สมาชิกเข้าสู่ระบบ

“ตรีนุช” ย้ำการศึกษาต้องสอนให้เด็กคิดเป็น-ทำเป็น

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดนิทรรศการกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best practices) ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนการศึกษาและเยี่ยมชมผลงานแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของสถานศึกษา 13 แห่ง โดยมี ผู้บริหาร สพฐ. ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในพื้นที่ กทม. เข้าร่วม ณ ห้องประชุมอาคารนานาชาติ โรงเรียนโพธิสารพิทยากร 

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ขับเคลื่อนการศึกษาโดยมุ่งเน้นที่การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา และยกระดับคุณภาพทางการศึกษา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเตรียมความพร้อมบุคคลที่เป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ ให้มีความสามารถที่จะเติบโตเป็นผู้นำ พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงทุกมิติที่จะเกิดขึ้นกับบริบทของสังคมในโลกศตวรรษที่ 21 

เป้าหมายทางการศึกษาต่อไป ต้องมุ่งการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา โดยเฉพาะโครงการโรงเรียนคุณภาพที่จะช่วยสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างกันอย่างเข้มแข็ง พร้อมการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย ตามความถนัด ความสนใจ และเหมาะสมกับผู้เรียน โดยนำการเรียนการสอน รูปแบบ Active Learning มาใช้ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ รวมถึงเพิ่มความสำคัญในวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง โดยเรียนรู้ตามความพร้อมและเหมาะสมในแต่ละบริบทพื้นที่ ตลอดจนสนับสนุนการเรียนการสอนหลักสูตรทวิศึกษาและโครงการอาชีวะอยู่ประจำเรียนฟรีมีอาชีพ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทักษะอาชีพมากขึ้น ทั้งนี้ ดิฉันขอบคุณทุกฝ่ายที่เป็นพลังผลักดันขับเคลื่อนงาน โดยมีเป้าหมายของการจัดการศึกษาร่วมกัน คือ เพื่อคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ” รมว.ศธ. กล่าว 

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า การจัดงานนิทรรศการกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้ เป็นกิจกรรมที่ดีที่สถานศึกษาในสังกัดของ สพฐ. ที่สามารถนำนโยบายไปลงมือปฏิบัติได้เป็นอย่างดีและเหมาะสมตามสภาพบริบทของแต่ละแห่ง ซึ่งภายในงานมีการนำเสนอผลงานแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศจากสถานศึกษาต่าง ๆ เช่น แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมสู่อาชีพระดับมัธยมศึกษา โดยเตรียมความพร้อมและค้นหาความถนัดความสนใจในระดับ ม.ต้น และออกแบบ 10 แผนการเรียนเตรียมอาชีพ อาทิ แผนการเรียนเตรียมแพทย์, เตรียมเภสัช-สหเวช, เตรียมวิศวะ, เตรียมสถาปัตย์ ฯลฯ จากโรงเรียนโพธิสารพิทยากร ครูตำรวจที่สามารถมาถึงสถานศึกษาได้ภายใน 5 นาทีที่ได้รับแจ้ง จากโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์โดยบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับหลักสูตรสถานศึกษา พร้อมต่อยอดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์สู่งานอาชีพ จากโรงเรียนดอนเมืองจาตุรจินดา การจัดทำห้องเรียนอาชีพร่วมกับวิทยาลัยสารพัดช่างพระนครเพื่อการมีงานทำ จากโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ จะช่วยเปิดมุมมองในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและยกระดับคุณภาพการศึกษาได้ต่อไป 

รมว.ศึกษาธิการ ชื่นชมเวทีแลกเปลี่ยน Best practices สพฐ. ย้ำการศึกษาต้องสอนให้เด็กคิดเป็น-ทำเป็น 

ที่มา ; เดลินิวส์ 22 ธันวาคม 2565

สรุปสาระสำคัญ

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ของสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. เพื่อส่งเสริมการนำแนวนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสและความเสมอภาค และยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21

นโยบายสำคัญคือการพัฒนา “โรงเรียนคุณภาพ” เพื่อสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนทรัพยากร การจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายตามความถนัดของผู้เรียน และการใช้ Active Learning เพื่อเสริมทักษะคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้จริง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง การเรียนรู้ตามบริบทพื้นที่ และการส่งเสริมหลักสูตรทวิศึกษาและอาชีวศึกษาเพื่อเพิ่มทักษะอาชีพ

ตัวอย่าง Best Practices ได้แก่ การออกแบบแผนการเรียนเตรียมอาชีพในระดับมัธยมต้น การดูแลความปลอดภัยโดยครูตำรวจ การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนประวัติศาสตร์ และการจัดห้องเรียนอาชีพร่วมกับสถานศึกษาอาชีวะ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการพัฒนาการเรียนการสอน

โดยสรุป การจัดการศึกษาต้องมุ่ง “ผู้เรียนเป็นสำคัญ” เน้นให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น และสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้

 

ข้อสอบ

ระดับ: ปานกลาง (วิเคราะห์/ประยุกต์)

ข้อ 1 แนวคิดหลักของนโยบายการศึกษาในบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ข. ลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพ
ค. เน้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ง. เพิ่มงบประมาณเท่านั้น
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นความเสมอภาค โอกาส และคุณภาพเป็นแกนหลัก

ข้อ 2 การใช้ Active Learning มีเป้าหมายสำคัญคืออะไร
ก. เพิ่มเนื้อหาวิชา
ข. ลดบทบาทครู
ค. พัฒนาการคิดวิเคราะห์และใช้จริง
ง. เน้นการท่องจำ
เฉลย: ค
เหตุผล: Active Learning เน้นคิด วิเคราะห์ และลงมือทำ

ข้อ 3 “โรงเรียนคุณภาพ” มีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. เพิ่มจำนวนนักเรียน
ข. สร้างเครือข่ายทรัพยากร
ค. ลดวิชาการเรียน
ง. เน้นกีฬา
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างโรงเรียน

ข้อ 4 แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ช่วยอะไร
ก. เพิ่มเอกสารราชการ
ข. เป็นตัวอย่างการปฏิบัติจริง
ค. ลดครู
ง. ลดงบประมาณ
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นต้นแบบการนำไปใช้จริงในบริบทต่าง ๆ

ข้อ 5 การจัดแผนการเรียนเตรียมอาชีพสะท้อนแนวคิดใด
ก. มาตรฐานเดียวกัน
ข. ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ค. ลดวิชา
ง. เน้นสอบ
เฉลย: ข
เหตุผล: ออกแบบตามความถนัดและความสนใจ

ข้อ 6 การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นมีประโยชน์อย่างไร
ก. ลดเนื้อหา
ข. เพิ่มความยาก
ค. เชื่อมโยงบริบทจริง
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ทำให้การเรียนสอดคล้องกับชีวิตจริง

ข้อ 7 หลักสูตรทวิศึกษาเน้นอะไร
ก. ทฤษฎีอย่างเดียว
ข. ทักษะอาชีพควบคู่การเรียน
ค. กีฬา
ง. ศิลปะ
เฉลย: ข
เหตุผล: เรียนวิชาการพร้อมทักษะอาชีพ

ข้อ 8 ผู้บริหารควรนำ Best Practices ไปใช้อย่างไร
ก. ใช้เหมือนกันทุกโรงเรียน
ข. ปรับตามบริบท
ค. ใช้เฉพาะเมืองใหญ่
ง. ใช้เฉพาะครู
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องสอดคล้องบริบทของสถานศึกษา

ข้อ 9 การเน้นวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองมีเป้าหมายใด
ก. เพิ่มคะแนนสอบ
ข. สร้างพลเมืองคุณภาพ
ค. ลดวิชาอื่น
ง. เน้นท่องจำ
เฉลย: ข
เหตุผล: พัฒนาความเป็นพลเมืองและจิตสำนึก

ข้อ 10 เป้าหมายสูงสุดของการจัดการศึกษาในบทความคืออะไร
ก. เพิ่มรายได้โรงเรียน
ข. ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น ใช้เป็น
ค. เพิ่มจำนวนครู
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญและใช้ได้จริง

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น