สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M054_ลุ้นเลื่อนไม่เลื่อนเปิดภาคเรียนหลังโควิดระบาดหนัก

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เรื่องการเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า ที่ประชุมได้ประเมินถึงการเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียน และการเตรียมความพร้อมเรื่องการจัดการเรียนการสอน รวมถึงการสอบเข้าเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 และม.4 ปีการศึกษา 2564 เนื่องจากขณะนี้มีการประกาศของกรุงเทพมหานคร ให้งดการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก แต่ขณะนี้ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะมีการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 ในวันที่ 1 พ.ค.นี้ ดังนั้นคงต้องรอที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) พิจารณาว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร ซึ่งจากนี้ไปมาตรการต่างๆ ของสถานศึกษาเราจะมีการประเมินร่วมกับ ศบค. นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะกลับไปประเมินความพร้อมการเปิดภาคเรียนว่าโรงเรียนในพื้นที่ไหนมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนบ้าง รวมถึงวางแผนจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมและออกแบบบทเรียนให้มีความทันสมัย เพื่อให้เด็กสามารถเลือกเรียนได้ทั้ง On air On line หรือ On site 

ปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า สำหรับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดใน ศธ.ที่ขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อทั้งข้าราชการและพนักงานเจ้าหน้าที่ จำนวน 22 รายนั้น เรากำลังประเมินสถานการณ์และหามาตรการที่เข้มข้นขั้นสูงสุด แต่เบื้องต้นได้สั่งการให้แต่ละหน่วยงาน Work Form Home 5% แล้ว ซึ่งตนก็ไม่อยากจะกล่าวหาว่า ศธ.เป็นการระบาดคลัสเตอร์แบบกลุ่ม แต่ขอย้ำให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่ ศธ.กำหนดอย่างเคร่งครัด โดย ศธ.คงไม่สามารถให้ Work Form Home ได้ 100% เนื่องจากการทำงานบางเรื่องไม่สามารถหยุดได้ เช่น การเบิกจ่ายงบประมาณ คดีฟ้องร้องทางปกครอง เป็นต้น เพราะทุกอย่างขับเคลื่อนตามกรอบเวลาของกฎหมาย           

ด้านเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า หากประเมินสถานการณ์แล้วจำเป็นต้องเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 การสอบเข้า ม.1 และ ม.4 ก็อาจจะต้องเลื่อนการสอบตามไปด้วย ดังนั้นการจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนเปิดภาคเรียนคงต้องอยู่ที่ ศบค.จะพิจารณา ในส่วนของ สพฐ.เราไม่มีความกังวล แต่เราเป็นห่วงมาตรการความปลอดภัยด้านสุขภาพของนักเรียนมากกว่า เพราะรูปแบบการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด สพฐ.เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว 

ที่มา ; เดลินิวส์ จันทร์ที่ 26 เมษายน 2564

ข่าวเกี่ยวกัน

รอ ศบค. เคาะ จัดสอบเข้า ม.1 และ 4  เลื่อนเปิดเทอมหรือไม่

26เม.ย.64 ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เรื่องการเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือและประเมินถึงการเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เนื่องจากขณะนี้มีกรุงเทพมหานครได้ออกประกาศ ให้งดการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก แต่ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการให้มีการสอบเข้าศึกษาต่อในดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ดังนั้นเรื่องนี้คงต้องรอที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) พิจารณา ว่า จะให้มีการดำเนินการอย่างไร หรือไปในทิศทางใด ซึ่งจากนี้ไปมาตรการการต่างๆ ของสถานศึกษา ศธ.จะมีการประเมินร่วมกับ ศบค. นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะไปประเมินความพร้อมการเปิดภาคเรียน ว่า โรงเรียนในพื้นที่ไหนมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนบ้าง รวมถึงวางแผนจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมและออกแบบบทเรียนให้มีความทันสมัย เพื่อให้เด็กสามารถเลือกเรียนได้ทั้ง Onair Online หรือ On site  

สำหรับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในศธ.ที่ขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อทั้งข้าราชการและพนักงานเจ้าหน้าที่ จำนวน 22 รายนั้น เรากำลังประเมินสถานการณ์และหามาตรการที่เข้มข้นขั้นสูงสุด แต่เบื้องต้นได้สั่งการให้แต่ละหน่วยงาน Work Form Home ร้อยละ 5 แล้ว ซึ่งตนก็ไม่ต้องการที่จะกล่าวหาว่า ศธ.เป็นการระบาดคลัสเตอร์แบบกลุ่ม แต่ขอย้ำให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่ศธ.กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยศธ.คงไม่สามารถให้ Work Form Home ได้ ร้อยละ 100 เนื่องจากการทำงานบางเรื่องไม่สามารถหยุดได้ เช่น การเบิกจ่ายงบประมาณ คดีฟ้องร้องทางปกครอง เป็นต้น เพราะทุกอย่างขับเคลื่อนตามกรอบเวลาของกฎหมาย  
           
ด้าน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า หากประเมินสถานการณ์แล้วจำเป็นต้องเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 การสอบเข้า ม.1 และ 4 ก็อาจจะต้องเลื่อนการสอบตามไปด้วย ดังนั้นการประเมิน เลื่อนหรือไม่เลื่อนเปิดภาคเรียนคงต้องอยู่ที่ ศบค.จะพิจารณา ในส่วนของ สพฐ.เราไม่มีความกังวล แต่เราเป็นห่วงมาตรการความปลอดภัยด้านสุขภาพของนักเรียนมากกว่า เพราะรูปแบบการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด-19 สพฐ.เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว
 

ที่มา ; ไทยโพสต์ 26 เมษายน พ.ศ. 2564

 สรุปสาระสำคัญ

กระทรวงศึกษาธิการหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับการเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยประเด็นสำคัญคือการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา การจัดการเรียนการสอน และการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 ซึ่งกำหนดไว้วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 แต่ยังต้องรอการพิจารณาจาก ศบค. เนื่องจากมีมาตรการจำกัดการรวมกลุ่ม โดย ศธ.จะประเมินสถานการณ์ร่วมกับ ศบค. และมอบหมายให้ สพฐ.ประเมินความเสี่ยงรายพื้นที่ พร้อมออกแบบการเรียนการสอนให้ยืดหยุ่น ผ่านรูปแบบ On-air, Online และ On-site

ในด้านมาตรการภายใน ศธ. พบผู้ติดเชื้อ 22 ราย จึงมีการยกระดับมาตรการป้องกัน โดยให้หน่วยงาน Work From Home บางส่วน แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ทั้งหมด เนื่องจากภารกิจบางอย่าง เช่น การเบิกจ่ายงบประมาณ และคดีทางกฎหมาย ต้องดำเนินการตามกรอบเวลา

ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องเลื่อนเปิดภาคเรียน การสอบคัดเลือกก็อาจเลื่อนตาม โดยการตัดสินใจขึ้นอยู่กับ ศบค. เป็นหลัก ขณะที่ สพฐ.เน้นย้ำความสำคัญด้านความปลอดภัยของนักเรียนเป็นอันดับแรก และยืนยันว่ามีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนในทุกสถานการณ์แล้ว

ข้อสอบ

ข้อ 1 จุดมุ่งหมายหลักของการหารือครั้งนี้คือข้อใด
ก. ปรับหลักสูตรใหม่
ข. เตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนในสถานการณ์โควิด
ค. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
ง. ยกเลิกการสอบทั้งหมด

ข้อ 2 ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจเปิดภาคเรียนคือข้อใด
ก. ความต้องการผู้ปกครอง
ข. จำนวนครูในโรงเรียน
ค. การพิจารณาของ ศบค.
ง. งบประมาณโรงเรียน

ข้อ 3 แนวทางการจัดการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่นคือข้อใด
ก. เรียนในห้องเรียนเท่านั้น
ข. เรียนเฉพาะออนไลน์
ค. On-air, Online, On-site
ง. เรียนแบบโฮมสคูล

ข้อ 4 หากเลื่อนเปิดภาคเรียน จะเกิดผลอย่างไร
ก. ยกเลิกการสอบ
ข. สอบเร็วขึ้น
ค. เลื่อนการสอบตาม
ง. ไม่มีผลใด

ข้อ 5 เหตุใดจึงไม่สามารถ Work From Home 100%
ก. ครูไม่ยอม
ข. ขาดเทคโนโลยี
ค. มีภารกิจตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการ
ง. นักเรียนไม่พร้อม

ข้อ 6 บทบาทของ สพฐ. คือข้อใด
ก. ออกกฎหมายใหม่
ข. ประเมินความเสี่ยงและออกแบบการเรียน
ค. ควบคุมโรค
ง. จัดสอบแทน ศบค.

ข้อ 7 สิ่งที่ สพฐ. กังวลมากที่สุดคือข้อใด
ก. งบประมาณ
ข. ผลสอบ
ค. ความปลอดภัยด้านสุขภาพนักเรียน
ง. จำนวนครู

ข้อ 8 การบริหารสถานการณ์ควรยึดหลักใด
ก. ความรวดเร็ว
ข. ความยืดหยุ่นและความปลอดภัย
ค. ความประหยัด
ง. ความเข้มงวดเท่านั้น

ข้อ 9 การตัดสินใจเชิงนโยบายควรใช้ข้อมูลจากใครเป็นหลัก
ก. ครู
ข. ผู้ปกครอง
ค. ศบค. และหน่วยงานด้านสาธารณสุข
ง. นักเรียน

ข้อ 10 หากท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เปิดเรียนทันที
ข. รอคำสั่งอย่างเดียว
ค. วางแผนหลายรูปแบบและประเมินความเสี่ยง
ง. ยกเลิกกิจกรรมทั้งหมด

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม