
สศช.เดินหน้ารับฟังความคิดเห็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่ชาติ ฉบับที่ 13 ตั้งเป้าหมาน 5 เรื่องสำคัญหลัก สร้างการพัฒนาใน 4 มิติ พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยใน 5 ปี ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เปิดช่องประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น เสนอหน่วยงาน องค์กรตามกฎหมายขั้นตอนก่อนประกาศใช้ปี65
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติถือเป็นแผนระดับชาติที่มีความสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในการวางแผนการทำงานของหน่วยงานราชการ และภาคเอกชนจะต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับแผนดังกล่าว โดยปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 เพื่อใช้ในปีงบประมาณ 2566 - 2570 ทดแทนแผนพัฒนาฯฉบับที่ 12 ที่กำลังจะสิ้นสุดอายุในปีหน้า
ซึ่งขั้นตอนปัจจุบันสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้มีการดำเนินการยกร่างแผนพัฒนาฯฉบับที่ 13 แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆทั่วประเทศ ระหว่างเดือน พ.ย. - ธ.ค.นี้ จากนั้นจะนำเสนอต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะรัฐมนตรี (ครม.)และรัฐสภา ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้แผนฯ อย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2565 ต่อไป
ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ยังคงน้อมนำ "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มากำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ รวมทั้งเป็นหลักนำทางในการขับเคลื่อนแผน ตลอดจนยึดโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (Sustainable Development Goals: SDGs) ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการนำประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโต สังคมก้าวหน้า ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลในระยะยาว
ทั้งนี้ร่างแผนพัฒนาฯฉบับที่ 13 มีเป้าหมายหลักของการพัฒนาในระยะ 5 ปี (2566 -2570)ของแผนรวม 5 เป้าหมายหลัก ได้แก่
เพื่อถ่ายทอดเป้าหมายหลักไปสู่ภาพของการขับเคลื่อนที่ชัดเจนในลักษณะของวาระการพัฒนา (Agenda) ที่เอื้อให้เกิดการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานและหลายภาคส่วนในการผลักดันการพัฒนาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ในการจัดทำร่างแผนฯ 13 จึงได้กำหนดหมุดหมายการพัฒนา จำนวน 13 ประการ โดยแบ่งเป็น 4 มิติ ได้แก่
1. มิติภาคการผลิตและบริการเป้าหมาย ประกอบด้วย หมุดหมายที่ 1 ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 2 ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน หมุดหมายที่ 3 ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก หมุดหมายที่ 4 ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค หมุดหมายที่ 6 ไทยเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของอาเซียน
2. มิติโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม ประกอบด้วย หมุดหมายที่ 7 ไทยมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูง และสามารถแข่งขันได้ หมุดหมายที่ 8 ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน หมุดหมายที่ 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง และคนไทยทุกคนมีความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอ เหมาะสม
3. มิติความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย หมุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ หมุดหมายที่ 11 ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
4. มิติปัจจัยผลักดันการพลิกโฉมประเทศ ประกอบด้วย หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต และหมุดหมายที่ 13 ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน
นายดนุชา กล่าวด้วยว่าในการแสดงความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 สศช. ยังได้จัดให้มีช่องทางออนไลน์ให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13
ตั้งแต่บัดนี้จนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2564 ได้ทาง เว็บไซต์ สศช. , Facebook สภาพัฒน์, Email: plan13@nesdc.go.th และ ตู้ ปณ.49 ปทฝ.หลานหลวง กรุงเทพฯ 10102 ซึ่งภายหลังจากที่ได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วนแล้วจะได้นำมาปรับปรุงร่างแผนพัฒนาฯฉบับที่ 13 ก่อนนำเสนอร่างแผนพัฒนาฯให้หน่วยงานต่าๆพิจารณาตามลำดับต่อไป
ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ
1 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มีบทบาทสำคัญ ในการจัดทำ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ซึ่งกำหนดใช้ ในช่วงปีงบประมาณ 2566 ถึง 2570 เพื่อเป็นกรอบ การพัฒนาประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันอยู่ระหว่าง กระบวนการรับฟังความคิดเห็น จากทุกภาคส่วน ทั่วประเทศ ก่อนเสนอ คณะรัฐมนตรี รัฐสภา และทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้ อย่างเป็นทางการ
แผนฉบับนี้ ยึดหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อให้เกิด การเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่มีคุณภาพ สังคมที่ก้าวหน้า และสิ่งแวดล้อมที่สมดุล ในระยะยาว กำหนดเป้าหมายหลัก จำนวน 5 ประการ ได้แก่ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ สู่ฐานนวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้ทันโลกยุคใหม่ การสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาสู่ความยั่งยืน และการเพิ่มความสามารถ ในการรับมือความเสี่ยง
พร้อมทั้งกำหนด หมุดหมายการพัฒนา จำนวน 13 หมุดหมาย แบ่งเป็น 4 มิติหลัก คือ ภาคการผลิตและบริการ โอกาสและความเสมอภาค ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปัจจัยขับเคลื่อนประเทศ ตัวอย่างเช่น เกษตรมูลค่าสูง ท่องเที่ยวคุณภาพ ยานยนต์ไฟฟ้า ศูนย์ดิจิทัล เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และภาครัฐทันสมัย
นอกจากนี้ เปิดช่องทาง ให้ประชาชน มีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็น ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อปรับปรุง แผนให้สมบูรณ์ และนำไปสู่ การพัฒนาประเทศ อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยมุ่งหวัง ให้ประเทศไทย เกิดการเปลี่ยนแปลง เชิงโครงสร้าง ทางเศรษฐกิจ และสังคม อย่างยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มคุณภาพชีวิต ของประชาชน อย่างทั่วถึง และเท่าเทียม อย่างต่อเนื่อง ในระยะยาว ตามเจตนารมณ์ ของแผน
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 มีระยะเวลาดำเนินการตรงกับข้อใด
ก. 2565–2569
ข. 2566–2570
ค. 2567–2571
ง. 2568–2572
เฉลย: ข.
เหตุผล: แผนฉบับที่ 13 ใช้ในช่วงปีงบประมาณ 2566–2570 ตามข้อมูลในบทความ
แนวคิดหลักที่ใช้เป็นฐานในการจัดทำแผนฉบับที่ 13 คือข้อใด
ก. เศรษฐกิจตลาดเสรี
ข. ทุนนิยมโลกาภิวัตน์
ค. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ SDGs
ง. เศรษฐกิจดิจิทัลเท่านั้น
เฉลย: ค.
เหตุผล: แผนยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ SDGs เพื่อความยั่งยืน
ข้อใดไม่ใช่ 5 เป้าหมายหลักของแผน
ก. เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม
ข. พัฒนาคนยุคใหม่
ค. เพิ่มการก่อหนี้ภาครัฐ
ง. ความยั่งยืนและรับมือความเสี่ยง
เฉลย: ค.
เหตุผล: แผนเน้นพัฒนา ไม่ใช่เพิ่มหนี้สาธารณะ
จำนวน “หมุดหมายการพัฒนา” ในแผนฉบับที่ 13 คือเท่าใด
ก. 10
ข. 11
ค. 13
ง. 15
เฉลย: ค.
เหตุผล: กำหนดไว้ 13 หมุดหมายชัดเจน
ข้อใดเป็น “มิติ” ของการพัฒนาในแผนฉบับที่ 13
ก. มิติการเมือง
ข. มิติเศรษฐกิจท้องถิ่น
ค. มิติความมั่นคงทางทหาร
ง. มิติการผลิตและบริการ
เฉลย: ง.
เหตุผล: หนึ่งใน 4 มิติคือภาคการผลิตและบริการ
การมีส่วนร่วมของประชาชนในแผนมีวัตถุประสงค์สำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณ
ข. ให้ข้อมูลตรงกับความต้องการจริง
ค. ลดบทบาทรัฐ
ง. เพิ่มจำนวนโครงการ
เฉลย: ข.
เหตุผล: เพื่อให้แผนสมบูรณ์และตอบโจทย์จริง
หมุดหมาย “ไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัล” อยู่ในมิติใด
ก. ทรัพยากรธรรมชาติ
ข. การผลิตและบริการ
ค. ความมั่นคง
ง. การศึกษา
เฉลย: ข.
เหตุผล: อยู่ในมิติภาคการผลิตและบริการ
เป้าหมายสำคัญของแผนต่อความเหลื่อมล้ำคือข้อใด
ก. เพิ่มความเหลื่อมล้ำ
ข. ลดความเป็นธรรม
ค. ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม
ง. ไม่เกี่ยวข้อง
เฉลย: ค.
เหตุผล: เน้นลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม
ขั้นตอนหลังรับฟังความคิดเห็นประชาชนคือข้อใด
ก. ยกเลิกแผน
ข. ปรับปรุงและเสนอ ครม.
ค. เริ่มใช้ทันที
ง. ส่งให้เอกชนอนุมัติ
เฉลย: ข.
เหตุผล: ต้องปรับปรุงแล้วเสนอหน่วยงานตามขั้นตอน
แนวทางสำคัญของแผนเพื่อรับมือโลกยุคใหม่คือข้อใด
ก. ลดการเปลี่ยนแปลง
ข. เพิ่มการพึ่งพาแรงงาน
ค. เพิ่มความสามารถรับความเสี่ยง
ง. ลดการพัฒนาเทคโนโลยี
เฉลย: ค.
เหตุผล: แผนเน้นเพิ่มศักยภาพในการรับมือความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงโลก