
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากการที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายเรื่อง “การพัฒนาเด็กและเยาวชนหลังโควิด-19” ในการเป็นประธานการประชุมวิชาการ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2564 ว่า การพัฒนาการศึกษาที่สมดุลมี 4 ด้าน คือ
1.พุทธิศึกษา หมายถึงวิชาการด้านต่างๆ
2.จริยศึกษา เรื่องของคุณงามความดี ความคิดดี ซึ่งจริยศึกษาที่สำคัญและต้องสอน คือ เรื่องความซื่อสัตย์
3.หัตถศึกษา หรือ การศึกษาที่ใช้มือหยิบจับ การทำงานช่างต่าง ๆ และ
4.พลศึกษา เพื่อให้ร่างกายและสมองแข็งแรงมีกำลัง ไม่ใช่มีแต่ความรู้ไม่มีพลังก็ไม่มีประโยชน์ นั้น
ตนได้น้อมรับกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน โดยได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นำการพัฒนาการศึกษาที่สมดุลทั้ง 4 ด้าน มาพิจารณากำหนดไว้ในการปรับปรุงหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนทุกระดับ ทุกประเภท ซึ่งทั้ง สพฐ. และสอศ.กำลังดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรและการเรียนการสอนอยู่ในขณะนี้
“ ดิฉัน จะน้อมนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ที่ทรงเน้นย้ำถึงการแก้ปัญหาเรื่องคนที่ฟังและพูดภาษาไทยไม่ได้ ที่ต้องหาวิธีการใหม่ๆมาฝึกให้เด็กอ่านเขียน และต้องเอาจริงเอาจังกว่าเดิม, การแก้ปัญหาครูขาดทักษะในการสอนออนไลน์ , การจัดการเรียนการสอนที่ต้องสอนให้เด็กเรียนรู้รอบด้าน มีทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน โดยต้องออกแบบการสอนแบบปฏิบัติที่เน้นให้เด็กนักเรียนลงมือปฏิบัติด้วยนั้น มาพิจารณาปรับปรุงการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมนำสิ่งที่พระองค์ท่านทรงริเริ่มทำกับโรงเรียนในโครงการ กพด.มาขยายผลต่อในโรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เช่นเรื่องการใช้สื่อ 60 พรรษาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สำหรับระดับประถมศึกษา และสื่อ 65 พรรษาฯ สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งมีอยู่ในถุงยังชีพเพื่อการศึกษาพระราชทานที่ช่วยได้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 เรื่องการสอนคุณธรรมจริยธรรมความซื่อสัตย์ ที่เน้นให้เด็กมีความซื่อสัตย์ ครูก็ต้องมีความซื่อสัตย์ด้วยนั้น ก็จะมีการปรับปรุงการวัดและประเมินผลให้หลากหลายเหมาะสมกับวิธีการสอน และมีการนิเทศการสอนด้วย “ น.ส.ตรีนุช กล่าว
รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่อว่า จากที่ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้ส่งผลกระทบถึงอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ส่งผลให้โรงเรียนในสังกัด สพฐ.ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการ กพด.ได้รับผลกระทบเกิดความเสียหายด้วยนั้น ตนได้มอบหมายให้ สพฐ.เร่งสำรวจความเสีหายและดูแลซ่อมแซมโดยด่วนแล้ว.
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 29 ธันวาคม 2564
สรุปสาระสำคัญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการน้อมรับพระราชดำรัสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยเน้นการจัดการศึกษาที่สมดุล 4 ด้าน ได้แก่ พุทธิศึกษา (วิชาการ) จริยศึกษา (คุณธรรม ความซื่อสัตย์) หัตถศึกษา (การลงมือปฏิบัติ ทักษะงาน) และพลศึกษา (สุขภาพกายและสมอง) ซึ่งเป็นแนวคิดการพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน ไม่เน้นเพียงความรู้เชิงทฤษฎี
กระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้ สพฐ. และ สอศ. นำแนวคิดดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนทุกระดับ โดยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเด็กอ่านเขียนภาษาไทยไม่ได้ การพัฒนาทักษะครูด้านการสอนออนไลน์ และการออกแบบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่เสริมทักษะชีวิตและทักษะการทำงาน ควบคู่กับการขยายผลสื่อการเรียนรู้ตามโครงการ กพด. เพื่อช่วยเหลือเด็กในพื้นที่ทุรกันดารและช่วงวิกฤตโควิด-19
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงการวัดและประเมินผลให้หลากหลาย สอดคล้องกับรูปแบบการสอน และเพิ่มการนิเทศติดตาม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ข้อสอบ
สาระสำคัญที่สุดของแนวคิด “การศึกษาที่สมดุล 4 ด้าน” คือข้อใด
ก. การเพิ่มเวลาเรียนในรายวิชาหลัก
ข. การพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ควบคู่คุณธรรม ทักษะ และสุขภาพ
ค. การเน้นกิจกรรมพิเศษนอกเวลาเรียน
ง. การบูรณาการหลักสูตรกับเทคโนโลยีดิจิทัล
ข้อใดสะท้อนการน้อมนำพระราชดำรัสไปสู่การปฏิบัติได้ชัดเจนที่สุด
ก. เพิ่มการสอบวัดผลระดับชาติ
ข. ปรับโครงสร้างหน่วยงานทางการศึกษา
ค. ปรับหลักสูตรและวิธีสอนให้เน้นการลงมือปฏิบัติและคุณธรรม
ง. เพิ่มงบประมาณด้านอาคารสถานที่
หากท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษา การดำเนินการใดสอดคล้องกับนโยบายนี้มากที่สุด
ก. สั่งให้ครูสอนตามหนังสือเรียนอย่างเคร่งครัด
ข. ส่งเสริมให้ครูออกแบบกิจกรรมบูรณาการคุณธรรมและทักษะชีวิต
ค. เพิ่มจำนวนชั่วโมงเรียนพิเศษ
ง. ลดกิจกรรมที่ไม่ใช่วิชาการ
เหตุใดการปรับการวัดและประเมินผลจึงเป็นประเด็นสำคัญในบทความนี้
ก. เพื่อให้ผลสอบเปรียบเทียบได้ทั่วประเทศ
ข. เพื่อให้สอดคล้องกับการเรียนออนไลน์
ค. เพื่อรองรับการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและสมรรถนะผู้เรียน
ง. เพื่อใช้คัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนต่อ
บทบาทของครูตามแนวคิดในบทความควรเปลี่ยนไปในลักษณะใด
ก. เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เป็นหลัก
ข. เป็นผู้ควบคุมวินัยในชั้นเรียน
ค. เป็นผู้อำนวยความสะดวกและแบบอย่างด้านคุณธรรม
ง. เป็นผู้ประเมินผลเพียงอย่างเดียว
สาระสำคัญเชิงนโยบายที่ลึกที่สุดของ “การศึกษาที่สมดุล 4 ด้าน” คือข้อใด
ก. การเพิ่มสาระรายวิชานอกเหนือจากหลักสูตรแกนกลาง
ข. การปรับจุดเน้นจากความรู้เชิงปริมาณสู่การพัฒนามนุษย์แบบองค์รวม
ค. การบูรณาการกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกับวิชาหลัก
ง. การจัดสรรเวลาเรียนใหม่ให้เหมาะสม
หากสถานศึกษานำแนวคิดนี้ไปใช้ แต่ยังคงประเมินผลด้วยข้อสอบปลายภาคเพียงอย่างเดียว จะเกิดผลกระทบใดมากที่สุด
ก. ครูสอนไม่ครบตัวชี้วัด
ข. ผู้เรียนเกิดความเครียด
ค. นโยบายไม่สามารถสะท้อนผลลัพธ์ที่แท้จริง
ง. การนิเทศติดตามทำได้ยาก
ข้อใดสะท้อน “จริยศึกษา” ตามพระราชดำรัสได้ลึกกว่าการสอนคุณธรรมทั่วไป
ก. จัดกิจกรรมหน้าเสาธง
ข. สอดแทรกคุณธรรมในแผนการสอน
ค. ครูเป็นแบบอย่างความซื่อสัตย์และมีระบบประเมินพฤติกรรม
ง. เพิ่มรายวิชาหน้าที่พลเมือง
ในฐานะผู้บริหาร หากต้องเลือก “จุดเริ่มต้น” ในการขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้เห็นผลเร็วที่สุด ควรเริ่มจากข้อใด
ก. ปรับโครงสร้างหลักสูตร
ข. พัฒนาทักษะครูและวิธีสอน
ค. จัดหาอุปกรณ์และสื่อ
ง. ประชุมสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครอง
ปัญหาเด็กอ่านเขียนภาษาไทยไม่ได้ในบทความ สะท้อนความล้มเหลวของระบบใดมากที่สุด
ก. ระบบหลักสูตร
ข. ระบบการประเมินผล
ค. ระบบการจัดการเรียนรู้เฉพาะบุคคล
ง. ระบบการบริหารงบประมาณ
ข้อใดคือ “ความเสี่ยงเชิงนโยบาย” หากสถานศึกษานำแนวคิด 4 ด้านไปใช้แบบแยกส่วน
ก. ใช้งบประมาณเพิ่ม
ข. ครูมีภาระงานมากขึ้น
ค. ผู้เรียนสับสน
ง. เกิดกิจกรรมมากแต่ไม่เกิดสมรรถนะ
การขยายผลสื่อจากโครงการ กพด. สะท้อนหลักการบริหารใดมากที่สุด
ก. ประสิทธิภาพ
ข. ความคุ้มค่า
ค. ความเสมอภาคทางการศึกษา
ง. การกระจายอำนาจ
หากครูยังขาดทักษะการสอนออนไลน์ ผู้บริหารควรตัดสินใจอย่างไรจึงสอดคล้องบทความมากที่สุด
ก. ลดการเรียนออนไลน์
ข. จ้างวิทยากรภายนอก
ค. พัฒนาครูควบคู่การนิเทศติดตาม
ง. เปลี่ยนแพลตฟอร์มการสอน
ข้อใดสะท้อนการบริหารเชิงรุกตามบทบาทผู้บริหารยุคหลังโควิดได้ดีที่สุด
ก. รอคำสั่งจากต้นสังกัด
ข. ดำเนินการตามคู่มืออย่างเคร่งครัด
ค. แปลงนโยบายเป็นแผนปฏิบัติการระดับโรงเรียน
ง. มุ่งรักษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเดิม
สาระสำคัญที่สุดที่กรรมการสอบมักต้องการวัดจากบทความนี้คือข้อใด
ก. ความรู้ด้านนโยบายการศึกษา
ข. ความเข้าใจพระราชดำริ
ค. ความสามารถเชื่อมโยงนโยบายกับการบริหารสถานศึกษา
ง. ความจำรายละเอียดข่าว
คลิกเฉลย >>>
