สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ยกกำลังสองการศึกษาไทย เป้าหมายฝันอยากจะเติบโต

"ยกกำลังสองสมรรถนะการศึกษาของชาติ ผ่านมุมมองดัชนีชี้วัดความสามารถทางการศึกษานานาชาติ” อีกหนึ่งเวทีการประชุมทางวิชาการเพื่อจัดทำข้อเสนอนโยบายทางการศึกษา(OEC Forum) ครั้งที่ 3 จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ที่ได้มีการนำเสนอมุมมองของเหล่านักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนายกกำลังสองสมรรถนะการศึกษาของประเทศไทย

World Economic Forum:WEF จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศทุกปี โดยในปี 2019 ประเทศไทยมีผลการจัดอันดับภาพรวมอยู่ในอันดับที่ 40 จาก 141 ประเทศ มีอันดับลดลง 2อันดับจากปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ผลการจัดอันดับจากตัวชี้วัดที่ได้จากแบบสำรวจความคิดเห็นเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับสถาบันการจัดการนานาชาติ (International Institute for Management Development:IMD) ระบุว่าภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่พึงพอใจต่อผลการดำเนินงานด้านการศึกษา 

อีกทั้งปีงบประมาณ 2563 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายการศึกษายกกำลังสอง เป็นแนวทางในการทำงานด้านการศึกษา การจัดประชุมครั้งนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์และสรุปไปสู่การจัดทำเชิงนโยบายและขับเคลื่อนการจัดการศึกษาของประเทศไทยต่อไป

ธีรนันท์ ศรีหงส์” ประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) กล่าวว่าจากการจัดอันดับของ IMD สะท้อนให้เห็นว่าความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาของประเทศไทย เทียบประเทศในอาเซียนจะอยู่ในอันดับที่ 55 ของ 63 ประเทศ ถือว่าต่ำมาก และ พบว่า ไทยมีปัญหาเรื่องของคนไม่ได้มีคนคุณภาพเท่าที่ควร ไม่มีศักยภาพในการดึงคนเก่งไว้ในประเทศ ผลคะแนนด้านศักยภาพทั้งภาษาอังกฤษ ก็ไม่ดี

ในมุมของภาคเอกชนสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ต้องเลือกว่าจะแก้ปัญหา 5 ทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กไทย เพิ่มความสามารถเด็กได้เรียนรู้ด้วยตนเอง พัฒนาครูให้รู้จักการตั้งคำถาม ช่วยให้เด็กคิด แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน สร้างแพลตฟอร์มในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับเอกชน และตั้งโจทย์ร่วมกันสร้างคนธีรนันท์ กล่าว

ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่าศตวรรษที่ 21 การศึกษาเพื่อพัฒนาสมรรถนะตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ดังนั้นเด็กคนหนึ่งจะต้องมีสมรรถนะที่เหมาะสมกับตัวของเขาเอง หลักสูตรต้องมีความยืดหยุ่นส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาสมรรถนะในแต่ละด้านที่ไม่เหมือนกัน ครู ต้องเป็นผู้ที่มีฐานะของการจัดการศึกษาให้เด็กมีสมรรถนะแต่ละด้าน เพื่อนำไปสร้างเด็กที่มีสมรรถนะ

วิเลิศ ภูริวัช” คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าต้องพัฒนาทักษะสมรรถนะของคนที่มีคุณภาพ มีความสามารถในการสร้างเทคโนโลยี ทำให้เกิดทักษะความรู้รวมยอดในการสอนของครู สอนและให้เด็กไปหาความรู้เอง สอนรากเหง้าของระบบความคิด ให้เป็นผู้คิด สร้างเด็กฉลาด รอบรู้ความเป็นไปของโลก การยกกำลังสองสมรรถนะ ต้องเป็นการบ่มเพาะให้คนมีระบบความคิด และต่อยอดไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด มีศาสตร์ องค์ความรู้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เรียนรู้จากจิตวิญญาณ และเด็กต้องมีความฝันที่จะทำสิ่งต่างๆ ได้

ดังนั้นการยกกำลังสองสมรรถนะการศึกษาของประเทศ ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนครู ที่ยืนสอนหน้าชั้นเป็นครูสอนสมรรถนะ มุ่งเน้นเพิ่มทักษะกระบวนการคิดแก่เด็ก สร้างความฉลาดมากกว่าความรู้ เป็นนักคิดนักสร้าง ต้องกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนว่าเด็กไทยควรมีทักษะอย่างไร ซึ่งข้อเสนอแนะเหล่านี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องไปส่งเสริมให้ครูเกิดกระบวนการเรียนการสอนที่ตอบสนองความต้องการของเด็ก

ที่สำคัญต้องปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาให้เกิดการศึกษาที่มีความเป็นเลิศ มีความยืดหยุ่น เท่าทันกับบริบทภายนอก และกระแสโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พร้อมเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ด้วยการสร้างกลไกที่เข้มแข็ง มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคคลสู่ความเป็นเลิศในแบบฉบับของแต่ละคน เน้นให้มีคุณภาพมากกว่าปริมาณ เป็นการศึกษา และทุนมนุษย์ที่สามารถเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และมีทักษะชีวิตที่พร้อมปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมและตลาดได้

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ

 

สรุปสาระสำคัญ

บทความกล่าวถึงแนวคิด “ยกกำลังสองสมรรถนะการศึกษาของชาติ” ซึ่งมุ่งพัฒนาการศึกษาไทยให้สามารถยกระดับศักยภาพผู้เรียนอย่างก้าวกระโดด ผ่านการปรับระบบการเรียนรู้และบทบาทครูให้ทันต่อศตวรรษที่ 21 โดยอ้างอิงผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศจาก WEF และ IMD ที่สะท้อนว่าประเทศไทยมีอันดับลดลงและยังมีปัญหาด้านคุณภาพคน การคิดวิเคราะห์ และทักษะภาษาอังกฤษ

ภาคเอกชนเสนอให้พัฒนา 5 ทักษะสำคัญ สร้างการเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน และพัฒนาครูให้เป็นผู้ตั้งคำถามมากกว่าการสอนแบบบรรยาย ขณะที่นักวิชาการเน้นการจัดหลักสูตรที่ยืดหยุ่นตามศักยภาพรายบุคคล และสร้างสมรรถนะที่แตกต่างกันของผู้เรียน

แนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนครูจาก “ผู้สอนความรู้” เป็น “ผู้อำนวยการเรียนรู้” พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสร้างนวัตกรรม และระบบคิดเชิงลึก รวมถึงการปรับระบบการศึกษาให้ยืดหยุ่น เชื่อมโยงโลกการเปลี่ยนแปลง และมุ่งสร้าง “ทุนมนุษย์คุณภาพ” มากกว่าปริมาณ เพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อความต้องการของสังคมและตลาดแรงงานได้อย่างแท้จริง

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิด “ยกกำลังสองสมรรถนะการศึกษา” มุ่งเน้นสำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนผู้เรียนในระบบ
ข. พัฒนาคุณภาพและศักยภาพผู้เรียนแบบก้าวกระโดด
ค. เพิ่มเวลาเรียนในห้องเรียน
ง. เน้นการสอบแข่งขันเป็นหลัก

เฉลย: ข
เหตุผล: แนวคิดหลักคือการยกระดับสมรรถนะผู้เรียนเชิงคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณหรือการสอบ

 

ข้อ 2

ผลการจัดอันดับ WEF และ IMD สะท้อนปัญหาสำคัญของไทยด้านใดมากที่สุด
ก. โครงสร้างพื้นฐาน
ข. คุณภาพคนและทักษะ
ค. การเมืองระหว่างประเทศ
ง. ระบบคมนาคม

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ว่าปัญหาหลักคือคุณภาพคนและทักษะการศึกษา

 

ข้อ 3

ภาคเอกชนเสนอแนวทางสำคัญต่อการศึกษาไทยคือข้อใด
ก. เพิ่มข้อสอบมาตรฐานกลาง
ข. ลดบทบาทครู
ค. พัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน
ง. เพิ่มจำนวนโรงเรียน

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองและพัฒนาทักษะสำคัญ

 

ข้อ 4

บทบาทครูในศตวรรษที่ 21 ตามบทความควรเป็นอย่างไร
ก. ผู้บรรยายเนื้อหา
ข. ผู้ควบคุมชั้นเรียน
ค. ผู้อำนวยการเรียนรู้และตั้งคำถาม
ง. ผู้ตรวจข้อสอบ

เฉลย: ค
เหตุผล: ครูต้องเปลี่ยนจากผู้สอนเป็นผู้ส่งเสริมการคิดและการเรียนรู้

 

ข้อ 5

เหตุผลสำคัญที่ต้องปรับหลักสูตรให้ยืดหยุ่นคือข้อใด
ก. ลดงบประมาณ
ข. รองรับความแตกต่างของผู้เรียน
ค. ลดจำนวนครู
ง. เพิ่มการสอบกลาง

เฉลย: ข
เหตุผล: ผู้เรียนมีศักยภาพแตกต่างกัน ต้องใช้หลักสูตรยืดหยุ่น

 

ข้อ 6

ข้อใดสอดคล้องกับ “การสร้างทุนมนุษย์คุณภาพ” มากที่สุด
ก. เน้นท่องจำ
ข. เน้นการแข่งขันสอบ
ค. พัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์และปรับตัว
ง. เน้นเรียนตามตำราเท่านั้น

เฉลย: ค
เหตุผล: ทุนมนุษย์คุณภาพต้องมีความคิดและการปรับตัว

 

ข้อ 7

ปัญหาที่ภาคเอกชนระบุเกี่ยวกับประเทศไทยคือข้อใด
ก. ขาดนักวิจัย
ข. ขาดคนคุณภาพและทักษะภาษาอังกฤษ
ค. ขาดเทคโนโลยี
ง. ขาดโรงเรียน

เฉลย: ข
เหตุผล: ระบุชัดว่าคุณภาพคนและภาษาอังกฤษยังไม่ดี

 

ข้อ 8

แนวคิดสำคัญของการเรียนรู้ในบทความคือข้อใด
ก. ครูสอนอย่างเดียว
ข. ผู้เรียนค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้เอง
ค. ท่องจำเนื้อหา
ง. เรียนเพื่อสอบเท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นผู้เรียนสร้างความรู้และคิดเอง

 

ข้อ 9

เป้าหมายสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาคือข้อใด
ก. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ข. สร้างความเป็นเลิศและยืดหยุ่น
ค. เพิ่มจำนวนผู้สำเร็จการศึกษา
ง. ลดบทบาทผู้ปกครอง

เฉลย: ข
เหตุผล: มุ่งระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและมีคุณภาพสูง

 

ข้อ 10

แนวคิด “ยกกำลังสองสมรรถนะ” สัมพันธ์กับข้อใดมากที่สุด
ก. การเพิ่มเวลาเรียน
ข. การพัฒนาระบบคิดและทักษะขั้นสูง
ค. การลดรายวิชา
ง. การสอบมาตรฐานเดียว

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการพัฒนาระบบคิดและสมรรถนะเชิงลึกของผู้เรียน

ความเห็นของผู้ชม