
นายณรินทร์ ชำนาญดู ผู้อำนวยการโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ ในฐานะนายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล ภูเขาสูง หรือตามเกาะแก่งต่างๆ กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากขาดแคลนครูผู้สอน ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปรับแก้หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัด ศธ.ซึ่งเดิมกำหนดให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย เมื่อพ้นการเตรียมความพร้อม และพัฒนาอย่างเข้ม และได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูแล้ว 4 ปี สามารถยื่นคำร้องได้ มาเป็นสามารถยื่นคำร้องขอย้ายได้ โดยไม่ต้องรอ 4 ปี แต่ต้องได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ความรับผิดชอบในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน หรือ 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่กำหนดให้ยื่นคำร้องขอย้าย
“วันนี้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ประสบปัญหาอย่างหนัก เช่น ใน จ.กาญจนบุรี หลายโรงเรียนได้รับผลกระทบจากการขอย้าย 2 ปี บางโรงเรียนมีครู 15 คน ครูที่อยู่ครบ 2 ปี ขอย้ายไปแล้ว 10 คน ทั้งโรงเรียนมีครู รวมกับผู้อำนวยการโรงเรียน เหลืออยู่รวมกันแค่ 5 คน ไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน คิดว่าเปิดเทอม 1 ปีการศึกษา 2566 จะเกิดปัญหาเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะภาระงานของครูที่ยังอยู่ ที่ต้องเพิ่มมากขึ้น โดยครูที่ขอย้ายส่วนใหญ่ จะย้ายไปโรงเรียนในเมือง โรงเรียนขนาดใหญ่ หรือขอย้ายกลับภูมิลำเนาของตัวเอง เฉพาะใน จ.กาญจนบุรี พบโรงเรียนที่มีปัญหาขาดแคลนครูแล้วจำนวนมาก หากรวมกันทั่วประเทศ น่าจะมีปัญหาขาดแคลนครูเพราะเกณฑ์ย้ายดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 1,000 คน” นายณรินทร์ กล่าว
นายณรินทร์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเข้าใจว่าผู้ที่ออกนโยบายนี้ ต้องการเอาใจครู แต่อยากให้คำนึงถึงผลกระทบ ข้อดี และข้อเสียที่จะเกิดขึ้น เพราะเดิมการกำหนดให้ครูปฏิบัติงานสอนในโรงเรียนเดิมเป็นเวลา 4 ปี จึงจะขอย้ายได้ ก็เพื่อให้มีประสบการณ์ด้านการสอน รู้จักการแก้ไขปัญหา ถือเป็นเรื่องดี ดังนั้น จึงอยากให้ทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว หากแก้กลับไปเป็น 4 ปีได้ จะช่วยแก้ปัญหาระยะยาว
“ส่วนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เบื้องต้นแม้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะประกาศสอบครูผู้ช่วย แต่กว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จ คาดว่าจะใช้เวลากว่า 2 เดือน ดังนั้น อยากให้เกลี่ยอัตราพนักงานราชการ หรือครูอัตราวิกฤตไปช่วยสอน หรือหางบประมาณจ้างครูอัตราจ้าง 3 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้โรงเรียน” นายณรินทร์ กล่าว
ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊กสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาญจนบุรี จำกัด
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 18 พฤษภาคม 2566
ข่าวเกี่ยวกัน
เลขาธิการ ก.ค.ศ. ชี้เกณฑ์สอน 2 ปี ขอย้ายได้เหมาะสม
เน้นให้ความเป็นธรรม โดยเฉพาะกับครูที่บรรจุในพื้นที่ห่างไกล ก่อนออกหลักเกณฑ์ได้ลงพื้นที่ติดตามปัญหา และผ่านกระบวนการวิเคราะห์เหตุผลอย่างรอบด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครูทั่วประเทศ ... เรื่องนี้ต้องมองในหลายมิติ ไม่ใช่มองในมุมเฉพาะเรื่องความขาดแคลนอย่างเดียว"

ที่มา ; FB สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
สรุปสาระสำคัญ
นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ระบุว่า โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลกำลังประสบปัญหาครูขาดแคลนรุนแรง เนื่องจากหลักเกณฑ์ ก.ค.ศ. ใหม่ที่อนุญาตให้ครูย้ายได้หลังปฏิบัติงาน 2 ปี จากเดิม 4 ปี ส่งผลให้ครูจำนวนมากยื่นขอย้ายไปโรงเรียนในเมืองหรือกลับภูมิลำเนา ทำให้บางโรงเรียนเหลือครูเพียงไม่กี่คน ไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะในจังหวัดกาญจนบุรีที่ได้รับผลกระทบหนัก คาดทั่วประเทศอาจขาดครูมากกว่า 1,000 คน นายณรินทร์เห็นว่าเกณฑ์เดิมช่วยสร้างประสบการณ์การสอน และควรพิจารณาทบทวนกลับไปเป็น 4 ปี เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว ขณะเดียวกันมาตรการเฉพาะหน้า เช่น การเกลี่ยพนักงานราชการ ครูอัตราวิกฤต หรือจ้างครูอัตราจ้างชั่วคราว 3 เดือน จะช่วยบรรเทาปัญหาก่อนที่การสอบครูผู้ช่วยของ สพฐ. จะแล้วเสร็จ ส่วน ก.ค.ศ. ชี้แจงว่าเกณฑ์ใหม่เน้นความเป็นธรรมแก่ครูทั่วประเทศและผ่านการพิจารณารอบด้านแล้ว
แนวข้อสอบ
ก. การวางแผนอัตรากำลังที่ไม่เชื่อมโยงกับบริบทพื้นที่
ข. การบริหารงบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อการจ้างครู
ค. การนิเทศติดตามที่ไม่ทั่วถึง
ง. การใช้ข้อมูลสารสนเทศที่ล่าช้า
2. หากผู้บริหารโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลต้องบริหารความเสี่ยงทันที ข้อใด “เหมาะสมที่สุด” ตามหลักการจัดการสถานศึกษา
ก. รอผลการบรรจุครูผู้ช่วยของ สพฐ.
ข. จัดทำแผนสอนทดแทนโดยลดรายวิชาที่ไม่จำเป็น
ค. ประสานเขตพื้นที่เพื่อขอเกลี่ยครูอัตราวิกฤตหรือพนักงานราชการ
ง. ให้ครูที่เหลือสอนข้ามวิชาเพื่อครอบคลุมทุกระดับชั้น
3. หาก ก.ค.ศ. ต้องทบทวนเกณฑ์ย้ายเพื่อ “บริหารกำลังคนอย่างยั่งยืน” แนวทางใดสอดคล้องที่สุด
ก. คงเกณฑ์ 2 ปี แต่เพิ่มค่าตอบแทนพิเศษพื้นที่ห่างไกล
ข. กลับไปใช้เกณฑ์ 4 ปีเท่านั้น
ค. ใช้ระบบให้คะแนนตามความยากลำบากของพื้นที่และความจำเป็นของโรงเรียน
ง. ให้สิทธิย้ายเฉพาะครูที่ผ่านการประเมินสมรรถนะระดับดีมากขึ้นไป
4. จากข้อมูลในบทความ ผู้บริหารที่ต้องเสนอแนวทางเชิงนโยบายควรยึดหลัก “ประสิทธิผล” ในรูปแบบใด
ก. ลดจำนวนนักเรียนต่อห้องเพื่อรองรับครูที่เหลือ
ข. ใช้ข้อมูลปริมาณครูย้ายออกเพื่อประเมินผลกระทบระดับประเทศ
ค. ขอเพิ่มงบประมาณรายหัวนักเรียนเพื่อทดแทนครู
ง. เสนอระบบติดตามอัตรากำลังแบบเรียลไทม์ในพื้นที่เสี่ยง
5. การขอย้ายของครูส่วนใหญ่ไปยังโรงเรียนในเมืองสะท้อนประเด็นการบริหารทรัพยากรมนุษย์ด้านใด
ก. ความต้องการพัฒนาวิทยฐานะ
ข. ความเหลื่อมล้ำด้านความเป็นอยู่และสิ่งอำนวยความสะดวก
ค. ความไม่พอใจต่อผู้บริหารสถานศึกษา
ง. การขาดระบบประเมินผลที่เป็นธรรม
คลิกเฉลย >>>