
Alibaba DAMO Academy ("DAMO") โครงการวิจัยระดับโลกของอาลีบาบา กรุ๊ป เผยการคาดการณ์ประจำปีเกี่ยวกับเทรนด์ทางเทคโนโลยีชั้นนำที่อาจเป็นตัวกำหนดรูปโฉมของอุตสาหกรรมจำนวนมากในอีกหลายปีต่อจากนี้ ซึ่งมาจากการรวบรวมและวิเคราะห์จากเอกสารสาธารณะและการจดสิทธิบัตรในช่วงสามปีที่ผ่านมา และการสัมภาษณ์นักวิทยาศาสตร์ผู้ประกอบการ และวิศวกรทั่วโลก
นายเจฟฟ์ ชาง หัวหน้าของ Alibaba DAMO Academy กล่าวว่า ปี 2566 จะเป็นปีที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ จะขับเคลื่อนให้เกิดการออกแบบการทำงานของซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ร่วมกัน และการผสานรวมของเทคโนโลยีด้านคอมพิวติ้งกับการติดต่อสื่อสาร การนำเทคโนโลยีไปใช้ในวงกว้างจะทำให้มีการใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลอื่น ๆ มากขึ้นในตลาดเฉพาะทางต่าง ๆ และกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และบุคคลทั่วไปเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีและการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย นวัตกรรมที่เกิดจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการใช้งานที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละอุตสาหกรรม จะกลายเป็นแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นและไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก
DAMO คาดว่าในปี 2566 จะได้เห็นความรุดหน้าทางเทคโนโลยีและการเกิดขึ้นอย่างมากมายของแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
เทรนด์ที่ 1: เอไอแบบรู้สร้าง (Generative AI)
Generative AI สร้างคอนเทนต์ใหม่ตามชุดข้อความ รูปภาพ หรือไฟล์เสียงที่กำหนดไว้ ปัจจุบันมีการใช้ Generative AI ในการผลิตต้นแบบและแบบร่างต่าง ๆ เป็นหลัก รวมถึงใช้กับเกม โฆษณา และกราฟิกดีไซน์ นอกจากจะเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแห่งอนาคตและการลดค่าใช้จ่ายแล้ว Generative AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีเบ็ดเสร็จที่สามารถเพิ่มความหลากหลาย ความคิดร้างสรรค์ และการสร้างคอนเทนต์ที่โดดเด่นได้อย่างมีนัยสำคัญ
อีกสามปีต่อจากนี้ เราจะได้เห็นรูปแบบทางธุรกิจใหม่ ๆ และระบบนิเวศที่สมบูรณ์เต็มที่ เพราะมีการนำ Generative AI ไปใช้อย่างแพร่หลาย รูปแบบที่เป็น Generative AI จะโต้ตอบได้มากขึ้น ปลอดภัยและชาญฉลาดมากขึ้น ทั้งยังจะช่วยมนุษย์ทำงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ ให้ลุล่วงได้อย่างดี
เทรนด์ที่ 2: การตัดสินใจที่ชาญฉลาดด้วยการวิจัยเชิงปฏิบัติการและแมชชีนเลิร์นนิ่ง (Dual-engine Decision Intelligence)
วิธีการตัดสินใจแบบเดิมในอดีตนั้นพึ่งพาการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ซึ่งมีข้อจำกัดในการจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ที่มีความไม่แน่นอนสูงและตอบสนองต่อปัญหาใหญ่ ๆ ได้ช้า ดังนั้น สถาบันทางการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมจึงได้เริ่มใช้แมชชีนเลิร์นนิ่งเข้ามาเสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการตัดสินใจด้านต่าง ๆ เครื่องมือทั้งสองนี้เป็นองค์ประกอบที่ลงตัวของกันและกัน และเมื่อได้ใช้ควบคู่กันไปจะช่วยเพิ่มความเร็วและคุณภาพของการตัดสินใจต่าง ๆ และเป็นที่คาดการณ์ว่า เทคโนโลยีนี้จะใช้กันอย่างแพร่หลายในสถานการณ์หลากหลายในอนาคต เพื่อช่วยให้สามารถจัดสรรทรัพยากรได้แบบไดนามิก ครบถ้วนและเรียลไทม์ เช่น การจ่ายไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ การปรับพอร์ตทรูพุตให้เหมาะสม การกำหนดจุดจอดในสนามบิน และการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการผลิตต่าง ๆ เป็นต้น
ในอนาคต dual-engine decision intelligence จะใช้ในงานด้านต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวน entities และขยายขนาดการจัดสรรทรัพยากรตามภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุผลในการจัดสรรทรัพยากรแบบไดนามิก ครบถ้วนและเรียลไทม์
เทรนด์ที่ 3: ระบบความปลอดภัยที่รองรับการประมวลผลบนคลาวด์ (Cloud-native Security)
การใช้ระบบความปลอดภัยที่รองรับการทำงานบนคลาวด์ (Cloud-native security) นั้น ไม่เพียงมอบสมรรถนะด้านความปลอดภัยบนโครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์เท่านั้น แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบริการด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์-เนทีฟ การรวมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยต่าง ๆ และคลาวด์คอมพิวติ้งเข้าด้วยกันกำลังเกิดขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเราเห็นได้จากการใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาจากการใช้คอนเทนเนอร์ไปเป็นไมโครเซอร์วิส จนถึงรูปแบบที่ไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ (serverless model) และบริการด้านความปลอดภัยที่ยกระดับสู่การเป็นคลาวด์-เนทีฟ มีความรัดกุม ใช้แพลตฟอร์มเป็นศูนย์กลาง และชาญฉลาด
ในสามถึงห้าปีจากนี้ การรักษาความปลอดภัยแบบคลาวด์-เนทีฟจะหลากหลายมากขึ้น นำไปใช้กับสถาปัตยกรรมมัลติ-คลาวด์ได้ง่ายขึ้น และเอื้อต่อการสร้างระบบความปลอดภัยแบบไดนามิก ครบวงจร แม่นยำ และใช้กับสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดได้
เทรนด์ที่ 4: โมเดลโครงสร้างสำเร็จรูปหลากหลายที่ผ่านการเทรนด์มาแล้ว (pre-trained multimodal foundation models)
Pre-trained multimodal foundation models กลายเป็นแบบอย่างและโครงสร้างพื้นฐานแบบใหม่ในการสร้างระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) รูปแบบเหล่านี้สามารถรับความรู้จากแบบวิธีต่าง ๆ และนำเสนอความรู้นั้นตามกรอบการเรียนรู้ด้านการแสดงออกที่รวมเป็นหนึ่งเดียว ในอนาคต foundation models จะถูกกำหนดขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานปกติของระบบ AI ที่ใช้ทำงานต่าง ๆ เช่น รูปภาพ ข้อความ และเสียง เป็นการเสริมศักยภาพระบบ AI ด้วยความสามารถด้านสติปัญญาในการให้เหตุผล การตอบคำถาม การสรุป และการสร้างสรรค์
เทรนด์ที่ 5: สถาปัตยกรรมคลาวด์คอมพิวติ้งที่รวมฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์
คลาวด์คอมพิวติ้งกำลังพัฒนาเป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ Cloud Infrastructure Processor (CIPU) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ใช้ฮาร์ดแวร์เร่งความเร็วในการทำงานและควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ โดยจะช่วยเร่งการใช้แอปพลิเคชันบนคลาวด์ ในขณะเดียวกันยังคงความยืดหยุ่นและความคล่องตัวสูงไว้เพื่อการพัฒนาแอปพลิเคชันบนคลาวด์ CIPU จะกลายเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วไปของคลาวด์คอมพิวติ้งยุคหน้า และนำมาซึ่งโอกาสด้านการพัฒนาใหม่ ๆ จำนวนมากในด้านการวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์และการออกแบบ dedicated chip
เทรนด์ที่ 6: โครงสร้างที่คาดการณ์ได้บน Edge-Cloud Synergy
โครงสร้างที่คาดการณ์ได้ (predictable fabric) เป็นระบบเน็ตเวิร์กที่ออกแบบร่วมกันโดยโฮสต์และเครือข่าย ขับเคลื่อนโดยความล้ำสมัยของคลาวด์คอมพิวติ้ง และมีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอบริการเน็ตเวิร์กที่มีประสิทธิภาพสูง และเป็นเทรนด์ที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะความสามารถด้านคอมพิวติ้งและเน็ตเวิร์กในปัจจุบันค่อย ๆ รวมตัวเข้าด้วยกัน และด้วยสมรรถนะของนวัตกรรมแบบฟูลสแต็ก จาก cloud-defined protocols, ซอฟต์แวร์, ชิพ, ฮาร์ดแวร์, สถาปัตยกรรม และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทำให้คาดการณ์
ได้ว่า predictable fabric จะเข้ามาแทนที่สถาปัตยกรรมเน็ตเวิร์ก TCP แบบดั้งเดิม และกลายเป็นส่วนหนึ่งของเน็ตเวิร์กหลักในดาต้าเซ็นเตอร์รุ่นต่อไป ความก้าวล้ำด้านนี้ยังขับเคลื่อนการใช้ predictable fabric จากเน็ตเวิร์กของดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึงเน็ตเวิร์กหลักบนคลาวด์ที่กว้างขวาง
เทรนด์ที่ 7: การสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ (Computational Imaging)
การสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ (computational imaging) เป็นสหวิทยาการเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างหนึ่ง ซึ่งตรงข้ามกับเทคนิคการถ่ายภาพแบบเดิม โดยคอมพิวเตอร์สร้างภาพจากรูปแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ต่าง ๆ และความสามารถในการประมวลผลสัญญาณต่าง ๆ จำนวนมาก จึงสามารถวิเคราะห์ข้อมูลสนามแสงเชิงลึกที่ไม่เคยทำได้มาก่อนได้ เทคโนโลยีนี้มีใช้แล้วในวงกว้าง เช่น การถ่ายภาพของโทรศัพท์มือถือ, การถ่ายภาพทางการแพทย์, และยานยนต์อัตโนมัติ ในอนาคตการสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์จะยังคงปฏิวัติเทคโนโลยีการถ่ายภาพแบบเดิม และทำให้เกิดนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ เช่น การถ่ายภาพแบบไม่ต้องใช้เลนส์ และการถ่ายภาพแบบไม่อยู่ในแนวสายตา (Non-line-of-sight: NLOS)
เทรนด์ที่ 8: ชิพเล็ต (Chiplet)
การใช้ชิพเล็ตหรือชิพขนาดย่อย (chiplet) ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถแบ่งระบบต่าง ๆ ที่รวมกันอยู่บนชิพตัวหนึ่ง (system on a chip: SoC) ออกเป็น chiplet หลายตัว ทำการผลิต chiplet แยกกันและใช้กระบวนการผลิตที่แตกต่างกันแล้วรวม chiplet ทุกตัวไว้ใน SoC ผ่านการเชื่อมต่อกันภายในและแพ็กเกจจิ้ง ทั้งนี้ การรวมมาตรฐานการเชื่อมต่อกันของ chiplet ต่าง ๆ ให้เป็นมาตรฐานเดียว เป็นการเร่งกระบวนการพัฒนา chiplet ในระดับอุตสาหกรรม เทคโนโลยีแพ็กเกจจิ้งที่ล้ำหน้าช่วยเสริมให้ chiplet เป็นคลื่นลูกใหม่ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการวิจัยและพัฒนาวงจรรวมและเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมชิพ
เทรนด์ที่ 9: การประมวลผลในหน่วยความจำ (PIM)
เทคโนโลยีการประมวลผลในหน่วยความจำ (Processing in Memory: PIM) เป็นการรวมหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) และหน่วยความจำไว้บนชิพเดียว ซึ่งช่วยให้ประมวลผลข้อมูลในหน่วยความจำได้โดยตรง คาดว่าจะมีการใช้ชิพที่เป็นแบบประมวลผลในหน่วยความจำกับแอปพลิเคชันที่มีความสามารถสูง มากขึ้นในอนาคต เช่น การอนุมานที่อยู่บนคลาวด์ และชิพลักษณะนี้จะยกระดับสถาปัตยกรรมที่ยึดการประมวลผลเป็นศูนย์กลางแบบเดิม ไปเป็นสถาปัตยกรรมแบบยึดข้อมูลเป็นสำคัญ ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น คลาวด์คอมพิวติ้ง, AI และอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (IoT)
เทรนด์ที่ 10: คู่เสมือนทางดิจิทัลของเมืองใหญ่ (Large-scale Urban Digital Twins)
คอนเซปต์ของคู่เสมือนดิจิทัลของเมือง (urban digiital twins) ได้กลายเป็นแนวทางใหม่ในการดูแลเมืองที่มีประสิทธิภาพ ณ ปัจจุบัน urgan digital twins ขนาดใหญ่มีบทบาทในการพัฒนาการทำงานสำคัญด้านต่าง ๆ เช่น การดูแลการจราจร การป้องกันและการจัดการภัยทางธรรมชาติ การวิเคราะห์จุดสูงสุดและความเป็นกลางทางคาร์บอน เป็นต้น ทั้งนี้ urban digital twins ขนาดใหญ่จะทำงานโดยอิสระได้ด้วยตนเองและมีหลากหลายมิติมากขึ้นในอนาคต
ที่มา ; มติชนออนไลน์ 12 มกราคม 2566
Alibaba DAMO Academy ได้เผยการคาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีสำคัญที่จะมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในอนาคต โดยอาศัยการวิเคราะห์เอกสารสาธารณะ สิทธิบัตร และการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก แนวโน้มหลักชี้ว่าเทคโนโลยีในยุคต่อไปจะเน้นการบูรณาการระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ การผสานคอมพิวติ้งกับการสื่อสาร และการใช้ AI อย่างแพร่หลายในหลายภาคส่วน พร้อมทั้งเพิ่มความร่วมมือด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแล
เทรนด์สำคัญ 10 ประการ ได้แก่ (1) Generative AI ที่สร้างสรรค์เนื้อหาใหม่ (2) การตัดสินใจอัจฉริยะด้วย AI และวิจัยเชิงปฏิบัติการ (3) Cloud-native Security ที่ยกระดับความปลอดภัยบนคลาวด์ (4) โมเดล AI หลายรูปแบบแบบ pre-trained (5) สถาปัตยกรรมคลาวด์แบบรวมฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ (CIPU) (6) Edge-Cloud synergy ที่ทำให้เครือข่ายคาดการณ์ได้ (7) Computational Imaging ที่ปฏิวัติการถ่ายภาพ (8) Chiplet ที่เพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบชิพ (9) PIM ที่รวมการประมวลผลในหน่วยความจำ และ (10) Digital Twin ของเมืองเพื่อการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ
โดยรวม เทคโนโลยีเหล่านี้มุ่งสู่ระบบอัจฉริยะ ยืดหยุ่น ปลอดภัย และทำงานแบบเรียลไทม์ ส่งผลต่อทั้งเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการบริหารจัดการสังคมในอนาคต
แนวคิดหลักของรายงาน DAMO Academy สะท้อนทิศทางเทคโนโลยีในข้อใดมากที่สุด
ก. ลดบทบาทของ AI ในอนาคต
ข. แยกการทำงานของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
ค. การบูรณาการเทคโนโลยีและ AI ในทุกระบบ
ง. มุ่งเน้นเฉพาะเทคโนโลยีการผลิต
เฉลย: ค
เหตุผล: เนื้อหาชี้ชัดว่ามีการผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ AI เข้าด้วยกันในทุกอุตสาหกรรม
Generative AI มีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. วิเคราะห์ข้อมูลเครือข่าย
ข. สร้างเนื้อหาใหม่จากข้อมูลที่มี
ค. เพิ่มความปลอดภัยของคลาวด์
ง. ออกแบบชิพคอมพิวเตอร์
เฉลย: ข
เหตุผล: Generative AI เน้นการสร้างข้อความ ภาพ หรือเสียงใหม่จากข้อมูลเดิม
Dual-engine Decision Intelligence คือการผสานเทคโนโลยีใด
ก. IoT + Big Data
ข. Cloud + Edge
ค. Operations Research + Machine Learning
ง. Blockchain + AI
เฉลย: ค
เหตุผล: ใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการร่วมกับแมชชีนเลิร์นนิ่งเพื่อเพิ่มคุณภาพการตัดสินใจ
Cloud-native Security มีจุดเด่นสำคัญคืออะไร
ก. ใช้เฉพาะระบบออฟไลน์
ข. เพิ่มความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีคลาวด์
ค. ลดการใช้ข้อมูล
ง. แยกการทำงานจากคลาวด์
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการยกระดับความปลอดภัยโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์
Multimodal Foundation Models หมายถึงอะไร
ก. โมเดลที่ใช้ข้อมูลเพียงประเภทเดียว
ข. โมเดลที่ทำงานเฉพาะข้อความ
ค. โมเดลที่รวมข้อมูลหลายรูปแบบ เช่น ภาพ เสียง ข้อความ
ง. โมเดลฮาร์ดแวร์ล้วน
เฉลย: ค
เหตุผล: รองรับข้อมูลหลายรูปแบบและรวมการเรียนรู้เป็นระบบเดียว
CIPU ในคลาวด์คอมพิวติ้งมีบทบาทอย่างไร
ก. ลดการใช้คลาวด์
ข. แยกซอฟต์แวร์ออกจากฮาร์ดแวร์
ค. เร่งประสิทธิภาพด้วยการรวมฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์
ง. ใช้เฉพาะในมือถือ
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นสถาปัตยกรรมที่ใช้ฮาร์ดแวร์เร่งและซอฟต์แวร์ควบคุมร่วมกัน
Predictable Fabric เกี่ยวข้องกับเรื่องใด
ก. ระบบการศึกษา
ข. เครือข่ายและคลาวด์คอมพิวติ้ง
ค. การแพทย์
ง. การตลาดดิจิทัล
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นโครงสร้างเครือข่ายที่พัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์
Computational Imaging แตกต่างจากการถ่ายภาพแบบเดิมอย่างไร
ก. ใช้ฟิล์มแทนดิจิทัล
ข. ใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพจากการคำนวณ
ค. ไม่ใช้ข้อมูลภาพ
ง. ใช้เฉพาะกล้องฟิล์ม
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้การประมวลผลเชิงคณิตศาสตร์สร้างภาพใหม่จากข้อมูลสัญญาณ
Chiplet มีประโยชน์หลักด้านใด
ก. ลดการใช้ AI
ข. รวม CPU กับ GPU เป็นชิ้นเดียว
ค. เพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบชิพ
ง. ลดการผลิตชิพทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: แยกชิพเป็นส่วนย่อยเพื่อผลิตและประกอบได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
Digital Twin ของเมืองมีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. ใช้เพื่อการท่องเที่ยว
ข. จำลองเมืองเพื่อบริหารจัดการแบบอัจฉริยะ
ค. ลดจำนวนประชากร
ง. แทนที่ระบบราชการทั้งหมด
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้แบบจำลองดิจิทัลเพื่อจัดการเมือง เช่น จราจร สิ่งแวดล้อม และพลังงาน