สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M131_เลื่อนเปิดเรียนเพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนและครูได้รับวัคซีนแล้ว

วันที่ 29 ตุลาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ที่ศธ.กำหนดเปิดวันที่ 1 พ.ย.2564 นี้ และที่ผ่านมา มีผลสำรวจจำนวนโรงเรียนจะใช้รูปแบบใดใน 5 รูปแบบ กับการเปิดเรียน พบว่าส่วนใหญ่ขอเปิดเรียนแบบ on-site แต่ขอเลื่อนไปเปิดวันที่ 15 พ.ย.2564 แทน เพื่อให้มีความมั่นใจว่านักเรียนและครูได้รับการฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าในวันที่ 1 ธ.ค.จะมีโรงเรียนทยอยเปิดเรียนแบบ on-site มากขึ้น แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก่อน 

ส่วนที่ครูอายุ 50 ปี ของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม ยื่นใบลาออกกับ ผอ.โรงเรียน อ้างว่า มีปัญหาสุขภาพเกรงจะมีผลข้างเคียง หากฉีดวัคซีน แต่ทางโรงเรียนมีคำสั่งให้ครูทุกคนต้องฉีดวัคซีนเข็มแรกก่อนเปิดภาคเรียน 1 พ.ย.นี้ นั้น ตนคิดว่าครูอาจจะมีความกังวลจึงไม่อยากฉีดแต่ก็อยากให้ครูได้ฉีดวัคซีน เพราะแพทย์และกระทรวงสาธารณสุข ออกมายืนยันแล้วว่า คนที่ฉีดวัคซีนจะได้รับผลกระทบน้อยมาก และเดี๋ยวนี้ความมั่นใจเรื่องวัคซีนก็มีมากขึ้น เราต้องอยู่กับโควิด-19 ให้ได้  ที่ผ่านมาครูที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็ให้สอนได้ แต่ศธ.ก็พยายามขอความร่วมมือให้ครูฉีดดีกว่า

โดยนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็กำลังพยายามทำความเข้าใจกับครูที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนให้มาฉีดมากขึ้น การฉีดวัคซีนไม่มีผลกระทบอะไรมาก แต่จะสามารถลดความรุนแรงได้หากติดเชื้อ และทางกระทรวงสาธารณสุข ได้เน้นย้ำในเรื่องการป้องกัน เช่น การใส่แมส ล้างมือบ่อยๆ การเว้นระยะห่างก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องปฏิบัติ 

ที่มา ; แนวหน้า 29 ตุลาคม 2564 

ข่าวเกี่ยวกัน

โฆษกรัฐบาลเผย รบ.เดินหน้าพร้อมเปิดเรียนเทอม 2 แบบ On Site

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศนโยบายเดินหน้าเปิดประเทศรับการเดินทางเข้าประเทศไทย โดยไม่ต้องกักตัว สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 สอดรับกับการยกเลิกเคอร์ฟิวพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว 17 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร มีผลเวลา 23.00 น. คืนวันที่ 31 ตุลาคม เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ ในส่วนของด้านการศึกษาหลังจากที่มีการเร่งฉีดวัคซีนให้กับครู นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับด้านการศึกษาเพื่อให้สามารถทยอยเปิดเรียนแบบ On Site และแบบผสมผสาน ได้ ล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศหลักเกณฑ์การเปิดการเรียนการสอนในสถานศึกษาแบบ on site ภายใต้มาตรการ Sandbox: Safety Zone in School รองรับการเปิดภาคการศึกษาที่ 2/2564 ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ โดยมีสถานศึกษาทั่วประเทศกว่า 10,000 แห่ง ที่มีความพร้อมในการเปิดเรียน On Site

โดย ศธ.กำหนดแนวทางและข้อปฏิบัติที่ตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 จําแนกตามเขตพื้นที่การแพร่ระบาด (พื้นที่สีแดงเข้ม สีแดง สีส้ม สีเหลือง และสีเขียว) อาทิ สถานศึกษาต้องผ่านการประเมินความพร้อมผ่าน Thai Stop Covid Plus (TSC ) มีการรายงานการติดตามการประเมินผลผ่าน MOECOVID ครูและบุคลากรในพื้นที่สีแดงและสีแดงเข้ม ต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ร้อยละ 85 ขึ้นไป ส่วนในพื้นที่สีอื่นๆ ต้องได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 ร้อยละ 85 ขึ้นไป เว้นระยะห่างในห้องเรียน จัดระบบบริการอาหารตามหลักสุขาภิบาลและโภชนาการ มีการตรวจ ATK ก่อนเปิดเรียน รวมถึงการสุ่มตรวจ ATK ประเมินความเสี่ยง ตลอดจนการจำกัดคนเข้า-ออก เน้นการปฏิบัติตามมาตรการส่วนบุคคลแบบครอบจักรวาลอย่างเข้มข้น Universal Prevention

นอกจากนี้ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ก็ได้ประกาศรายชื่อโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 63 แห่งแรก ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดการเรียนการสอนได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ไปก่อนหน้านี้แล้วเช่นกันซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนนานาชาติ 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของความก้าวหน้าการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา มีผู้ที่แสดงความประสงค์ฉีดวัคซีนผ่านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดทั่วประเทศแล้วกว่า 3.8 ล้านราย มีการฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนอายุ 12 ขึ้นไป (นักเรียนชั้น ป.6/ม.1/นักศึกษา ปวช. 1-3/ปวส. 1-2) สะสมแล้วจำนวน 2.6 ล้านราย คิดเป็น 68.26% ของผู้ประสงค์ฉีด (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2564) โดยภาพรวมวัคซีนไฟเซอร์เป็นไปตามแผน ส่งมอบแล้วจำนวน 8 ล้านโดส มีการเตรียมจัดสรรวัคซีนให้กลุ่มนี้จำนวน 5.7 ล้านโดส ซึ่งทุกหน่วยงานเร่งรณรงค์ทำความเข้าใจให้นักเรียนเข้ารับการฉีดวัคซีนมากที่สุด เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ปกครองเอง 

นายกรัฐมนตรีกำชับการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กนักเรียน ครู รวมไปถึงบุคลากรภายในโรงเรียนทุกระดับ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักเรียนโดยคาดหวังให้โรงเรียนกลับมาเปิดเรียน On Site ให้มากที่สุด ยึดมาตรฐานความปลอดภัยของนักเรียนอย่างเข้มข้น ซึ่งแนวทางต่างๆ ที่กำหนดออกมาเชื่อเป็นตัวอย่างให้นานาชาติถือปฏิบัติได้” นายธนกร กล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 29 ตุลาคม 2564 

ข่าวเดียวกัน

1พ.ย.โรงเรียนเกินหมื่นแห่ง พร้อมเปิดสอนon-site

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. , นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย ร่วมแถลงข่าว”ความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ของสถานศึกษาสังกัด ศธ.ในวันที่ 1พฤศจิกายน 2564” โดยนางสาวตรีนุช กล่าวว่า 

ขณะนี้ได้มีการออกประกาศ ศธ. เรื่อง หลักเกณฑ์การเปิดโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 34 ) เพื่อกำกับดูแลและเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่นักเรียน ครู และประชาชนทั่วไป ว่า โรงเรียนและสถาบันการศึกษา สามารถดำเนินกิจกรรมได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ตามแนวการเปิดภาคเรียนที่ 2/2546 ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) 

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ประกาศ ศธ.ฉบับนี้ได้กำหนดหลักเกณฑ์การเปิดโรงเรียนหรือสถานศึกษา เงื่อนไขของมาตรการ แนวปฏิบัติ แผนเผชิญเหตุ และรายละเอียดต่างๆระบุไว้อย่างชัดเจน โดยมีสาระสำคัญ 5 ส่วน ดังนี้ 

ส่วนที่ 1. เงื่อนไขหลักของมาตรการ Sandbox Safety Zone in School รองรับการเปิดภาคการศึกษาที่ 2/2564 โดยจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาแบบ on site จำแนกตามเขตพื้นที่การแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19

ส่วนที่ 2. เงื่อนไขข้อกำหนดของ 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC), 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) และแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษา (ประเภทไป-กลับ)

ส่วนที่ 3.หลักเกณฑ์การพิจารณาสำหรับการใช้อาคารหรือสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใด ๆ ของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) หรือ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม)

ส่วนที่ 4. มาตรการตามแผนเผชิญเหตุตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของสถานศึกษา และ

ส่วนที่ 5.หลักเกณฑ์การพิจารณาสำหรับการใช้อาคารหรือสถานที่ของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา เพื่อการสอบ การฝึกอบรม หรือ การทำกิจกรรมใดๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

 

ในการเปิดเรียนแบบ on-site โรงเรียน หรือ สถานศึกษา

1.ต้องผ่านการประเมินความพร้อมผ่าน Thai Stop Covid Plus (TSC+) และรายงานการติดตามการประเมินผลผ่าน MOECOVID โดยถือปฏิบัติอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง,

2.ครูและบุคลากร ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) หรือ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ตั้งแต่ร้อยละ 85 ขึ้นไป สำหรับครูและบุคลากรในพื้นที่อื่น ๆ ต้องได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 ตั้งแต่ร้อยละ 85 ขึ้นไป ส่วนนักเรียนไม่มีกำหนด แต่ ศธ.ได้รณรงค์ทำความเข้าใจให้นักเรียนเข้ารับการฉีดวัคซีนมากที่สุด เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ปกครองเอง” รมว.ศธ.กล่าวและว่า 

ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังสำรวจจำนวนโรงเรียน ว่า ในภาคเรียนที่ 2/2564 นี้จะใช้รูปแบบใด โดยพบว่ามีทั้งขอเปิดแบบ on-site 100% หรือ on-site ส่วนใหญ่ รวมกว่า 10,000 โรงเรียน มีบางแห่งขอใช้รูปแบบผสมผสาน และมีบางพื้นที่ที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยังไม่ให้เปิดแบบ on-site ในวันที่ 1พ.ย.นี้ แต่ให้เลื่อนไปเปิดวันที่ 15 พ.ย.2564 แทน อย่างไรก็ตามจะปิดเทอม 2/2564 พร้อมกันในวันที่ 1 เม.ย.2565 สำหรับสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ทั้งของรัฐและเอกชน ทั้งสิ้น 869 แห่ง ตอบแบบสอบถามมา 832 แห่ง พบว่า ส่วนใหญ่ 531 แห่ง ขอใช้รูปแบบผสมผสานคือมีทั้ง On-site และ On-line รองลงมา 192 แห่ง ขอใช้รูปแบบ On-line 100 % และจำนวน 109 แห่งขอใช้ On-site 100% 

ระหว่างภาคการศึกษาโรงเรียนหรือสถานศึกษา สามารถจัดการเรียนการสอน ได้ทั้งรูปแบบ On-site หรือ Online หรือ แบบผสมผสาน (Hybrid)

-นักเรียน ครู และบุคลากร ทุกคนต้องประเมิน Thai Save Thai (TST) ตามเกณฑ์จำแนกตามเขตพื้นที่การแพร่ระบาด,

-มีการสุ่มตรวจคัดกรองหาเชื้อ (ATK) ทั้งนักเรียน ครู และบุคลากร เพื่อเฝ้าระวัง

-มีการปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น

-ทำกิจกรรมร่วมกันในรูปแบบ Small Bubble หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมข้ามกลุ่มกัน และจัดนักเรียนในห้องเรียนขนาดปกติ ไม่เกิน 25 คน หรือ จัดให้เว้นระยะห่างระหว่างนักเรียนในห้องเรียนไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร ตลอดจนมีสถานที่แยกกักตัวในโรงเรียน หรือ พื้นที่แยกกักชั่วคราว

-รวมไปถึงแผนเผชิญเหตุสำหรับรองรับการดูแลรักษาเบื้องต้นกรณีนักเรียน ครู หรือบุคลากรในสถานศึกษากรณีมีการติดเชื้อโควิด-19 หรือ ผลตรวจคัดกรองหาเชื้อเป็นบวก โดยมีการซักซ้อมอย่างเคร่งครัด และ

-ควบคุมดูแลการเดินทางกรณีมีการเข้าและออกจากสถานศึกษาอย่างเข้มข้น โดยหลีกเลี่ยงการเข้าไปสัมผัสในพื้นที่ต่างๆ ตลอดเส้นทางการเดินทาง 

ทั้งนี้ มาตรการและแนวทางต่างๆจะปรับตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ขึ้นกับคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัด หรือ คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครกำหนด 

ทั้งนี้ 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) ประกอบด้วย

1.Distancing เว้นระยะห่าง

2. Mask wearing สวมหน้ากาก

3. Hand washing ล้างมือ

4. Testing คัดกรองวัดไข้

5. Reducing ลดการแออัด และ

6.Cleaning ทำความสะอาด

ส่วน 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) อย่างเข้มข้น คือ

1. Self-care ดูแลตนเอง

2. Spoon ใช้ช้อนกลางส่วนตัว

3. Eating กินอาหารปรุงสุกใหม่

4. Track ลงทะเบียนเข้าออกโรงเรียน

5. Check สำรวจตรวจสอบ และ

6.Quarantine กักกันตัวเอง 

ที่มา ; เดลินิวส์ 28 ตุลาคม 2564 

หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการเปิดภาคเรียนที่ ๒ ปีการึกษา ๒๕๖๔ ของโรงเรียนสังกัด สพฐ. 

https://1drv.ms/b/s!AqUWEg16jCe7g80WOKQLwGXEZT7TAQ?e=P35NcJ

สรุปสาระสำคัญ 

กระทรวงศึกษาธิการกำหนดเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 โดยโรงเรียนจำนวนมากมีความประสงค์เปิดเรียนแบบ On-site แต่บางแห่งเลื่อนเป็นวันที่ 15 พฤศจิกายน เพื่อสร้างความมั่นใจด้านการฉีดวัคซีนของครูและนักเรียน การเปิดเรียนต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และดำเนินการภายใต้มาตรการ “Sandbox: Safety Zone in School” ซึ่งกำหนดเงื่อนไขด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เช่น การประเมินความพร้อมผ่าน Thai Stop Covid Plus การฉีดวัคซีนครูอย่างน้อยร้อยละ 85 การตรวจ ATK การเว้นระยะห่าง และการปฏิบัติตามมาตรการ DMHT-RC และ SSET-CQ

ภาครัฐเร่งรณรงค์ฉีดวัคซีนให้ครู นักเรียน และบุคลากร เพื่อสร้างความปลอดภัยและลดความรุนแรงของโรค โดยยังคงให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันส่วนบุคคลควบคู่กัน ทั้งนี้โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้ทั้ง On-site, Online หรือแบบผสมผสาน (Hybrid) ตามบริบทพื้นที่และสถานการณ์การแพร่ระบาด พร้อมมีแผนเผชิญเหตุ การจัดกลุ่มนักเรียนแบบ Small Bubble และการควบคุมการเดินทางเข้า-ออกสถานศึกษาอย่างเข้มงวด เป้าหมายสำคัญคือให้การศึกษาดำเนินต่อไปได้อย่างปลอดภัยและยืดหยุ่นภายใต้สถานการณ์โควิด-19

ข้อสอบ

ข้อ 1 ข้อใดเป็นเหตุผลหลักที่บางโรงเรียนเลื่อนเปิด On-site เป็น 15 พ.ย.
ก. ขาดงบประมาณ
ข. รอความพร้อมด้านวัคซีน
ค. ขาดครูผู้สอน
ง. รอหนังสือสั่งการ

ข้อ 2 การเปิดเรียน On-site ต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานใด
ก. ศบค.
ข. สพฐ.
ค. คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
ง. กระทรวงมหาดไทย

ข้อ 3 มาตรการ DMHT-RC ไม่รวมข้อใด
ก. เว้นระยะห่าง
ข. สวมหน้ากาก
ค. ฉีดวัคซีน
ง. ทำความสะอาด

ข้อ 4 เป้าหมายสำคัญของการฉีดวัคซีนคือข้อใด
ก. ป้องกันการติดเชื้อ 100%
ข. ลดความรุนแรงของโรค
ค. ลดค่าใช้จ่ายโรงเรียน
ง. เพิ่มเวลาเรียน

ข้อ 5 ข้อใดสะท้อนแนวคิดการบริหารจัดการศึกษาในภาวะวิกฤต
ก. ใช้รูปแบบเดียวทั้งประเทศ
ข. ยืดหยุ่นตามบริบทพื้นที่
ค. ยกเลิกการเรียนทั้งหมด
ง. ลดหลักสูตรลงครึ่งหนึ่ง

ข้อ 6 Thai Stop Covid Plus มีวัตถุประสงค์ใด
ก. วัดผลสัมฤทธิ์นักเรียน
ข. ประเมินความพร้อมโรงเรียน
ค. ตรวจสุขภาพครู
ง. เก็บข้อมูลนักเรียน

ข้อ 7 การจัด Small Bubble มีเป้าหมายเพื่ออะไร
ก. เพิ่มผลสัมฤทธิ์
ข. ลดการแพร่เชื้อ
ค. ลดจำนวนครู
ง. เพิ่มกิจกรรม

ข้อ 8 ผู้บริหารควรตัดสินใจอย่างไรเมื่อพื้นที่ยังเสี่ยงสูง
ก. เปิด On-site ทันที
ข. ใช้ Online หรือ Hybrid
ค. ปิดโรงเรียนถาวร
ง. ลดเวลาเรียน

ข้อ 9 ข้อใดเป็นบทบาทสำคัญของผู้บริหารสถานศึกษา
ก. ออกข้อสอบ
ข. ควบคุมมาตรการความปลอดภัย
ค. สอนแทนครู
ง. จัดซื้อวัคซีนเอง

ข้อ 10 แนวทางสำคัญที่สุดในการเปิดเรียนอย่างปลอดภัยคือข้อใด
ก. การสอบออนไลน์
ข. การปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
ค. การลดเวลาเรียน
ง. การเพิ่มการบ้าน

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม