สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M135_ลดดอกเบี้ย ใช้บำเหน็จตกทอด ตั้งบอร์ดคุมปล่อยกู้ แก้หนี้ครู

8 พฤศจิกายน 2564 นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ที่มี น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน และมีผู้แทนธนาคารออมสิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง เข้าร่วมประชุม ว่า ที่ประชุม ได้หารือถึงมาตรการในการแก้ปัญหาหนี้สินครู เรื่องที่คิดว่าสามารถดำเนินการได้ทันทีมี 4 เรื่อง ดังนี้ 

1.การลดดอกเบี้ย ซึ่งสถาบันการเงินยินดีให้ความร่วมมือ 

2.การหาแนวทางช่วยเหลือ ผู้ที่มียอดหนี้จำนวนสูง โดยจะไปดูแนวทางว่าหุ้นต่างๆ หรือเงิน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่สมาชิกมีอยู่จะสามารถนำมาลดยอดหนี้ได้หรือไม่ ดีกว่าให้เงินแช่อยู่ รวมถึงอาจจะไปหารือกับ กบข.เพื่อผลักดันโครงการปล่อยกู้เงิน กบข. นำวงเงินที่มีอยู่เป็นประกัน รวมถึงดูว่าเงินจาก โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ซึ่งอยู่ที่สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไร ที่จะยกมาช่วยลดยอดหนี้ให้เหลือน้อยลงได้ ดังนั้นในเร็ว ๆนี้จะเชิญ สกสค.มาหารือ เพื่อหาแนวทางที่จะนำเงินส่วนนี้มาใช้เป็นหลักประกันได้อย่างไร 

3. ค่าธรรมเนียมที่ผู้กู้ไม่จำเป็นต้องจ่าย โดยเฉพาะเงินประกันเงินกู้ที่แต่ละปีผู้กู้ต้องจ่ายจำนวนมาก ซึ่งอาจไม่จำเป็น เพราะหากผู้กู้มีหุ้นหรือมีเงิน ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และเงินกบข.ก็สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ โดยไม่ต้องทำประกันยอดหนี้อีก 

4. ปัจจุบันครูเป็นหนี้ค่อนข้างมาก การควบคุมการกู้เงินยังไม่มีระบบที่ชัดเจน ที่ผ่านมาจะมีเพียงใบรับรองเงินเดือน ซึ่งบางรายใช้วงเงินดังกล่าวในการกู้หลายที่ ดังนั้นต่อไปการปล่อยกู้จะต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเครดิตบูโร ที่จะต้องรวบรวมข้อมูลทางการเงิน ว่า ครูแต่ละไปกู้เงินไว้ที่สถาบันการเงินใดบ้าง และมีเงินเหลือติดบัญชีเงินเดือนจำนวนเท่าไร และสามารถกู้ได้อีกเท่าไร เพื่อให้ครูมีเงินเดือนเหลือพอใช้ในแต่ละเดือน 

นายสุทธิชัย ระบุว่า การดำเนินการตรงนี้จะมีโปรแกรมเฉพาะ เพื่อคำนวณให้ผู้กู้มีเงินเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ต่อเดือน เพื่อการดำรงชีวิต ตามที่กฎหมายกำหนด ตรงนี้เป็นการควบคุมการกู้เงิน ขณะเดียวกันจะมีการหักเงินเดือน ณ ที่จ่าย โดยจะมีระเบียบว่าการจะหักได้ก่อนต้องเป็นเงินชำระหนี้เงินกู้เป็นลำดับแรก และหลังจากกู้ไปแล้วผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหา โดยคณะกรรมการชุดนี้ ประกอบด้วย ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตัวแทนสหกรณ์ออมทรัพย์ ตัวแทนจากสถาบันการเงิน มาร่วมเป็นกรรมการฯเพื่อช่วยหาแนวทางแก้ไขปัญหาในการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งตรงนี้สามารถดำเนินการได้ทันที ขณะนี้กำลังพิจารณารายชื่อคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการต่อไป 

“4 ข้อนี้เราก็ขับเคลื่อนไปตามมาตรการได้มากแล้ว ดังนั้นอีก 1 สัปดาห์จะมาอัพเดทการบ้านที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไป ว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งในวันนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้ย้ำให้เร่งดำเนินการ โดยเรื่องใดที่ทำได้ก่อนก็ให้เร่งทำให้เร็วที่สุด อาทิ กรณีการลดดอกเบี้ย หากทำแล้วเห็นผล ก็ให้ทำได้ทันทีเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับครู ซึ่งแต่ละเรื่องไม่เหมือนกันหากเรื่องใดที่ต้องปรับแก้ระเบียบ ก็อาจต้องใช้เวลา” นายสุทธิชัย กล่าว 

ที่มา ; แนวหน้า

สรุปสาระสำคัญ
บทความกล่าวถึงการเร่งแก้ปัญหาหนี้สินของข้าราชการครู โดยคณะกรรมการภายใต้กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับหน่วยงานการเงินหลายฝ่าย ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วน 4 ประการ ได้แก่ (1) ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยสถาบันการเงินให้ความร่วมมือ (2) ช่วยเหลือผู้มีหนี้สูง ด้วยการพิจารณานำสินทรัพย์ เช่น กบข. ช.พ.ค. ช.พ.ส. หรือหุ้น มาใช้เป็นหลักประกันหรือลดยอดหนี้ (3) ลดภาระค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็น เช่น ประกันเงินกู้ หากมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอ และ (4) พัฒนาระบบควบคุมการกู้ โดยใช้ข้อมูลเครดิตบูโรและโปรแกรมคำนวณเพื่อให้ผู้กู้มีเงินเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของเงินเดือน นอกจากนี้ยังมีมาตรการหักเงินเดือนชำระหนี้ และตั้งคณะกรรมการช่วยปรับโครงสร้างหนี้ในกรณีชำระไม่ได้ แนวทางทั้งหมดมุ่งลดภาระหนี้ สร้างวินัยทางการเงิน และคุ้มครองคุณภาพชีวิตครู โดยบางมาตรการทำได้ทันที ขณะที่บางส่วนต้องปรับระเบียบเพิ่มเติม

ข้อสอบ

ข้อ 1 มาตรการใดส่งผล “ทันที” ต่อการลดภาระรายเดือนของครูมากที่สุด
ก. ใช้เครดิตบูโร
ข. ลดดอกเบี้ย
ค. ตั้งคณะกรรมการ
ง. ปรับระเบียบ

ข้อ 2 การนำเงิน กบข. มาใช้เกี่ยวข้องกับแนวคิดใด
ก. เพิ่มรายได้
ข. ลดค่าใช้จ่าย
ค. ใช้สินทรัพย์บริหารหนี้
ง. ควบคุมวินัย

ข้อ 3 ปัญหาสำคัญเดิมของระบบกู้คือข้อใด
ก. ดอกเบี้ยสูง
ข. ไม่มีข้อมูลรวมศูนย์
ค. ขาดเงินทุน
ง. ไม่มีผู้ค้ำ

ข้อ 4 การกำหนดเงินเหลือ 30% มีเป้าหมายหลักคือ
ก. เพิ่มกำไรธนาคาร
ข. คุมการใช้จ่ายรัฐ
ค. คุ้มครองการดำรงชีพ
ง. ลดหนี้เร็ว

ข้อ 5 ข้อใดคือแนวทางลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ก. เพิ่มวงเงินกู้
ข. ยกเลิกประกันเงินกู้
ค. เพิ่มดอกเบี้ย
ง. ขยายเวลาหนี้

ข้อ 6 หากครูชำระหนี้ไม่ได้ ควรดำเนินการอย่างไร
ก. ฟ้องทันที
ข. ยึดทรัพย์
ค. ตั้งคณะกรรมการช่วย
ง. ปลดออก

ข้อ 7 บทบาทเครดิตบูโรคือ
ก. ให้เงินกู้
ข. เก็บภาษี
ค. รวมข้อมูลหนี้
ง. ประกันชีวิต

ข้อ 8 ข้อใดสะท้อน “การบริหารเชิงระบบ” มากที่สุด
ก. ลดดอกเบี้ย
ข. ยกเลิกค่าธรรมเนียม
ค. ใช้โปรแกรมคำนวณเงินคงเหลือ
ง. ใช้เงิน กบข.

ข้อ 9 มาตรการใดต้องใช้เวลาเพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ก. ลดดอกเบี้ย
ข. ใช้โปรแกรม
ค. ปรับระเบียบ
ง. หักเงินเดือน

ข้อ 10 หากเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ควรใช้แนวคิดใดนำไปใช้
ก. ส่งเสริมกู้เพิ่ม
ข. ให้ครูบริหารหนี้เอง
ค. สร้างวินัยการเงินและข้อมูลโปร่งใส
ง. ลดเงินเดือน

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม