
กรณี พ.ต.อ.ธีร์ธัชช์ พงษ์สุวรรณ์ ผกก.สภ.หนองสองห้อง รายงานผลการจับกุม นายนภัสดล อายุ 40 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 369 เม็ด นั้น
พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้บริหารศธ.ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องดังกล่าว โดยได้เตรียมทำหนังสือเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อสื่อสารไปยังข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้และปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า เบื้องต้นทางศธ.ได้มีการให้ผู้อำนวยการรายดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อนไปเป็นที่เรียบร้อย โดยหลังจากนี้จะต้องดูผลของคดีความว่าจะออกมาเป็นในรูปแบบใด โดยหากผลคดีชี้ชัดว่ามีการกระทำความผิดจริง ศธ. จะดำเนินการทางวินัยขั้นร้ายแรงตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันทางศธ.เองพร้อมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้การสืบสวนเป็นไปอย่างถูกต้องและได้ผลของคดีออกมาโดยเร็วที่สุด ซึ่งเรื่องที่บุคลากรทางการศึกษาไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้นถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงอย่างมากและไม่สามารถยอมรับได้
ศธ.ให้ออกราชการ ผอ.ค้ายา บิ๊กอุ้มส่งหนังสือย้ำระเบียบป้องกันยาเสพติดในโรงเรียน
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 15 มกราคม 2568
เกี่ยวข้องกัน
เซ็นคำสั่งเด้งผอ.โรงเรียนถูกจับคดีค้ายา ให้ออกจากราชการ-เตรียมสอบวินัยร้ายแรง.
วันที่ 15 มกราคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์ กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับในคดีค้ายาเสพติดนั้น
เมื่อทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ได้มีคำสั่งให้ผอ.คนดังกล่าวออกจากราชการทันที ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากนี้หากผลคดีความออกมาชัดเจนว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินการทางวินัยขั้นร้ายแรงตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. พร้อมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้การสืบสวนเป็นไปอย่างถูกต้องและได้ผลของคดีออกมาโดยเร็วที่สุด เพราะเรื่องที่บุคลากรทางการศึกษาไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้นถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงอย่างมากและไม่สามารถยอมรับได้.
“เรื่องนี้ถือเป็นนโยบายสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการ นำโดยพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ มีความห่วงใยและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยกระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมทำหนังสือเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อสื่อสารไปยังข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้และปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน
ขณะเดียวกัน สพฐ. ก็ได้กำชับไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งให้กำกับ ติดตามสถานศึกษาในสังกัดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว
ที่มา ; อีทีวีแม็ค เวทีสาธารณะเพื่อการศึกษา
เกี่ยวข้องกัน
ให้ออกจากราชการแล้ว ‘ผอ.รร.’ ค้ายาบ้า สั่งด่วน! ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 68 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอหนองสองห้อง จ.ขอนแก่น เข้าไปพัวพันกับยาเสพติดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นำกำลังเข้าล่อซื้อจนพบว่าผู้อำนวยการโรงเรียนรายดังกล่าวมียาเสพติดไว้เพื่อเสพและจำหน่ายต่อให้เครือข่ายในพื้นที่ว่า ตนได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปดำเนินการ โดยเบื้องต้นทราบข้อมูลว่าผู้อำนวยการโรงเรียนรายดังกล่าวมีการใช้ตำแหน่งประกันตัวนักเรียนในคดียาเสพติด ซึ่งต้องขอชี้แจงให้ทราบว่า เรื่องนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะมีหนังสือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการใช้หลักทรัพย์หรือสถานะของการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาประกันผู้ต้องหาหรือจําเลยในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือศาล เนื่องจากระเบียบระบุว่า ห้ามข้าราชการ ใช้สถานะตำแหน่งหน้าที่ ประกันตัวผู้ต้องหาฯในคดี3ประเภท คือ คดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา คดียาเสพติด และคดีค้ามนุษย์ โดยห้ามทั้งการใช้สถานะความเป็นข้าราชการไปประกันและห้ามใช้หลักทรัพย์ของข้าราชการไปประกันตัวด้วยเว้นแต่ประกันตัวผู้เป็น สามีภรรยา บุพการีหรือผู้สืบสันดานเท่านั้น โดยศธ.จะกำชับระเบียบฉบับนี้ไปยังสถานศึกษาต่างๆให้ยึดปฎิบัติตามอีกครั้ง
ด้านว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ตนได้มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอหนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ออกจากราชการไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2568 ขณะเดียวกันได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง แต่เท่าที่ได้รับรายงานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ทำสำนวนส่งฟ้องศาลไปแล้ว ดังนั้นในส่วนของการเป็นข้าราชการสังกัดสพฐ.หากพบผู้อำนวยการโรงเรียนเข้าไปเกี่ยวข้องทำผิดจริงจะต้องโดนโทษทางวินัยและถูกไล่ออกจากราชการอย่างแน่นอน เพราะเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายรัฐบาลและนโยบายศธ.ที่ห้ามข้าราชการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และหากพบเข้าไปข้องเกี่ยวจะต้องโดนออกจากราชการเพียงสถานเดียวเท่านั้น
เกี่ยวข้องกัน
หมดอนาคต! จับผอ.โรงเรียนดังเดินทางผิด เปิดห้องพักขายยาบ้า 369 เม็ด
เมื่อวันที่ 14 ม.ค. พ.ต.อ.ธีร์ธัชช์ พงษ์สุวรรณ์ ผกก.สภ.หนองสองห้อง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน จับกุมชายวัย 40 ปี ตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 369 เม็ด
พ.ต.อ.ธีร์รัชช์ เปิดเผยว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองสองห้อง ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า 20 เม็ด ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ดอนดั่ง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น สอบสวนขยายผลทราบว่า ยาบ้าทั้งหมดรับมาจาก ผอ.โรงเรียนดังกล่าว เพื่อนำมาเสพและขายต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสืบสวนขยายผล ด้วยการล่อซื้อยาบ้าจาก ผอ.โรงเรียน โดยนัดหมายส่งยาบ้ากันที่ริมถนนสายหนองสองห้อง-บ้านไผ่
เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปรับยาบ้า ก็พบ ผอ.โรงเรียน ยืนอยู่ข้างถนน โดยมียาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ใส่ไว้ในกล่องอาหารสำเร็จรูป จำนวน 186 เม็ด วางอยู่ข้างหลักกิโลเมตรริมถนน ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน
จากนั้นได้คุมตัว ผอ.โรงเรียน ไปตรวจค้นที่ห้องพักรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 16 ต.หนองสองห้อง อ.หนองสองห้อง พบยาบ้าอีกจำนวน 183 เม็ด จึงนำตัวไปขยายผลที่ สภ.หนองสองห้อง
จากการสอบสวน ผอ.โรงเรียน ให้การรับสารภาพว่า เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ได้เป็นนายประกันตัวให้ผู้ต้องหาคดียาเสพติด จึงได้รู้จักกับเพื่อนผู้ต้องหา จนมีการพูดคุยกันจนสนิท ก่อนรับยาบ้ามาเสพ และนำมาให้กับเครือข่ายในพื้นที่ โดยไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของยาบ้า และไม่รู้ว่าใครนำยาบ้ามาส่งให้ เพราะเมื่อถึงเวลามาส่งยาบ้า จะมีคนโทรศัพท์มาสั่งการให้ไปรับ-ส่ง
เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหา “จำหน่ายและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย” คุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่มา ; เดลินิวส์