
เมื่อวันที่ 28 พ.ย.นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตนได้ประชุมคณะทำงานจัดทำนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างนโยบายและจุดเน้นของศธ.เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงต่อเนื่องจากปีงบประมาณ พ.ศ.2565-2566 ตลอดจนเป็นไปตามสถานการณ์ยุคปัจจุบัน แผนงาน นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ รวมทั้งมีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ ซึ่งนโยบายและจุดเน้นในการศึกษา 2567 นี้ตนจะเสนอให้น.ส.ตรีนุช รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาลงนามประกาศเห็นชอบในเร็วๆนี้
ปลัดศธ.กล่าวต่อไปว่า สำหรับนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 นั้น จะเน้นเรื่องการศึกษาเพื่อความปลอดภัย เพราะเป็นนโยบายสำคัญของน.ส.ตรีนุช ที่ต้องการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนจะครอบคลุมทุกมิติ เช่น ความปลอดภัยจากการเดินทาง ความรุนแรง การคุกคามทางเพศ เป็นต้น ซึ่งจุดเน้นเรื่องนี้จะมีข้อกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยให้ชัดเจนมากขึ้น
ดังนั้นศูนย์ความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการ หรือ MOE Safety Center นั้นจะต้องมีบทบาทและแผนขับเคลื่อนการดำเนินงานเรื่องนี้ให้ชัดเจน รวมถึงการยกระดับคุณภาพการศึกษาไม่ว่าจะเป็นการจัดการเรียนการสอนผ่านกระบวนการ Active Learning การเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกช่วงวัย และการแก้ปัญหาเรื่องภาวะการเรียนรู้ถดถอย และการสร้างมาตรฐานการเรียนแบบโฮมสคูล และการสร้างโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากที่ผ่านมาเราได้สำรวจเด็กยากจนพบ 1.3 ล้านคนที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษาและไม่ทำงาน หรือที่เรียกว่า กลุ่ม NEET โดยในเด็กกลุ่มนี้ตนจะใช้อาสาสมัครศธ.ลงพื้นที่ค้นหา เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้อ่านออกเขียนได้หรือสร้างกิจกรรมให้เหมาะสมทุกช่วงวัย เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้และการมีงานทำได้ในอนาคต อีกทั้งจุดเน้นดังกล่าวยังได้เพิ่มขีดความสามารถกำลังคนทักษะขั้นสูงด้วย
“นอกจากนี้ผมจะหารือกับรมว.ศธ.ให้แก้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย เนื่องจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ได้กำหนดตัวชี้วัดและแผนแม่บทด้านการปฎิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยสภาพัฒน์ไปกำหนดตัวชี้วัดสัดส่วนนักเรียนชั้นม.3 จะต้องมีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ร้อยละ 50 ขึ้นไป ซึ่งในประเด็นนี้ขัดแย้งกับประกาศของศธ.ที่ได้ยกเลิการจัดสอบโอเน็ตไปแล้ว ซึ่งอาจสร้างความยุ่งยากและสับสนต่อผู้เรียนได้” ปลัดศธ.กล่าว
"อรรถพล" เผย นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบ 67 เน้นการศึกษาปลอดภัย พร้อมหารือรมว.ศธ.แก้มติครม.ฉบับสภาพัฒน์ หลังให้นำสัดส่วนโอเน็ตมาสร้างปฎิรูปการเรียนรู้ ชี้ ขัดแย้งประกาศศธ.ที่ให้ยกเลิกการสอบไป2ปีแล้ว
ที่มา ; เดลินิวส์ 28 พฤศจิกายน 2565
สรุปสาระสำคัญ
บทความสะท้อนสถานการณ์การกำหนดนโยบายการศึกษาไทยปีงบประมาณ 2567 ที่ต้องเชื่อมโยงความต่อเนื่องจากนโยบายเดิมและปรับให้สอดคล้องบริบทโลกยุคใหม่ โดยกระทรวงศึกษาธิการมุ่งขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง เน้นการพัฒนาผู้เรียนทุกช่วงวัยอย่างรอบด้านและเสริมสมรรถนะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 หลักการสำคัญคือ “การศึกษาเพื่อความปลอดภัย” ครอบคลุมความปลอดภัยด้านการเดินทาง ความรุนแรง และการคุกคามทุกรูปแบบ ผ่านบทบาทเชิงรุกของ MOE Safety Center ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้วย Active Learning การเรียนรู้ตลอดชีวิต การแก้ปัญหาภาวะการเรียนรู้ถดถอย และการกำหนดมาตรฐานโฮมสคูล
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับความเสมอภาคทางการศึกษา โดยเร่งแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบและกลุ่ม NEET กว่า 1.3 ล้านคน ด้วยการค้นหาเชิงรุกและจัดกิจกรรมที่เหมาะสมเพื่อเชื่อมสู่การเรียนรู้และการมีงานทำ ขณะเดียวกัน บทความชี้ให้เห็นความท้าทายเชิงนโยบายจากความไม่สอดคล้องระหว่างตัวชี้วัดของสภาพัฒน์ที่อ้างอิงผล O-NET กับประกาศยกเลิกการสอบของ ศธ. ซึ่งสะท้อนความจำเป็นของการบูรณาการนโยบายและการตัดสินใจเชิงระบบ
ข้อสอบ
ข้อ 1 เหตุผลสำคัญที่ปลัด ศธ. เน้นการเชื่อมโยงนโยบายปี 2567 กับปี 2565–2566 คือข้อใด
ก. เพื่อรักษาโครงสร้างงบประมาณเดิม
ข. เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเกิดความต่อเนื่องและสอดคล้องสถานการณ์
ค. เพื่อเพิ่มอำนาจการตัดสินใจของส่วนกลาง
ง. เพื่อใช้ตัวชี้วัดเดียวกันทุกระดับ
ข้อ 2 “การศึกษาเพื่อความปลอดภัย” ตามนโยบายปี 2567 มีลักษณะเด่นอย่างไร
ก. เน้นเฉพาะความปลอดภัยในสถานศึกษา
ข. มุ่งป้องกันปัญหาทางวินัยเป็นหลัก
ค. ครอบคลุมความปลอดภัยหลายมิติของผู้เรียน
ง. เป็นนโยบายเฉพาะระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข้อ 3 บทบาทหลักของ MOE Safety Center ตามบทความคือข้อใด
ก. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
ข. วางแผนและขับเคลื่อนมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ
ค. กำหนดหลักสูตรความปลอดภัยระดับชาติ
ง. ตรวจสอบการใช้งบประมาณของสถานศึกษา
ข้อ 4 แนวทางจัดการปัญหาเด็กกลุ่ม NEET สะท้อนหลักการใดมากที่สุด
ก. การแข่งขันทางการศึกษา
ข. การจัดการศึกษาแบบคัดกรอง
ค. ความเสมอภาคและการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา
ง. การกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา
ข้อ 5 กรณีความขัดแย้งระหว่างตัวชี้วัด O-NET ของสภาพัฒน์กับประกาศยกเลิกสอบของ ศธ. ผู้บริหารควรตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างไรจึงเหมาะสมที่สุด
ก. ใช้ผล O-NET เป็นตัวชี้วัดหลักต่อไป
ข. ยกเลิกตัวชี้วัดทั้งหมดที่เกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์
ค. ปรับตัวชี้วัดให้สอดคล้องนโยบายและไม่สร้างความสับสนแก่ผู้เรียน
ง. ให้สถานศึกษาตัดสินใจดำเนินการเอง
คลิกเฉลย >>>