สมาชิกเข้าสู่ระบบ

Virtual University เทรนด์ใหม่มหาวิทยาลัยยุค 5.0

บทความโดย  Jakkrit Siririn

หรือเรียกอีกแบบว่า e-Education ซึ่งผู้เขียนได้ทำวิจัยดุษฎีนิพนธ์ในหัวข้อนี้ (ดู https://www.salika.co/2018/12/10/e-education “กระบวนทัศน์ e-Education กับแนวทางการจัดการศึกษาของไทย”)

e-Education หรือ Virtual University เป็นการผนึกองค์ความรู้ กับเทคโนโลยี ผ่านความเชี่ยวชาญของผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาวิชา

ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT (Information and Communication Technology) ศึกษาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ มาบูรณาการกันเพื่อพัฒนาเป็นซอฟต์แวร์ และโปรแกรมสำหรับใช้ใน Virtual University

Virtual University จึงเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกับระบบการจัดการการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายใต้ระบบควบคุมคุณภาพการเรียนการสอนที่เทียบเท่าหรือดีกว่าการเรียนการสอนแบบดั้งเดิม

ความแตกต่างระหว่าง Virtual University กับ e-Learning นั้น e-Learning จะมุ่งเน้นที่กระบวนวิชาหนึ่งๆ ส่วน Virtual University จะมุ่งเน้นความเป็น สถาบันออนไลน์” ที่มีบริการอื่นๆ ประกอบ

อาทิ ห้องสมุดเสมือน (Virtual Library หรือ e-Library) การลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ การตรวจสอบผลการเรียนผ่านระบบออนไลน์ โดนเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งเสริมให้เกิดเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้อิเล็คทรอนิคส์ หรือ e-Learning Community

 

Virtual University มี 4 รูปแบบ ประกอบด้วย

1. Virtual University ที่ขยายจากหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ การบริหารจัดการ การกำหนดมาตราฐานของหลักสูตร อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสภามหาวิทยาลัย และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

2. Virtual University ที่เกิดจากความร่วมมือของสถาบันอุดมศึกษาด้วยกัน มีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และพัฒนาเนื้อหาวิชาที่มหาวิทยาลัยจะใช้ร่วมกัน

3. Virtual University ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา และองค์กรเครือข่าย หรืออาจอยู่ในรูปของบริษัทในภาคเอกชน ที่เล็กเห็นศักยภาพทางการตลาดของการศึกษาระดับอุดมศึกษา

4. Virtual University พัฒนาโดยองค์กรธุรกิจ เป็นการให้บริการด้านการศึกษาออนไลน์โดยภาคอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่มุ่งเน้นหลักสูตรการฝึกอบรม และถ่ายทอดองค์ความรู้ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้อยู่ในวัยทำงาน

ล่าสุด ได้มีการเปิดตัว University of the People หรือ UoPeople เมื่อปี ค.ศ. 2014 ให้ดำรงตนเป็น มหาวิทยาลัยที่ปราศจากค่าเล่าเรียน” โดยบัณฑิตผู้จบการศึกษา จะได้รับการรับรองอย่างถูกต้องจากหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแล

โดยที่ผ่านมา UoPeople ได้ช่วยให้นักศึกษาประมาณ 140,000 คน จาก 200 ประเทศ สามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมกัน

กรณีศึกษาที่สำคัญก็คือ เมื่อครั้งที่รัสเซียเริ่มบุกยูเครน ประชาชนในพื้นที่ต่างต้องทยอยเดินทางออกจากเมืองด้วยความระส่ำสาย ทุกภาคส่วนต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กิจกรรมด้านการศึกษา

แต่นักศึกษาในประเทศยูเคน สามารถสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีได้ โดยผ่านการอำนวยความสะดวกจาก UoPeople

โดยหลายคนต้องเรียนหนังสือขณะที่อยู่ในหลุมหลบภัย

ทั้งนี้ UoPeople ถือเป็น มหาวิทยาลัยออนไลน์” แห่งแรกที่ได้รับการรับรองจากสหรัฐฯ แม้จะเป็นมหาวิทยาลัยที่ ปราศจากค่าเล่าเรียน” แต่ผู้เรียนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ประมาณ 140-400 ดอลลาร์ต่อการลงทะเบียนรายวิชา

ทำให้ในภาพรวม นักศึกษาจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 ดอลลาร์ เพื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เมื่อเทียบกับค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมโดยเฉลี่ยของมหาวิทยาลัยรัฐบาลในสหรัฐฯ ระยะเวลา 4 ปี อยู่ที่ประมาณ 9,600 ดอลลาร์ต่อปี

นอกจากนี้ UoPeople ยังมีระบบทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ที่ผ่านมาราวครึ่งหนึ่งของผู้เรียน จบการศึกษาโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ปณิธานของ UoPeople มาจากการที่สหรัฐฯ มีคนไร้บ้าน และนักเรียนที่ไม่มีเอกสารรับรอง หรือแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชากรต่างด้าวจำนวนมากที่มาจากพื้นเพที่ยากลำบาก

ที่ผ่านมา UoPeople ได้ให้การศึกษาแก่ประชาชนชาวอัฟกัน ท่ามกลางสภาพปัญหาที่กลุ่มตาลิบันในอัฟกานิสถาน ปฏิเสธที่จะให้การศึกษาแก่นักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรี

ปัจจุบัน UoPeople มีอาสาสมัครประมาณ 26,000 คนช่วยทำหน้าที่เป็นทีมงานให้กับ UoPeople โดย “มหาวิทยาลัยออนไลน์” แห่งนี้ เปิดสอนหลักสูตรปริญญาสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บริหารธุรกิจ, เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, วิทยาศาสตร์สุขภาพ และสาขาอื่นๆ ที่จำเป็นในปัจจุบัน

เพราะ UoPeople เชื่อว่า การศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน และทุกคนในโลกควรที่จะได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน

ดังนั้น UoPeople จึงมีความพยายามในทุกรูปแบบ เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยมีเป้าหมายให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาได้ และทำให้ประเด็นทางการเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อ

ปัจจุบัน UoPeople ทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยแห่ง Edinburgh และมหาวิทยาลัย McGill

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง UoPeople ได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรไม่แสวงผลกำไรระดับโลกคือมูลนิธิ Bill and Melinda Gates รวมถึงการสนับสนุนจากบริษัทด้านเทคโนโลยี ทั้ง Google และ Intel ครับ 

Virtual University หรือ “มหาวิทยาลัยเสมือน” หมายถึง สถาบันอุดมศึกษาที่จัดการเรียนการสอนผ่าน “ระบบออนไลน์” แบบครบวงจร โดยไม่จำกัดเวลา และสถานที่ 

ที่มา ; SALIKA

สรุปสาระสำคัญ 

e-Education หรือ Virtual University คือการจัดการศึกษาที่ผสานองค์ความรู้กับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) โดยบูรณาการศาสตร์ด้านศึกษา วิศวกรรม และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอนออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพและมีระบบประกันคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าการเรียนแบบดั้งเดิม Virtual University แตกต่างจาก e-Learning ตรงที่ e-Learning เน้นรายวิชาเฉพาะ ขณะที่ Virtual University เป็น “สถาบันการศึกษาออนไลน์ครบวงจร” มีบริการเสริม เช่น ห้องสมุดเสมือน การลงทะเบียน และระบบชุมชนการเรียนรู้

Virtual University แบ่งเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ (1) ขยายจากมหาวิทยาลัยเดิม (2) ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย (3) ความร่วมมือกับเอกชนหรือเครือข่าย (4) ภาคธุรกิจพัฒนาเพื่อการฝึกอบรมแรงงาน

กรณีศึกษา University of the People (UoPeople) เป็นมหาวิทยาลัยออนไลน์ไม่เก็บค่าเล่าเรียน ก่อตั้งเพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาสทั่วโลก โดยมีค่าใช้จ่ายต่อหน่วยต่ำมากและมีทุนสนับสนุนจำนวนมาก อีกทั้งยังได้รับการรับรองจากสหรัฐฯ และความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยและองค์กรระดับโลก เช่น University of Edinburgh, McGill, Google และ Intel แนวคิดหลักคือการทำให้ “การศึกษาเป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคน” และลดอุปสรรคด้านการเงินและพื้นที่

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

Virtual University มีลักษณะสำคัญอย่างไร
ก. เน้นเรียนในห้องเรียนเท่านั้น
ข. ใช้เทคโนโลยีออนไลน์เป็นฐานการเรียนการสอนครบวงจร
ค. เน้นการเรียนแบบหนังสือเรียนเป็นหลัก
ง. ใช้เฉพาะการสอบออนไลน์เท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: Virtual University คือระบบการศึกษาที่จัดการเรียนการสอนออนไลน์แบบครบวงจร ไม่ใช่แค่การเรียนหรือสอบอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

ข้อ 2

ข้อใดแตกต่างระหว่าง e-Learning และ Virtual University ได้ถูกต้องที่สุด
ก. e-Learning เป็นสถาบัน ส่วน Virtual University เป็นรายวิชา
ข. e-Learning เน้นรายวิชา ส่วน Virtual University เป็นสถาบันออนไลน์
ค. ทั้งสองเหมือนกันทุกประการ
ง. Virtual University ใช้เฉพาะในมหาวิทยาลัยรัฐ

เฉลย: ข
เหตุผล: e-Learning เน้นรายวิชา ส่วน Virtual University เป็นระบบสถาบันการศึกษาออนไลน์ครบวงจร

 

ข้อ 3

ข้อใดไม่ใช่รูปแบบของ Virtual University
ก. พัฒนาจากมหาวิทยาลัยเดิม
ข. ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย
ค. จัดการเรียนเฉพาะในโรงเรียนประถม
ง. ภาคธุรกิจพัฒนาการฝึกอบรม

เฉลย: ค
เหตุผล: Virtual University เป็นระดับอุดมศึกษา ไม่ใช่ระดับประถมศึกษา

 

ข้อ 4

เป้าหมายสำคัญของ UoPeople คือข้อใด
ก. เพิ่มกำไรสูงสุด
ข. ลดการแข่งขันทางการศึกษา
ค. ทำให้การศึกษาเป็นสิทธิพื้นฐานที่เข้าถึงได้ทุกคน
ง. จำกัดการเข้าถึงการศึกษา

เฉลย: ค
เหตุผล: UoPeople เน้นความเท่าเทียมทางการศึกษาและลดอุปสรรค

 

ข้อ 5

เหตุใด Virtual University จึงสำคัญต่อการศึกษาในปัจจุบัน
ก. ลดการใช้เทคโนโลยี
ข. เพิ่มความเหลื่อมล้ำ
ค. เพิ่มโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างยืดหยุ่น
ง. ลดคุณภาพการศึกษา

เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงการศึกษาได้ทุกที่ทุกเวลา

 

ข้อ 6

UoPeople มีลักษณะเด่นอย่างไร
ก. เรียนฟรีทั้งหมดโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
ข. ใช้ระบบออฟไลน์เป็นหลัก
ค. มีค่าใช้จ่ายต่ำและมีทุนสนับสนุนจำนวนมาก
ง. เปิดสอนเฉพาะในสหรัฐฯ

เฉลย: ค
เหตุผล: แม้ไม่มีค่าเล่าเรียน แต่ยังมีค่าใช้จ่ายรายวิชาและทุนสนับสนุน

 

ข้อ 7

ข้อใดสะท้อนแนวคิดของ Virtual University ได้ดีที่สุด
ก. จำกัดการเรียนในห้องเรียน
ข. ใช้เทคโนโลยีเพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้
ค. ลดการใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ง. เน้นการท่องจำเป็นหลัก

เฉลย: ข
เหตุผล: หัวใจคือการใช้เทคโนโลยีขยายโอกาสการศึกษา

 

ข้อ 8

ความร่วมมือของ UoPeople กับองค์กรระดับโลกมีเป้าหมายเพื่ออะไร
ก. ลดคุณภาพการศึกษา
ข. เพิ่มต้นทุนการศึกษา
ค. ยกระดับมาตรฐานและโอกาสทางการศึกษา
ง. จำกัดจำนวนนักศึกษา

เฉลย: ค
เหตุผล: เพื่อเพิ่มคุณภาพและการเข้าถึงการศึกษา

 

ข้อ 9

ข้อใดเป็นบริการของ Virtual University
ก. ห้องสมุดเสมือนและระบบลงทะเบียนออนไลน์
ข. การเรียนเฉพาะในห้องทดลอง
ค. การเรียนแบบไม่มีระบบ
ง. การเรียนด้วยตนเองเท่านั้น

เฉลย: ก
เหตุผล: Virtual University มีบริการครบวงจร เช่น e-Library และระบบออนไลน์

 

ข้อ 10

สถานการณ์ UoPeople ในยูเครนสะท้อนประเด็นใดสำคัญที่สุด
ก. การลดคุณภาพการศึกษา
ข. การเรียนรู้ต้องหยุดเมื่อเกิดสงคราม
ค. เทคโนโลยีช่วยให้การศึกษาเกิดขึ้นได้แม้ในภาวะวิกฤต
ง. การศึกษาไม่สามารถดำเนินการออนไลน์ได้

เฉลย: ค
เหตุผล: แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีช่วยให้การศึกษาดำเนินต่อได้แม้ในสถานการณ์วิกฤต