สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M452_คนโรคจิต-โรคอารมณ์ผิดปกติ สามารถรับราชการได้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 ว่า ตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีข้อเสนอแนะต่อสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ( สำนักงาน ก.พ.) เกี่ยวกับร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ถึงการกำหนดโรคอันเป็นลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการ โดยเพิ่มโรคจิต (Psychosis) หรือ โรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) ที่ปรากฏอาการเด่นชัดรุนแรงหรือเรื้อรัง และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ไว้เป็นการเฉพาะ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าบุคคลที่ป่วยโรคดังกล่าวไม่มีความสามารถในการทำงานใด ๆ และอาจเสี่ยงต่อการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน 

ดังนั้น เพื่อเป็นการกำหนดโรคอันมีลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและหลักการไม่เลือกปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ วันนี้ ครม.จึงมีมติอนุมัติร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ตามที่ สำนักงาน ก.พ. เสนอ ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงแก้ไขร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ฉบับเดิม โดยยกเลิกข้อความการกำหนดให้โรคจิต (Psychosis) หรือโรคอารมณ์ผิดปกติ(Mood Disorder) ที่ปรากฎอาการเด่นชัดรุนแรงหรือเรื้อรังและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ออก ส่วนโรคอันเป็นลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการของบุคคล ตามที่กำหนดในร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ฉบับนี้ ยังคงเดิม ได้แก่

·      โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฎอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

·      โรคติดยาเสพติดให้โทษ

·      โรคพิษสุราเรื้อรัง

·      โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรงอันเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ 

พร้อมกำหนดวิธีการตรวจโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรง และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. กำหนด

ทั้งนี้ ร่างกฎ ก.พ. จะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
 

ครม.อนุมัติร่างกฎ ก.พ. ยกเลิกโรคจิต-โรคอารมณ์ผิดปกติ ออกจากโรคต้องห้ามในการรับราชการ 

ที่มา ; รัฐบาลไทย 

สรุปสาระสำคัญ 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 ว่า ครม.มีมติอนุมัติร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เสนอ เพื่อแก้ไขการกำหนดโรคต้องห้ามในการเข้ารับราชการให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและหลักการไม่เลือกปฏิบัติ

ร่างฉบับใหม่นี้ ยกเลิกการกำหนด “โรคจิต (Psychosis)” และ “โรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders)” ที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรังเป็นโรคต้องห้าม เพราะอาจนำไปสู่การตีตราว่าผู้ป่วยไม่มีความสามารถทำงาน และก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเลือกปฏิบัติ 

ส่วนโรคต้องห้ามที่ยังคงเดิม ได้แก่ โรคเท้าช้างที่มีอาการรังเกียจต่อสังคม โรคติดยาเสพติดให้โทษ โรคพิษสุราเรื้อรัง และโรคติดต่อร้ายแรงหรือเรื้อรังที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน โดยกำหนดให้การตรวจโรคเป็นไปตามมาตรฐานของคณะกรรมการแพทย์ ก.พ. ร่างกฎดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับหลังประกาศราชกิจจานุเบกษา 60 วัน 

ข้อสอบ

ข้อ 1 ข้อใดสะท้อน “เหตุผลเชิงหลักการ” ที่ทำให้ ครม.ปรับแก้กฎ ก.พ. เรื่องโรคต้องห้ามมากที่สุด
ก. เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สมัครสอบเข้ารับราชการ
ข. เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ
ค. เพื่อให้การตรวจโรคเป็นไปตามมาตรฐานสากล
ง. เพื่อปรับตามความต้องการกำลังคนของหน่วยงานรัฐ

ข้อ 2 การยกเลิกโรคจิตและโรคอารมณ์ผิดปกติออกจากลักษณะต้องห้าม สะท้อนแนวคิดด้านใดของการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ
ก. การคัดเลือกบุคลากรตามสมรรถนะจริงมากกว่าป้ายกำกับโรค
ข. การลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการตรวจสุขภาพ
ค. การเพิ่มโอกาสให้หน่วยงานคัดเลือกได้เอง
ง. การควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในที่ทำงาน

ข้อ 3 หากผู้บริหารสถานศึกษาได้รับการร้องเรียนว่ามีครูป่วยโรคทางอารมณ์ ควรดำเนินการอย่างไรให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์กฎ ก.พ. ฉบับใหม่
ก. สั่งย้ายออกจากหน้าที่ทันทีเพื่อป้องกันปัญหา
ข. ประเมินความสามารถในการปฏิบัติงานเป็นรายบุคคล โดยร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ค. แจ้งให้ลาออกโดยสมัครใจเพื่อความเหมาะสม
ง. ห้ามให้ครูปฏิบัติหน้าที่สอนทุกกรณี

ข้อ 4 ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ โรคต้องห้ามตามร่างกฎ ก.พ. ฉบับใหม่
ก. โรคเท้าช้างที่มีอาการรังเกียจแก่สังคม
ข. โรคพิษสุราเรื้อรัง
ค. โรคอารมณ์ผิดปกติเรื้อรัง
ง. โรคติดยาเสพติดให้โทษ

ข้อ 5 การกำหนดให้ผลตรวจโรคต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการแพทย์ ก.พ. ส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลด้านใด
ก. ทำให้การสรรหาโปร่งใสและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
ข. เปิดโอกาสให้แต่ละหน่วยงานตีความโรคได้อิสระ
ค. ลดขั้นตอนการตรวจลงเพื่อความรวดเร็ว
ง. ให้หน่วยงานต้นสังกัดออกหลักเกณฑ์ของตนเอง
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น