
‘โฆษก ศธ.’ แจงหลัง ผอ.โรงเรียนอ้างคำสั่ง สพฐ.ห้ามให้ นร. ติด 0 – ร.- มส. ยันให้ได้ แต่ให้เร่งแก้ให้ทันภายในปีการศึกษา ห้ามดอง
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 10 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงกรณีที่มีผู้อำนวยการโรงเรียน อ้างคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการห้ามนักเรียนติด 0 ติด ร. และ มส. และให้เกรด 1 ทุกคน ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ทำหนังสือซักซ้อมความเข้าใจไปยังผู้บริหารสถานศึกษา ในเรื่องการติดตามให้เกรด 0 ร. และ มส. กับนักเรียน ซึ่งเป็นความเข้าใจคาดเคลื่อนของผู้บริหารสถานศึกษา
ยืนยันว่า นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ใช่ว่าห้ามให้เกรด 0 ร. และ มส. กับนักเรียน ยังคงมีเหมือนเดิม เพราะการให้เกรดดังกล่าว ถือว่าเป็นการให้นักเรียนให้ความสำคัญกับการเรียน ร่วมกิจกรรมทำการศึกษาระหว่างภาคเรียน มากกว่าการวัดคะแนนสอบ แต่การซักซ้อมความเข้าใจการให้เกรด 0 ร. และ มส. ที่ สพฐ.แจ้งไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาเร่งติดตาม อย่าให้เด็กติด 0 ร. และ มส. นานเกินไป ต้องเร่งแก้ให้เสร็จภายในปีการศึกษานั้นๆ
โดยยกตัวอย่างเกณฑ์การให้ มส. เช่น เด็กไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับโรงเรียน หรือมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ก็จะถูกโรงเรียนให้ มส. ซึ่งพอติดแล้วก็ต้องมีขั้นตอนในการแก้ โดยปัญหาคือ ผู้บริหารสถานศึกษาบางแห่งปล่อยหรือดองเอาไว้ จนเด็กติด 0 ร. และ มส. ข้ามปี ข้ามเทอม ซึ่งคนที่เสียโอกาสคือเด็ก
ปัจจุบันเกณฑ์ของ สพฐ. จะให้ความสำคัญระหว่างการเรียนมากกว่าการสอบกลางภาคและปลายภาคกลาง โดยมีสัดส่วน 60:40 และ 70:30 หรือ 80:20 ขอยืนยันในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ การให้เกรด 0 ร. และ มส. แต่สิ่งที่กำชับคือขอให้เร่งดำเนินการอย่าให้ข้ามเทอม เพราะจะเป็นภาระกับเด็กและผู้ปกครอง” นายสิริพงศ์ กล่าว
เมื่อถามว่า เป็นการมอบนโยบายหรือออกเป็นคำสั่ง นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เป็นการซักซ้อมความเข้าใจ ซึ่งในหนังสือเขียนไว้ชัดเจน เพื่อให้เตรียมการก่อนที่จะมีการปิดภาคเรียน ควรแก้ให้เสร็จ
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 10 มกราคม 2567
เกี่ยวข้องกัน
ศธ.ยืนยัน ห้าม นร.ติดศูนย์ แค่มาเรียนได้เกรด 1 ไม่เป็นความจริง อย่าหลงเชื่อ
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)มีหนังสือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้และการสอนซ่อมเสริม เพื่อกระตุ้นให้สถานศึกษากำกับ ติดตาม ช่วยเหลือ สอนซ่อมเสริม และดำเนินการวัดและประเมินผลกรณีนักเรียนมีผลการเรียนไม่สมบูรณ์ ติด 0 ,ร ,มส. ให้เป็นไปตามนโยบาย เรียนดี มีความสุข ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งผู้เรียน ผู้สอน ให้การเรียนดีขึ้น ลดปัญหาของผู้เรียนในการติด 0,ร,มส. ไม่ใช่ห้ามให้นักเรียนติด 0 ตามที่ได้ปรากฏในสื่อ
นายคารม กล่าวว่า นักเรียนจะได้รับการตัดสินผลการเรียน ต้องมาจาก 2 ส่วน ได้แก่
1. เวลาเรียน ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียน เป็นการมุ่งหวังให้ผู้สอนมีเวลาในการพัฒนาผู้เรียน และเติมเต็มศักยภาพของผู้เรียน และเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ และ
2. คะแนนการประเมินระหว่างเรียนและคะแนนปลายปี ปลายภาค เป็นการประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ เจตคติ ทักษะการคิด ที่กำหนดอยู่ในมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะนำไปสู่การสรุปผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดต่อไป ซึ่งการกำหนดสัดส่วนคะแนนระหว่างเรียนกับคะแนนปลายปี ปลายภาค นั้นให้ความสำคัญของคะแนนระหว่างเรียนมากกว่าคะแนนปลายปี ปลายภาค เช่น 60 : 40, 70: 30, 80 : 20 เป็นต้น
ขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าวและขอความร่วมมือไม่ส่งต่อข้อมูลดังกล่าวในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์และประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการฯได้ที่เว็บไซต์ http://www.ops.moe.go.th หรือโทร 02 281 9264
ไม่จริง! “รองโฆษกรัฐบาล” ย้ำ “ห้ามรร.ให้นร.ติด0 แค่มาเรียนได้เกรด 1”แจง ต้องประเมินผลเวลาเรียน-คะแนนปลายปี,ปลายภาค ชี้ ศธ. หวังยกระดับการศึกษาครู-นร.
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 15 มกราคม 2567
เกี่ยวข้องกัน
"โฆษก ศธ."แจงชัด! โรงเรียนไม่ปล่อยเกรด ยันประเมินตามมาตรฐาน เปิดทางให้ครูจัดการสอนและวัดผลด้วยเครื่องมือหลากหลาย หวังลดเด็กไม่ผ่านเกณฑ์ให้มากที่สุด
เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวในสื่อออนไลน์แสดงความคิดเห็นว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีคำสั่งไม่ให้นักเรียนติด 0 นักเรียนไม่ต้องเข้าเรียน ไม่ส่งงาน ขอแค่มีตัวตน หากมาวันสอบแต่ไม่ส่งงานเลย ก็ต้องตัดเกรด 1 ให้นั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเข้าใจผิดให้แก่สังคม
โดย โฆษก ศธ.กล่าวว่า กรณีดังกล่าวมาจากที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีหนังสือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้และการสอนซ่อมเสริม ซึ่งเป็นการสื่อสารระหว่าง สพฐ.ส่วนกลาง ถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต เพื่อกระตุ้นให้สถานศึกษาเกิดความเข้าใจชัดเจนในการกำกับ ติดตาม ช่วยเหลือ สอนซ่อมเสริม ดำเนินการวัดและประเมินผลกรณีนักเรียนมีผลการเรียนไม่สมบูรณ์ (ติด 0 ร มส.) ให้มีผลการเรียนดีขึ้น ลดปัญหาของผู้เรียนในการติด 0 ร มส.และให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ
ซึ่งเจตนาคือเพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของ ศธ.ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งผู้เรียน ผู้สอน โดยซักซ้อมแนวทางการวัดและประเมินผลในชั้นเรียน ด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย รายงานความก้าวหน้า จุดเด่น จุดที่ต้องปรับปรุงให้แก่ผู้เรียน วางแผนออกแบบการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการตัดสินผลการเรียนตามบริบทแต่ละพื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ข้อสอบเพียงอย่างเดียว อาจพิจารณาจากผลงาน ชิ้นงาน แฟ้มสะสมงาน การสอบปากเปล่า ผ่านซูม ไลน์ เฟซบุ๊ก หรือช่องทางอื่น ได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ การตัดสินผลการเรียนจะมาจาก 2 ส่วน ได้แก่ 1) เวลาเรียน ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และ 2) คะแนนการประเมินระหว่างเรียนและคะแนนปลายปี/ปลายภาค ซึ่งการประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม จะนำไปสู่การสรุปผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดต่อไป
ส่วนกรณีที่ผู้เรียนมีผลการเรียนที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ต้องจัดสอนซ่อมเสริมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของผู้เรียนอย่างทันท่วงที ซึ่ง สพฐ.ได้กำหนดบทบาทการปฏิบัติของผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ด้วย ทั้งด้านของสถานศึกษา ครู และผู้เรียน
“ในอดีต อาจมีการติด 0 ร มส. ค้างเทอม ค้างปี ทำให้เด็กเสียโอกาส เป็นภาระผู้ปกครอง สถานศึกษาจึงควรติดตามอย่างใกล้ชิด ให้เด็กได้แก้ไขจนผ่านเกณฑ์ก่อนจบปีการศึกษา ดังนั้น การกล่าวว่า ศธ.สั่งไม่ให้นักเรียนติด 0 ร มส. จึงไม่เป็นความจริงทั้งหมด โดยผมขอยืนยันว่า สถานศึกษาทุกแห่งมีมาตรฐาน มีเกณฑ์ ในการประเมินผู้เรียนอยู่แล้ว และสามารถให้เกรดผู้เรียนได้ตามปกติ เพียงแต่ ศธ.ต้องการกระตุ้นให้สถานศึกษาและครู ติดตามเด็กอย่างใกล้ชิด สามารถใช้เครื่องมือ วิธีการสอน สื่อการสอน การเก็บคะแนนที่มีความหลากหลายและทันสมัย เพื่อลดปัญหาของผู้เรียนในการติด 0 ร มส. ซึ่งหากสถานศึกษาทุกแห่งสามารถพัฒนาผู้เรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดได้ ไม่มีผู้เรียนที่สอบตก หรือติด ร มส. ก็จะเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้สูงขึ้น สร้างบุคลากรที่มีเข้ามาพัฒนาประเทศได้ต่อไป” โฆษก ศธ.กล่าว
ที่มา ; แนวหน้า วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567


เกี่ยวข้องกัน
สพฐ. แจงกรณี “ติด 0 ร มส”ย้ำต้องใช้เวลาเรียนตัดเกรดตามมาตรฐาน
เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช โฆษกสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวในสื่อออนไลน์ กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งอ้างว่ามีคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ให้นักเรียนติด 0 และนักเรียนไม่ต้องเข้าเรียน ไม่ส่งงาน ขอแค่มีตัวตน หากมาวันสอบแต่ไม่ส่งงานเลย ก็ต้องตัดเกรด 1 นั้น
นางเกศทิพย์ กล่าวว่า จากประเด็นดังกล่าว ข้อเท็จจริง คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีหนังสือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้และการสอนซ่อมเสริม โดยมีเจตนากระตุ้นให้สถานศึกษากำกับ ติดตาม ช่วยเหลือ สอนซ่อมเสริมและดำเนินการวัดและประเมินผลกรณีนักเรียนมีผลการเรียนไม่สมบูรณ์ (ติด 0 ร มส) เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งผู้เรียนและผู้สอน เพื่อให้การเรียนดีขึ้น ลดปัญหาของผู้เรียนในการติด 0 ร มส
ส่วนข้อที่ว่า นักเรียนไม่ต้องเข้าเรียน ไม่ส่งงาน ก็ต้องตัดเกรด 1 นั้น ข้อเท็จจริง คือ การที่นักเรียนจะได้รับการตัดสินผลการเรียน ต้องมาจาก 2 ส่วน ได้แก่
1) เวลาเรียน ซึ่งกำหนดให้ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียน เป็นการมุ่งหวังให้ผู้สอนมีเวลาในการพัฒนาผู้เรียน และเติมเต็มศักยภาพของผู้เรียน และเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ
2) คะแนนการประเมินระหว่างเรียนและคะแนนปลายปี/ปลายภาค ซึ่งการประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้นั้น เป็นการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ เจตคติ ทักษะการคิด ที่กำหนดอยู่ในมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะนำไปสู่การสรุปผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดต่อไป ซึ่งการกำหนดสัดส่วนคะแนนระหว่างเรียนกับคะแนนปลายปี/ปลายภาค ให้ความสำคัญของคะแนนระหว่างเรียนมากกว่าคะแนนปลายปี/ปลายภาค เช่น 60 : 40, 70 : 30, 80 : 20 เป็นต้น
“สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา) ไม่ได้นิ่งนอนใจในประเด็นดังกล่าว และมีความห่วงใยว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณชนได้ จึงกำชับให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และสถานศึกษาทุกแห่ง เร่งทำความเข้าใจกับนักเรียนและผู้ปกครองได้รับรู้รับทราบข้อเท็จจริง รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบจากประเด็นดังกล่าวได้ และขอให้สาธารณชนมั่นใจว่า สพฐ. จะกำกับดูแลหน่วยงานในสังกัดให้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งผู้เรียนและผู้สอน เป็นไปตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของกระทรวงศึกษาธิการอย่างแท้จริง” โฆษก สพฐ. กล่าว
สพฐ. แจงกรณี "ติด 0 ร มส" ย้ำต้องใช้เวลาเรียน-คะแนนประเมิน ตัดเกรดตามมาตรฐาน
ที่มา ; เดลินิวส์ 10 มกราคม 2567
สรุปสาระสำคัญ
เกิดกระแสข่าวว่ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งห้ามโรงเรียนให้นักเรียนติด 0 ร มส. ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม ผู้บริหารโรงเรียนบางแห่งอ้างคำสั่งดังกล่าวและให้เกรด 1 แทนนักเรียนที่ไม่เข้าเรียนหรือไม่ส่งงาน ศธ. โดยโฆษก นายสิริพงศ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สพฐ. สำนักงานปลัด ศธ. และรองโฆษกรัฐบาล ออกมาชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง
สพฐ. ยืนยันว่าโรงเรียนยังสามารถให้เกรด 0 ร มส. ตามหลักเกณฑ์เดิมได้ แต่ต้อง เร่งติดตามและสอนซ่อมเสริม เพื่อไม่ให้เด็กค้างแก้ไขข้ามเทอมหรือข้ามปี เพราะจะกระทบต่อโอกาสทางการเรียนของนักเรียน การตัดสินผลการเรียนยังต้องอิง 2 องค์ประกอบ คือ (1) เวลาเรียนต้องไม่น้อยกว่า 80% (2) คะแนนประเมินระหว่างเรียนและปลายภาค โดยให้ความสำคัญคะแนนระหว่างเรียนมากกว่า เช่น 60:40 หรือ 80:20
นโยบาย “เรียนดี มีความสุข” มุ่งให้โรงเรียนใช้เครื่องมือประเมินที่หลากหลาย ลดปัญหาผู้เรียนที่ผลการเรียนไม่สมบูรณ์ พร้อมทั้งให้สถานศึกษา ครู และเขตพื้นที่เร่งกำกับติดตามเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนและป้องกันความเข้าใจผิดในสังคม
ข้อสอบ
ผู้บริหารโรงเรียนควรทำสิ่งใด เป็นอันดับแรก เมื่อพบว่าครูเข้าใจผิดว่า ศธ. ห้ามให้นักเรียนติด 0 ร มส.?
ก. สั่งให้หยุดให้เกรด 0 ร มส. ทันที
ข. ตรวจสอบหนังสือซักซ้อมความเข้าใจของ สพฐ. และสื่อสารข้อเท็จจริงให้ครู
ค. ให้ครูจัดสอบซ่อมทุกวิชาโดยไม่วิเคราะห์สาเหตุ
ง. ประชาสัมพันธ์กับผู้ปกครองว่าทุกคนจะได้เกรดผ่าน
2 หลักคิดสำคัญของนโยบายที่กำชับ “อย่าปล่อยให้เด็กติด 0 ร มส. ข้ามเทอม” คือข้อใด?
ก. ลดจำนวนงานครู
ข. ป้องกันภาระงบประมาณโรงเรียน
ค. ปกป้องโอกาสทางการเรียนของผู้เรียนไม่ให้เสียไป
ง. เพิ่มจำนวนนักเรียนผ่านเกณฑ์เพียงอย่างเดียว
3 แนวทางใดสอดคล้องกับหลักวัดและประเมินผลตามที่ สพฐ. เน้นมากที่สุด?
ก. ใช้ข้อสอบกลางเป็นเครื่องมือเดียว
ข. ให้คะแนนปลายภาคมากกว่าระหว่างเรียน
ค. ใช้เครื่องมือการประเมินหลากหลายและให้ความสำคัญคะแนนระหว่างเรียน
ง. ให้คะแนนเฉลี่ยเท่ากันทุกกิจกรรมเพื่อความยุติธรรม
4 หากพบว่าเด็กจำนวนมากติด มส. จากเวลาเรียนต่ำกว่า 80% ผู้บริหารควรดำเนินการใด?
ก. สั่งให้ครูเพิ่มคะแนนชดเชยให้ผ่าน
ข. วิเคราะห์สาเหตุและจัดระบบติดตามเวลาเรียน พร้อมสอนเสริมเฉพาะราย
ค. ให้เด็กสอบใหม่โดยไม่คำนึงถึงเวลาเรียน
ง. ลดเกณฑ์เวลาเรียนลงเหลือ 60%
5 เหตุใด สพฐ. ต้องออกหนังสือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินผล?
ก. เพื่อเปลี่ยนกฎระเบียบใหม่ทั้งหมด
ข. เพื่อให้ทุกโรงเรียนใช้เครื่องมือเดียวกัน
ค. เพื่อให้การกำกับ ติดตาม และการสอนซ่อมเสริมเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ
ง. เพื่อยกเลิกการให้เกรด 0 ร มส.
คลิกเฉลย >>>