
เมื่อวันที่ 30 เมษายน ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า การลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล และ พ.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งปีการศึกษา 2567 นี้ เป็นปีที่ 2 ในการดำเนินการเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวสำหรับผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ซึ่งให้ปรับเพิ่มแบบขั้นบันไดต่อเนื่อง 4 ปีงบประมาณ ตั้งแต่ปีงบ 2566-2569
โดยในปีการศึกษา 2567 นี้ ได้มีการปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนรายหัว ต่อเนื่องจากปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ในรายการค่าจัดการเรียนการสอน และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รวมเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ 8 ส่วนค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่าหนังสือเรียน อัตราคงเดิมตามปีงบประมาณ พ.ศ.2566 นอกจากนี้ยังมีเงินอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติมสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก ค่าปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ค่าอาหารนักเรียนประจำพักนอน และอื่นๆ อีก

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ในส่วนของค่าจัดการเรียนการสอน สำหรับนักเรียนทั่วไป มีการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว จากปีการศึกษา 2566 ต่อคนต่อปี ดังนี้
1.ค่าจัดการเรียนการสอน
2.ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ค่าอุปกรณ์การเรียนและค่าเครื่องแบบนักเรียน สถานศึกษาจะจ่ายเงินสดให้แก่นักเรียนหรือผู้ปกครอง ในอัตราต่อคนต่อปี ดังนี้
3.ค่าอุปกรณ์การเรียน
4.ค่าเครื่องแบบนักเรียน ประกอบด้วย เสื้อ กางเกง กระโปรง ดังนี้
ทั้งนี้ ผู้ปกครองหรือนักเรียนสามารถถัวจ่ายระหว่างเครื่องแบบนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนได้ กรณีนักเรียนมีชุดนักเรียนเพียงพอแล้ว สามารถซื้อเข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า ชุดลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด/ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ชุดกีฬา ชุดฝึกงาน ชุดประจำท้องถิ่น และอุปกรณ์การเรียน ที่จำเป็นได้
5.ค่าหนังสือเรียน อัตราเดิม
“สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำหนังสือคู่มือแนวทางการดำเนินงาน ตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับ สพฐ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศ ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เกิดความคุ้มค่าประหยัดโปร่งใส เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนและทางราชการสูงสุด สนองตอบต่อนโยบายด้านการศึกษา ของคณะรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มีนโยบายปฏิรูปการศึกษาและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งส่งเสริมให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนตามความถนัด ส่งเสริมการอ่าน เพื่อสร้างอนาคต สร้างรายได้ กระจายอำนาจการศึกษาให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึง และที่สำคัญที่สุดรัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งการเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนนี้ช่วยลดภาระนักเรียน ผู้ปกครอง และเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการให้สถานศึกษาได้” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว
สพฐ.แจงตัวเลขเงินอุดหนุนรายหัว น.ร. ปี 67 ปรับเพิ่ม 8% ทุกระดับ กำชับ ร.ร.ยึดระเบียบ แก้เหลื่อมล้ำ-ลดภาระผู้ปกครอง
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 30 เมษายน 2567
เกี่ยวข้องกัน
สพฐ.ทำโครงการสนับสนุนเงินอุดหนุนรายหัว อนุบาล-ประถม-มัธยม-ปวช. พร้อมเงินสนับสนุนอุปกรณ์การเรียน ลดเหลื่อมล้ำ-ภาระผู้ปกครอง
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดำเนินโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานปีงบประมาณ 2567 ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมตอนต้น มัธยมตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เพื่อลดภาระให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการศึกษา เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในปีการศึกษา 2567 นี้ รัฐบาลจะปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนรายหัวฯ ต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2566 ในรายการค่าจัดการเรียนการสอน และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 8 ขณะที่ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่าหนังสือเรียน ใช้อัตราคงเดิมตามปีงบประมาณ 2566 ทั้งนี้ ยังมีเงินอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติม สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก ค่าปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ค่าอาหารกลางวันนักเรียน และอื่น ๆ
โดยเงินอุดหนุนรายหัวฯ ในส่วนของการจัดการเรียนการสอนจะจัดสรรให้นักเรียนทุกคน ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีอัตราจำแนกตามระดับ อาทิ
- ระดับก่อนประถมศึกษา หรือ อนุบาล จากเดิมเงินอุดหนุน 1,734 บาท ปีงบฯ 2567 เพิ่มเป็น 1,836 บาท
- ระดับประถมศึกษา จากเดิมเงินอุดหนุน 1,938 บาท ปีงบฯ 2567 เพิ่มเป็น 2,052 บาท
- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากเดิมเงินอุดหนุน 3,570 บาท ปีงบฯ 2567 เพิ่มเป็น 3,780 บาท
- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากเดิมเงินอุดหนุน 3,876 บาท ปีงบฯ 2567 เพิ่มเป็น 4,104 บาท
- ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 1-3 ที่จัดโดยสถานประกอบการ จากเดิมเงินอุดหนุน 11,970 บาท ปีงบฯ 2567 เพิ่มเป็น 12,674 บาท
“นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการศึกษา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของเยาวชนไทยซึ่งถือเป็นอนาคตของชาติ ต้องการเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ให้ประชาชนไทย เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ให้นักเรียนในระบอบการศึกษาไทยมีคุณภาพตามมาตรฐาน ส่งเสริมการเรียนรู้ สร้างความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ พร้อมเชื่อมั่นว่า เงินอุดหนุนดังกล่าวจะเป็นอีกช่องทางช่วยลดภาระนักเรียน และผู้ปกครอง รวมทั้ง เพิ่มศักยภาพการดำเนินการให้สถานศึกษา” นายชัย กล่าว
โฆษกรัฐบาล เผย สพฐ. ทำโครงการสนับสนุนเงินอุดหนุนรายหัว อนุบาล – ประถม – มัธยม – ปวช. พร้อมเงินสนับสนุนอุปกรณ์การเรียน มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ ลดภาระผู้ปกครอง
ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์ 1 พฤษภาคม 2567
เกี่ยวข้องกัน
เงินอุดหนุนเครื่องแบบนักเรียน 2567 อนุบาล-ปวช.ได้รับเงินจากภาครัฐกี่บาท
เงินอุดหนุนเครื่องแบบนักเรียน 2567 จากกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ภายใต้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ปีงบประมาณ 2567 ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมตอนต้น มัธยมตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือ ปวช. เพื่อลดภาระให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งในเปิดเทอมภาคแรก 2567 นี้ สพฐ.ได้สนับสนุนเงินอุดหนุนเครื่องแบบนักเรียน 2567 สรุปรายละเอียดดังนี้
เงินอุดหนุนเครื่องแบบนักเรียน 2567
ค่าเครื่องแบบนักเรียน ประกอบด้วย เสื้อ กางเกง กระโปรง ดังนี้
· อนุบาล 325 บาท
· ประถมศึกษา 400 บาท
· มัธยมศึกษาตอนต้น 500 บาท
· มัธยมศึกษาตอนปลาย 550 บาท
· ระดับ ปวช.1-3 ที่จัดโดยสถานประกอบการ 950 บาท
ค่าอุปกรณ์การเรียนและค่าเครื่องแบบนักเรียน สถานศึกษาจะจ่ายเงินสดให้แก่นักเรียนหรือผู้ปกครอง ในอัตราต่อคนต่อปี ดังนี้
· อนุบาล 290 บาท
· ประถมศึกษา 440 บาท
· มัธยมศึกษาตอนต้น 520 บาท
· มัธยมศึกษาตอนปลาย 520 บาท
· ระดับ ปวช.1-3 ที่จัดโดยสถานประกอบการ 520 บาท
เพิ่มเงินอุดหนุนการเรียนการสอนรายหัว 8%
· ปรับเพิ่มเงินอุดหนุนการเรียนการสอนรายหัว 8% แบบขั้นบันไดต่อเนื่อง 4 ปีงบประมาณ ตั้งแต่ปีงบฯ 2566-2569 โดยในปีการศึกษา 2567 นี้
ปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวฯ จากปีการศึกษา 2566 ต่อคนต่อปี ดังนี้
· อนุบาล ปี 2566 อุดหนุน 1,734 บาท ปี 2567 อุดหนุนเพิ่มเป็น 1,836 บาท
· ประถมศึกษา 1,938 บาท เพิ่มเป็น 2,052 บาท
· มัธยมศึกษาตอนต้น 3,570 บาท เพิ่มเป็น 3,780 บาท
· มัธยมศึกษาตอนปลาย 3,876 บาท เพิ่มเป็น 4,104 บาท
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 1-3 ที่จัดโดยสถานประกอบการ เดิม 11,970 บาท เพิ่มเป็น 12,674 บาท
· สำหรับค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
· อนุบาล เดิมอุดหนุน 438 บาท เพิ่มเป็น 464 บาท
· ประถมศึกษา เดิม 489 บาท เพิ่มเป็น 518 บาท
· มัธยมศึกษาตอนต้น เดิม 897 บาท เพิ่มเป็น 950 บาท
· มัธยมศึกษาตอนปลาย เดิม 969 บาท เพิ่มเป็น 1,026 บาท
· และระดับ ปวช. 1-3 ที่จัดโดยสถานประกอบการ เดิม 969 บาท เพิ่มเป็น 1,026 บาท .
ที่มา ; ฐานเศรษฐกิจ
สรุปสาระสำคัญ
ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. เปิดเผยว่า ปีการศึกษา 2567 รัฐบาลดำเนินโครงการเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี เพื่อ ลดภาระผู้ปกครองและแก้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยปรับเพิ่มแบบขั้นบันได 4 ปี (พ.ศ.2566–2569) ปีนี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 8 ครอบคลุมตั้งแต่ระดับอนุบาลถึง ปวช. ทั้งค่าจัดการเรียนการสอนและค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เช่น อนุบาลเพิ่มเป็น 1,836 บาท ประถม 2,052 บาท ม.ต้น 3,780 บาท ม.ปลาย 4,104 บาท และ ปวช. 12,674 บาท ขณะที่ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่าหนังสือเรียน คงอัตราเดิม โดย สพฐ. ได้ออกคู่มือแนวทางบริหารจัดการงบประมาณให้สถานศึกษาใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม สอดคล้องนโยบายของนายกรัฐมนตรีในการพัฒนาการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ข้อสอบ
1. จุดมุ่งหมายสำคัญของการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวในปีการศึกษา 2567 คือข้อใด
ก. เพื่อเพิ่มรายได้ให้สถานศึกษา
ข. เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ครูอยู่ในระบบ
ค. เพื่อลดภาระและแก้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ง. เพื่อส่งเสริมการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
2. ลักษณะการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวที่รัฐบาลกำหนดมีลักษณะสำคัญอย่างไร
ก. เพิ่มแบบเท่ากันทุกปีโดยไม่กำหนดระยะเวลา
ข. เพิ่มแบบขั้นบันไดต่อเนื่อง 4 ปีงบประมาณ
ค. เพิ่มเฉพาะปีที่งบประมาณเกินเป้า
ง. เพิ่มเฉพาะระดับมัธยมศึกษา
3. หากผู้อำนวยการโรงเรียนต้องการใช้เงินอุดหนุนให้เกิด “ประสิทธิผลสูงสุด” ควรดำเนินการในแนวทางใด
ก. ใช้เงินตามความจำเป็นเร่งด่วนโดยไม่ต้องตรวจสอบ
ข. จัดทำแผนการใช้จ่ายตามคู่มือแนวทางของ สพฐ. และรายงานผลโปร่งใส
ค. แบ่งจ่ายเท่ากันทุกห้องเรียน
ง. จ่ายเงินให้นักเรียนทุกคนโดยไม่กำหนดวัตถุประสงค์
4. จากข้อมูลการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว รัฐบาลให้ความสำคัญกับหลักการบริหารงบประมาณด้านใดมากที่สุด
ก. ประสิทธิภาพและความโปร่งใส
ข. ความรวดเร็วและผลลัพธ์เชิงพาณิชย์
ค. การแข่งขันระหว่างหน่วยงาน
ง. การลดขั้นตอนทางเอกสาร
5. หากสถานศึกษามีงบประมาณอุดหนุนเหลือจากค่าเครื่องแบบนักเรียน ควรดำเนินการอย่างไรจึงถูกต้องตามแนวทางของ สพฐ.
ก. เก็บไว้ใช้ในปีถัดไป
ข. นำไปซื้ออุปกรณ์การเรียนหรือเครื่องแต่งกายอื่นที่จำเป็นได้
ค. คืนให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ใช้จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ
คลิกเฉลย >>>