สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ร้องเรียนการทุจริตการสอบบรรจุครูผู้ช่วยกรณีเหตุพิเศษ

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  ครั้งที่ 13/2566 วันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม 2566 โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ร้องเรียนการทุจริตการสอบบรรจุครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ   

สืบเนื่องจากการที่มีการร้องเรียนประธานและอนุกรรมการข้าราชการครู ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาว่าร่วมกันทุจริตในการคัดเลือกครูผู้ช่วย ปี พ.ศ. 2566 ซึ่งต่อมาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในกรณีที่มีการร้องเรียนดังกล่าวแล้ว และได้นำส่งผลการสืบสวนมายังสำนักงาน ก.ค.ศ.  โดย ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องดังกล่าวส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ดังนั้น จึงมีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อทำการสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของประธานและอนุกรรมการข้าราชการครูใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา และยับยั้งการปฏิบัติหน้าที่ของประธานและอนุกรรมการข้าราชการครูใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษานั้น เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ ก.ค.ศ. มีมติ จนกว่า ก.ค.ศ. จะมีมติเป็นอย่างอื่น     

ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับทางราชการ และเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินต่อไปได้ จึงให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา พิจารณาเลือกผู้แทนในคณะอนุกรรมการปฏิบัติหน้าที่ประธานไปพลางก่อน เพื่อให้องค์ประกอบครบตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ที่ ก.ค.ศ. กำหนด

ที่มา ; สำนักงาน ก.ค.ศ.

เกี่ยวข้องกัน

บิ๊กอุ้ม.สั่งสอบ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ร่วมทุจริตคัดเลือกครูผู้ช่วย ปี 66 

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ หลายเรื่องที่นำไปสู่การปฏิบัติ ในปี 2567  

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงที่ประชุมยังได้พิจารณา เรื่องร้องเรียนการทุจริตการสอบบรรจุครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษเนื่องจากมีการร้องเรียนประธานและอนุกรรมการข้าราชการครู ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาบางเขตฯ ว่า ร่วมกันทุจริตในการคัดเลือกครูผู้ช่วย ปี พ.ศ. 2566 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในกรณีที่มีการร้องเรียนดังกล่าวไปแล้ว และนำส่งผลการสืบสวนมายังสำนักงาน ก.ค.ศ.พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องดังกล่าวส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 

ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อทำการสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของประธานและอนุกรรมการข้าราชการครูใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาดังกล่าว และยับยั้งการปฏิบัติหน้าที่ของประธานและอนุกรรมการข้าราชการครูใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ ก.ค.ศ. มีมติ จนกว่าจะมีมติเป็นอย่างอื่น 

ขณะเดียวกันให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาดังกล่าวพิจารณาเลือกผู้แทนในคณะอนุกรรมการปฏิบัติหน้าที่ประธาน ไปพลางก่อน เพื่อให้องค์ประกอบครบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด โดยกล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นพฤติกรรมที่ขัดกับนโยบายของตนที่ห้ามไม่ให้มีการทุจริตคอรัปชั่นทุกเรื่องอย่างชัดเจน หากจะต้องไม่ปล่อยผ่านไปเฉยๆ ใครทำไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด 

ด้าน ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวเพิ่มเติมว่าว่า จากการตรวจสอบพบประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ดังกล่าวเกษียณอายุราชการไป 3 ปีแล้ว 

เท่าที่ตรวจสอบ ณ ขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานที่ชี้ว่าเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงไม่สามารถตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยได้ แต่ทางสำนักงาน ก.ค.ศ.ยังสามารถดำเนินการทางอาญาได้ อย่างไรก็ตามจะมีการสอบสวนอย่างรอบด้านให้ละเอียดอีกครั้ง 

ส่วนกรรมการ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ที่พบว่าเป็นข้าราชการสังกัด สพฐ. จะมีการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป   

ที่มา ; EDUNEWSSIAM

ข่าวเกี่ยวกัน

เร่งตรวจสอบ ผู้สมัครครูผู้ช่วย พบทุจริตขายข้อสอบเล่มละ 6แสนบาท พบผิดฟันไม่เลี้ยง 

วันที่ 5 มี.ค. 2567 ที่ห้องประชุมชั้น2 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม ดีเอสไอ และนายสุทธิกร สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนสอบสวนการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายดีเอสไอ 

นำคณะทำงานสืบสวนดีเอสไอ เข้าสอบปากคำผู้สมัครครูผู้ช่วย ซึ่งทั้งหมดอยู่ในลำดับสำรองตามบัญชีรายละเอียดการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปี 2566 ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2

ได้จัดสอบคัดเลือก เมื่อวันที่ 19-20 ส.ค.2566 และได้ประกาศผลการสอบ ผู้ที่ผ่านการสอบและลำดับสำรองให้มารายงานตัวที่ สพป.ขอนแก่นเขต 2 ในวันที่ 28 ส.ค.2566 กระทั่งมีการร้องเรียนถึงการทุจริตการสอบดังกล่าวเกิดขึ้น โดยมีผู้สมัครสอบและติดในลำดับรายชื่อสำรอง ในตำแหน่งต่าง ๆ ตามหมายเรียกของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาให้ปากคำรวมกว่า 20 คน 

ร.ต.อ.วิษณุ กล่าวว่า คดีดังกล่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับการร้องเรียนจาก นายสมชาติ สง่าภาคภูมิ ผู้แทนภาคประชาชนในคณะกรรมการศึกษาธิการ จ.ขอนแก่น เพื่อเอาผิดและดำเนินคดีกับ นายเสรี ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 ในขณะนั้น ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.อุทัยธานี เขต 1 และ นายอนุศาสตร์ ประธาน อกคศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 

หลังพบการกระทำการทุจริตจัดทำคู่มือเตรียมสอบครูผู้ช่วย ในสังกัด สพป.ขอนแก่น เขต 2 จากการสอบแข่งขันดังกล่าว ซึ่งในการสอบครูผู้ช่วยนั้นมีการสอบทั่วประเทศ แต่พบความผิดปกติคือที่ สพป.ขอนแก่น เขต 2 เนื่องจากมีข้อมูลที่ผู้ร้องระบุว่ามีการจัดทำคู่มือการสอบและทำตำหนิ ที่ตรงกันกับข้อสอบ และนำมาจำหน่ายเล่มละ 600,000 บาท 

ทั้งยังคงมีการจัดการสอบที่ไม่โปร่งใส คือไม่มีหน่วยงานกลางมาจัดสอบ โดยที่สำนักงานเขตต่าง ๆ มีการจัดการสอบโดยมหาวิทยาลัย ขณะที่การสอบก็ดำเนินการกันเอง ไม่มีตำรวจคุ้มกัน หรือการจัดสอบที่รัดกุม ดังนั้นการสืบสวนวันนี้ จึงมีการเรียกสอบปากคำผู้ที่สมัครสอบ โดยเน้นบุคคลที่ติดลำดับสำรอง และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ 44ตำแหน่ง ที่เปิดสอบว่ามีส่วนรู้เห็นหรือมีการกระทำตามที่ผู้ร้องระบุไว้หรือไม่ 

ผู้ร้องได้ร้องเรียนทั้งในส่วนของ กระทรวงศึกษาธิการ และ ดีเอสไอ โดย ขณะนี้ สพฐ.ได้ทำการสืบสวน รวมทั้ง ปปช.ก็ได้ทำการสืบสวนเช่นกัน โดยขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่ของ สพป.ขอนแก่น เขต 2 และ ประธาน อกคศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 และมีการดำเนินการทางวินัยกับคนที่เกี่ยวข้อง 

ขณะที่ การสืบสวนชองดีเอสไอ ตามคำร้องที่ 27/2567 วันนี้จะสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องถึงคู่มือการสอบ ที่ถูกนำมาจำหน่ายเล่มละ 600,000 บาท ที่มีการทำตำหนิตรงกับข้อสอบที่ทำการสอบของ สพป.ขอนแก่น เขต 2 

ในวันพรุ่งนี้จะเชิญ คณะกรรมการที่รับผิดชอบในการจัดสอบและออกข้อสอบมาสอบสวน ดังนั้นสำนวนการสืบสวนและการสอบสวนที่ดีเอสไอ กำลังดำเนินการนั้นไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้แต่พบพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์หลายอย่าง จึงจะต้องสืบสวนและสอบสวนให้ละเอียดและรัดกุมที่สุด

ขณะที่ นายสมชาติ สง่าภาคภูมิ ผู้แทนภาคประชาชนในคณะกรรมการศึกษาธิการ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า นำข้อมูลการทุจริตการสอบครูผู้ช่วย สพป.ขอนแก่น เขต 2 เข้าร้องเรียนกับ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยเฉพาะเอกสารหลักฐานจากผู้สมัครสอบ 2 ราย ที่มีการจ่ายเงินให้กับ คณะกรรมการ อกคศ.ที่รับผิดชอบการสอบครั้งนี้ 600,000 บาทและอีกรายจ่ายให้กับคนที่มาติดต่อขายเอกสารให้ เป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท 

โดยหลักฐานทั้งหมดได้ส่งให้กับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดำเนินการสืบสวนสอบสวนเอาผิดทั้งหมดแล้ว เพื่อให้ผู้กระทำความผิดนั้นถูกนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และที่สำคัญคือข้าราชการครูที่เป็นพ่อพิมพ์และแม่พิมพ์ของชาติ จะมาทุจริตการสอบในลักษณะเช่นนี้ไม่ได้ 

แล้วอย่างนี้จะไปสอนลูกหลานเราได้อย่างไร จึงมั่นใจว่าดีเอสไอจะทำการสืบสวนสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและเอาคนผิดมาลงโทษได้ทั้งหมด 

ดีเอสไอ สอบปากคำผู้สมัครครูผู้ช่วย สพป.ขอนแก่นเขต 2 หลังพบทุจริตนำข้อสอบมาขายเล่มละ 600,000 บาท พบผิดฟันไม่เลี้ยง 

ที่มา ; ข่าวสด 5 มี.ค. 2567

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น