณสถานศึกษา
คลิกเฉลย >>>