
บทความโดย จิราเจต วิเศษดอนหวาย
ความเปลี่ยนแปลงที่ไร้ทิศทาง จะนำสู่การปรับตัวได้อย่างเหมาะสมได้ ก็ด้วย ผอ. ที่รู้เท่าทันกระแสธารของโลก เครื่องมือสำคัญในการช่วยให้ผู้บริหารสามารถทำงานคือแนวคิดหรือโมเดลที่จะใช้อธิบายคุณสมบัติของโลกเพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง โมเดลแนวคิดที่ได้รับความนิยมใช้งานในวงการบริหาร ธุรกิจ ทหาร หรือแม้แต่การศึกษามาตั้งแต่ยุค 1980s ได้แก่ VUCA World แต่เมื่อเกิดวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงปี 2019 หลายองค์กรค้นพบว่าแนวคิด VUCA ไม่เพียงพอในการอธิบายและรับมือกับปรากฏารณ์โลกที่เกิดขึ้นอีกต่อไป บทความนี้ EDUCA ชวนผู้บริหารมาทบทวนโลกเดิมแบบ VUCA และทำความรู้จักกับโลกใหม่ที่เรียกว่า BANI เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ท้าทายวงการศึกษาในยุคปัจจุบัน
ย้อนทบทวน VUCA World คืออะไร
ในปี 1985 นักเศรษฐศาสตร์ชื่อ Warren Bennis และ Burton Nanus นำเสนอโมเดลแนวคิด VUCA ในหนังสือ Leaders: The Strategies For Taking Charge ซึ่งตัวอักษรย่อของ VUCA แต่ละตัวอักษรแทนคุณสมบัติของโลกได้แก่ โลกที่ผันผวน (Volatility) ไม่แน่นอน (Uncertainty) ซับซ้อน (Complexity) และคลุมเครือ (Ambiguity) แต่เมื่อทุกวงการได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค Covid-19 ไม่เว้นแม้แต่วงการการศึกษา เช่น เกิดสภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ในเด็กปฐมวัย ธุรกิจเทคโนโลยีการเรียนรู้ออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงสภาวะทางจิตใจของนักเรียนและบุคลาการทางการศึกษายุคหลังโควิดที่เปราะบางและเต็มไปด้วยความหดหู่ เครียด วิตกกังวล คุณสมบัติโลกแบบ VUCA ไม่สามารถอธิบายหรือพยากรณ์สิ่งที่เกิดขึ้นได้อีกต่อไป นักคิด นักบริหารจากหลายวงการจึงนำแนวคิด BANI มาใช้อธิบายโลกยุคหลังโควิด
ทำไมเราต้องการแนวคิด BANI World มาช่วยรับมือกับโลกในอนาคต
โลกแบบ BANI หรือ BANI World เป็นแนวคิดของ Jamais Cascio นักมานุษยวิทยาชาวอเมริกาที่ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ โลกแบบ BANI จึงเป็นมากกว่าการอธิบายโลกทางกายภาพแบบ VUCA แต่ช่วยให้เรามองเห็นโลกที่กระทบต่ออารมณ์ของผู้คนด้วย เช่น ความหดหู่ ความเครียด ความกังวล ความสับสน ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริการมองเห็นภาพรวมในการจัดการอย่างรอบด้านโลกแบบ BANI ประกอบไปด้วย
1. โลกที่เปราะบาง (B - Brittle) สิ่งต่าง ๆ ในโลกแบบ BANI ในวงการการศึกษาไม่ว่าจะเป็นหลักสูตร โครงการ แผนงานจะมีความเสี่ยงที่จะล้มเหลวอยู่ตลอดเวลาอันเนื่องมาจากความผันผวนของโลกรอบด้าน แผนระยะยาวหรือแผนที่ไม่มีความยืดหยุ่นจึงอาจถูก Disrupt ได้ตลอดเวลา
2. โลกที่เต็มไปด้วยความกังวล (A - Anxious) เนื่องจากอะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกแบบ BANI จึงนำไปสู่ความลังเลไม่กล้าตัดสินใจ หากเกิดความผิดพลาดในการดำเนินงานบ่อยหรือประสบกับปัญหาซับซ้อนเกินกว่าจะรับมืออาจนำไปสู่สภาวะความสิ้นหวังของบุคลกรและนำองค์กรไปสู่สถานการณ์วิกฤต
3. โลกที่คาดเดายาก (N - Nonlinear) การคาดเดายากในโลกแบบ BANI เกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นเส้นตรง หมายถึง สาเหตุและผลลัพธ์ไม่สัมพันธ์กันและไม่สามารถคาดเดาแนวโน้มได้ สาเหตุเล็ก ๆ อาจจะนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่เกินคาดเดาและ
4. โลกที่เข้าใจยาก (I - Incomprehensible) การคาดการณ์อย่างทะลุปรุโปร่งหรือการวางแผนควบคุมให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นตามต้องการอาจจะทำได้ยากในโลกแบบ BANI เพราะมีความผันผวน พลิกผันอยู่ตลอดเวลา
ใน BANI world ผู้บริหารจะนำพาองค์กรไปรอดได้อย่างไร
ในโลกแบบ BANI การจะฝ่าฟันวิกฤตจำเป็นต้องเรียนรู้แนวทางใหม่ ๆ เพื่อใช้รับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หลักคิดที่สามารถนำไปปรับใช้เพื่ออยู่กับโลกที่เปราะบาง (B) อยู่ตลอดเวลาคือการมีโครงสร้างการทำงานที่เข้มแข็งและการมีทักษะฟื้นคืนกลับสู่ความปกติเมื่อล้มเหลว (capacity and resilience) เช่น การกระจายอำนาจในโครงสร้างองค์กรในโรงเรียนให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง สำหรับการรับมือกับความกังวล (A) คือการมีความเข้าอกเข้าใจและการมีสติเมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ (empathy and mindfulness) ผู้บริหารอาจส่งเสริมการดูแลสุขภาพใจของครู นักเรียนและบุคลากรให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ จนสามารถคลายความกังวลลงไปได้
อีกความท้าทายหนึ่งในโลก BANI คือ การคาดเดาไม่ได้ (N) ผู้บริหารจึงต้องประเมินบริบทพร้อมปรับตัว (context and adaptability) ให้สามารถก้าวผ่านและเดินหน้าต่อไปได้ สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการประเมินบริบทคือการรับฟังเสียงของผู้ปฏิบัติงาน ผ่านกิจกรรม PLC หรือ เข้าร่วมวงการศึกษาบทเรียน (Lesson Study) และความท้าทายสุดท้ายคือความเข้าใจยาก (I) ของสถานการณ์โลกจำเป็นต้องใช้ความโปร่งใสในการดำเนินงานและการใช้สัญชาตญาณ (transparency and intuition) ในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แนวทางที่จะทำให้เกิดการเสนอทางออกอย่างหลากหลาย และการตัดสินใจแก้ปัญหาร่วม คือ การแบ่งปันข้อมูลอย่างโปร่งใสให้กับทีมผู้ปฏิบัติงานจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการดำเนินงานท่ามกลางความโกลาหลของโลกที่เราไม่สามารถควบคุมและเข้าใจได้ทั้งหมด
ไม่ว่าโลกแบบ VUCA หรือ BANI เป็นแนวคิดที่ช่วยอธิบายความเป็นไปของโลกให้ผู้บริหารเข้าใจ ตระหนัก และเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่การเตรียมพร้อมและทักษะการปรับตัวก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร ผู้บริหารรวมถึงบุคลากรที่มีความสนใจที่จะเรียนรู้ทักษะการปรับตัวของผู้นำแห่งอนาคต (Adaptive Leadership)
รายการอ้างอิง
ที่มา ; EDUCA
สรุปสาระสำคัญ
บทความกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ซับซ้อนและรวดเร็ว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการบริหารการศึกษา ผู้บริหารจำเป็นต้องมีกรอบแนวคิดเพื่อทำความเข้าใจและรับมือกับความเปลี่ยนแปลง โดยเดิมใช้แนวคิด VUCA World (ผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ) ซึ่งได้รับความนิยมตั้งแต่ปี 1980 แต่เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 พบว่า VUCA ไม่สามารถอธิบายผลกระทบเชิงลึกด้านอารมณ์และสภาพจิตใจของผู้คนได้อย่างเพียงพอ จึงเกิดแนวคิด BANI World ของ Jamais Cascio เพื่ออธิบายโลกยุคใหม่ที่เปราะบาง (Brittle) เต็มไปด้วยความกังวล (Anxious) คาดเดายากแบบไม่เป็นเส้นตรง (Nonlinear) และยากต่อการทำความเข้าใจ (Incomprehensible)
ในบริบทการศึกษา BANI สะท้อนความเสี่ยงของหลักสูตรและแผนงานที่ล้มเหลวง่าย ความเครียดของบุคลากร การเปลี่ยนแปลงที่คาดการณ์ไม่ได้ และความซับซ้อนของข้อมูล ผู้บริหารจึงต้องพัฒนาแนวทางใหม่ เช่น การสร้างความยืดหยุ่นขององค์กร (resilience) การมีความเข้าอกเข้าใจและสติ (empathy & mindfulness) การปรับตัวตามบริบท (adaptability) และความโปร่งใสในการตัดสินใจ (transparency) รวมถึงการใช้ข้อมูลจาก PLC และการเรียนรู้ร่วมกัน แนวคิดทั้ง VUCA และ BANI ช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจโลกเพื่อเตรียมพร้อมรับมืออนาคต โดยทักษะสำคัญที่สุดคือ “ภาวะผู้นำเชิงปรับตัว (Adaptive Leadership)”
เหตุผลสำคัญที่แนวคิด VUCA ไม่เพียงพอหลังยุคโควิดคือข้อใด
ก. โลกมีความซับซ้อนลดลง
ข. ไม่สามารถอธิบายผลกระทบทางอารมณ์ของคนได้
ค. เทคโนโลยีลดบทบาทลง
ง. องค์กรไม่มีการเปลี่ยนแปลง
เฉลย: ข เหตุผล VUCA เน้นภาพกายภาพของโลก แต่ไม่ครอบคลุมสภาวะจิตใจ เช่น ความเครียดและความกังวล
ตัวอักษร “B” ใน BANI หมายถึงอะไร
ก. Balanced
ข. Basic
ค. Brittle
ง. Broken
เฉลย: ค เหตุผล B คือโลกที่เปราะบาง ล้มเหลวง่ายต่อความเปลี่ยนแปลง
สถานการณ์ใดสะท้อน “Anxious” ได้ชัดที่สุด
ก. การวางแผนระยะยาวสำเร็จ
ข. ครูมีความมั่นใจสูง
ค. บุคลากรลังเลไม่กล้าตัดสินใจเพราะกลัวผิดพลาด
ง. ระบบมีเสถียรภาพ
เฉลย: ค เหตุผล ความกังวลทำให้ขาดความมั่นใจและไม่กล้าตัดสินใจ
ลักษณะ “Nonlinear” หมายถึงข้อใด
ก. ผลลัพธ์เท่ากับสาเหตุเสมอ
ข. เหตุเล็กนำไปสู่ผลใหญ่โดยไม่คาดคิด
ค. ทุกอย่างคงที่
ง. การเปลี่ยนแปลงช้า
เฉลย: ข เหตุผล ความสัมพันธ์ของเหตุและผลไม่เป็นเส้นตรง
แนวทางสำคัญในการรับมือโลก Brittle คือข้อใด
ก. ลดการสื่อสาร
ข. เพิ่มความเข้มงวด
ค. สร้างความยืดหยุ่นและ resilience
ง. ใช้คำสั่งจากส่วนกลาง
เฉลย: ค เหตุผล ต้องสร้างระบบที่ฟื้นตัวได้เมื่อเกิดความล้มเหลว
เครื่องมือใดช่วยผู้บริหารเข้าใจบริบทจริงจากผู้ปฏิบัติงาน
ก. การสอบมาตรฐาน
ข. PLC / Lesson Study
ค. การลงโทษ
ง. การประชุมทางไกลอย่างเดียว
เฉลย: ข เหตุผล PLC ช่วยแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนปัญหาจริง
หลัก “Empathy & Mindfulness” เหมาะกับการจัดการปัญหาใด
ก. ความซับซ้อนของงบประมาณ
ข. ความกังวลของบุคลากร
ค. โครงสร้างอาคาร
ง. การวัดผลการเรียน
เฉลย: ข เหตุผล เน้นการดูแลสภาพจิตใจและลดความเครียด
ข้อใดเป็นการบริหารแบบ “Adaptability”
ก. ใช้แผนเดิมตลอดปี
ข. ปรับแผนตามสถานการณ์จริง
ค. ไม่เปลี่ยนแปลงใด ๆ
ง. หลีกเลี่ยงข้อมูลใหม่
เฉลย: ข เหตุผล ต้องปรับตัวตามบริบทที่เปลี่ยนไป
“Transparency” ใน BANI หมายถึงข้อใด
ก. ปิดข้อมูลเพื่อความมั่นคง
ข. เปิดเผยข้อมูลให้ทีมรับรู้ร่วมกัน
ค. ใช้ข้อมูลเฉพาะผู้บริหาร
ง. ลดการสื่อสารเฉลย: ข เหตุผล ความโปร่งใสช่วยสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจ
ทักษะสำคัญที่สุดของผู้บริหารในโลก VUCA และ BANI คือข้อใด
ก. การควบคุมอย่างเข้มงวด
ข. การสั่งการแบบลำดับชั้น
ค. ภาวะผู้นำเชิงปรับตัว (Adaptive Leadership)
ง. การลดความเสี่ยงโดยไม่เปลี่ยนแปลง
เฉลย: ค เหตุผล ผู้นำต้องปรับตัวและรับมือความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง