
#หลักการ
1. ให้มีการปฏิรูประบบราชการและกำลังคนภาครัฐเพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลบริหารภาครัฐ
2. ในส่วนของปฏิรูปกำลังคนภาครัฐ กำหนดให้มีสำนักงานและคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (ย่อว่า คปร.) ทำหน้าที่กำหนดมาตรการบริหารกำลังคนภาครัฐและเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ (ปัจจุบันช่วง พ.ศ. 2562-พ.ศ.2565) เพื่อเป็นหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารกำลังคนภาครัฐให้ส่วนราชการและองค์กรกลางบริหารงานบุคคลถือปฏิบัติ
3.ในส่วนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามี ก.ค.ศ. (เป็นองค์กรกลางบริหารงานบุคคล) มีหน้าที่บริหารอัตรากำลังฯของส่วนราชการสังกัด ศธ. ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ คปร.กำหนด
4. ตำแหน่งที่ว่างจากผลการเกษียณอายุราชการยังไม่สามารถนำตำแหน่งมาใช้ได้ ต้องได้รับการจัดสรรคืนจาก คปร. และองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการนั้นๆ ก่อน
#แนวปฏิบัติการจัดสรรฯคืน
1. ก.ค.ศ. มีหน้าที่บริหารอัตราข้าราชการที่ว่างจากผลการเกษียณอายุราชการโดยพิจารณาจัดสรรคืนเป็นอัตราข้าราชการ หรือ ทดแทนด้วยการจ้างรูปแบบอื่น (เช่น พนักงานราชการ) ให้กับส่วนราชการสังกัด ศธ.
2. การจัดสรรคืนให้ส่วนราชการ ต้องเป็นไปตามแนวปฏิบัติและเงื่อนไขที่ คปร. กำหนด ดังนี้
2.1) ตำแหน่งที่เห็นควรจัดสรรคืนทั้งหมด เพื่อให้ส่วนราชการสามารถแต่งตั้งบุคคล ได้อย่างต่อเนื่องทันที ได้แก่
- ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา
- ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ ๑๒๐ คนขึ้นไป (ไม่อยู่ในแผนการถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม่อยู่ในแผนการควบรวมสถานศึกษา) เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีความสำ คัญต่อการบริหารงานของสถานศึกษา ตลอดจนการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ
2.2) ตำแหน่งที่ ก.ค.ศ. พิจารณาจัดสรรตามเงื่อนไขเฉพาะกรณี ดังต่อไปนี้
- ตำแหน่งสำหรับบรรจุนักเรียนทุนรัฐบาล
- ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอนในโรงเรียนระดับประถมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาส และโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 120 คนขึ้นไป (ไม่อยู่ในแผนการถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น)
- ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอนในโรงเรียน ระดับประถมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาส และโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้
- ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอนในโรงเรียน การศึกษาเพื่อคนพิการ โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริ หรือเป็นโรงเรียนในโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project) หรือโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งโรงเรียนคุณภาพ
- ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ในหน่วยงานการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในหน่วยงานการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
2.3) การทดแทนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุอายุของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในหน่วยงานการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น (เช่น พนักงานราชการ) ในอัตราร้อยละ 10 โดยให้พิจารณาในภาพรวมของอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุทั้งหมดของหน่วยงาน ในปีงบประมาณนั้น ๆ
อ้างอิงจาก ; มาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๕) เเละเเนวทางปฏิบัติ
#ข่าว ; ก.ค.ศ.อนุมติคืนอัตราว่างข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2564 ในวันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2564 ได้อนุมัติจัดสรรคืนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อสิ้นปีงบประมาณปี พ.ศ. 2564 ให้กับส่วนราชการต่าง ๆ รวม 20,453 อัตรา ดังนี้
1) สังกัด สพฐ. รวมอัตรา 24,380 อัตรา จำแนกได้ ดังนี้
1.1) อัตราปกติและทดแทน รวม 19,339 อัตรา ได้แก่
-ผอ.สพท. จำนวน 42 อัตรา
-รอง ผอ.สพท.(ตำแหน่งโครงสร้าง) จำนวน 60 อัตรา
-ผอ.สถานศึกษา จำนวน 2,046 อัตรา
-รอง ผอ. สถานศึกษา จำนวน 186 อัตรา
-ครูผู้ช่วย จำนวน 16,553 อัตรา
-ศึกษานิเทศก์ จำนวน 128 อัตรา
-บคศ.อื่นตาม ม.38 ค.(2) จำนวน 292 อัตรา
-พนักงานราชการ จำนวน 32 อัตรา
1.2) สงวนอัตราว่างจากโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 5,041 อัตรา
2) สำนักงาน กศน. รวมอัตรา 162 อัตรา จำแนกได้ ดังนี้
1.1) อัตราปกติและทดแทน รวม 156 อัตรา ได้แก่
-ผอ.สนง.กศน.จังหวัด จำนวน 6 อัตรา
-รอง ผอ.สนง.กศน.จังหวัด จำนวน 4 อัตรา
-ครูผู้ช่วย จำนวน 48 อัตรา
-ศึกษานิเทศก์ จำนวน 10 อัตรา
-บคศ.อื่นตาม ม.38 ค.(2) จำนวน 13 อัตรา
-พนักงานราชการ จำนวน 1 อัตรา
1.2) สงวนอัตราว่างจากโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 6 อัตรา
3) สังกัด สป.ศธ.(สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด) รวม 108 อัตรา ได้แก่
-ศึกษาธิการจังหวัด จำนวน 13 อัตรา
-รองศึกษาธิการจังหวัด จำนวน 2 อัตรา
-ศึกษานิเทศก์ จำนวน 42 อัตรา
-บคศ.อื่นตาม ม.38 ค.(2) จำนวน 46 อัตรา
-พนักงานราชการ จำนวน 5 อัตรา
4) สังกัด สอศ. รวม 1,125 อัตรา ได้แก่.
4.1) อัตราปกติและทดแทน รวม 850 อัตรา ได้แก่
-ผอ.สถานศึกษา จำนวน 51 อัตรา
-รอง ผอ.สถานศึกษา จำนวน 49 อัตรา
-ครูผู้ช่วย จำนวน 738 อัตรา
-ศึกษานิเทศก์ จำนวน 1 อัตรา
-บคศ.อื่นตาม ม.38 ค.(2) จำนวน 10 อัตรา
-พนักงานราชการ จำนวน 1 อัตรา
4.2) สงวนอัตราว่างจากโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 275 อัตรา
ที่มา ; สำนักงาน ก.ค.ศ.
การปฏิรูประบบราชการมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกำลังคนภาครัฐ โดยมีคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ทำหน้าที่กำหนดมาตรการและหลักเกณฑ์ให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ ขณะที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ค.ศ. ซึ่งบริหารอัตรากำลังตามแนวทางของ คปร.
ตำแหน่งที่ว่างจากการเกษียณอายุราชการไม่สามารถนำมาใช้ทันที ต้องได้รับการจัดสรรคืนตามหลักเกณฑ์ โดยตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้บริหารการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษาที่มีนักเรียนตั้งแต่ 120 คนขึ้นไป สามารถจัดสรรคืนได้ทันทีเพื่อให้การบริหารสถานศึกษาต่อเนื่อง ส่วนตำแหน่งอื่น เช่น ครู ศึกษานิเทศก์ หรือบุคลากรตามมาตรา 38 ค.(2) จะพิจารณาตามเงื่อนไขเฉพาะพื้นที่และความจำเป็น เช่น โรงเรียนชายแดนใต้ โรงเรียนพิเศษ หรือโครงการพระราชดำริ
นอกจากนี้ ก.ค.ศ. อาจทดแทนอัตราว่างด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น เช่น พนักงานราชการ ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ในภาพรวมของหน่วยงาน
ในปีงบประมาณ 2564 ก.ค.ศ. ได้อนุมัติจัดสรรอัตราว่างรวม 20,453 อัตราให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ สพฐ. กศน. สป.ศธ. และ สอศ. โดยเน้นอัตราครูผู้ช่วยและตำแหน่งบริหารเป็นหลัก เพื่อรองรับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการบริหารกำลังคนอย่างมีประสิทธิภาพ
คณะกรรมการใดมีหน้าที่กำหนดนโยบายกำลังคนภาครัฐ
ก. ก.ค.ศ.
ข. คปร.
ค. สพฐ.
ง. ครม.
เฉลย: ข
เหตุผล: คปร. เป็นหน่วยงานกำหนดนโยบายและมาตรการบริหารกำลังคนภาครัฐโดยตรง
หน่วยงานใดบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูโดยตรง
ก. คปร.
ข. สำนักงาน ก.พ.
ค. ก.ค.ศ.
ง. สพฐ.
เฉลย: ค
เหตุผล: ก.ค.ศ. เป็นองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู
ตำแหน่งใด “จัดสรรคืนได้ทันที”
ก. ครูผู้ช่วย
ข. ศึกษานิเทศก์
ค. ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนเล็ก
ง. ผู้บริหารสถานศึกษา ≥120 คน
เฉลย: ง
เหตุผล: ผู้บริหารสถานศึกษาขนาด ≥120 คนถือเป็นตำแหน่งสำคัญ ต้องจัดสรรทันที
ข้อใดเป็นเงื่อนไขการทดแทนอัตราว่างด้วยพนักงานราชการ
ก. ไม่เกิน 5%
ข. ไม่เกิน 10%
ค. ไม่เกิน 20%
ง. ไม่จำกัด
เฉลย: ข
เหตุผล: กำหนดทดแทนได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของภาพรวมอัตราว่าง
ตำแหน่งใดอยู่ในกลุ่ม “พิจารณาตามเงื่อนไขเฉพาะกรณี”
ก. ผู้อำนวยการ สพท.
ข. ครูโรงเรียนทั่วไปทุกแห่ง
ค. ครูโรงเรียนชายแดนใต้
ง. นักการภารโรง
เฉลย: ค
เหตุผล: พื้นที่พิเศษ เช่น ชายแดนใต้ อยู่ในเงื่อนไขเฉพาะ
เหตุผลหลักของการไม่ใช้ตำแหน่งว่างทันทีเพราะอะไร
ก. ขาดงบประมาณ
ข. ต้องรอ คปร. จัดสรรคืน
ค. ต้องสอบแข่งขันใหม่
ง. ต้องลดอัตรากำลัง
เฉลย: ข
เหตุผล: ตำแหน่งว่างต้องผ่านการจัดสรรคืนจาก คปร. ก่อน
หน่วยงานใดมีอัตราจัดสรรมากที่สุดในข่าว
ก. กศน.
ข. สพฐ.
ค. สป.ศธ.
ง. สอศ.
เฉลย: ข
เหตุผล: สพฐ. ได้รับจัดสรรสูงสุดรวมกว่า 20,000 อัตรา
ตำแหน่งใดเกี่ยวข้องกับงานนิเทศการศึกษา
ก. ครูผู้ช่วย
ข. ศึกษานิเทศก์
ค. ผู้อำนวยการโรงเรียน
ง. นักวิชาการพัสดุ
เฉลย: ข
เหตุผล: ศึกษานิเทศก์มีหน้าที่กำกับและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน
หลักสำคัญของการปฏิรูปกำลังคนภาครัฐคือข้อใด
ก. เพิ่มเงินเดือน
ข. ลดจำนวนครู
ค. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร
ง. ยกเลิกระบบราชการ
เฉลย: ค
เหตุผล: เป้าหมายหลักคือเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล
การจัดสรรคืนอัตรากำลังมีเป้าหมายสำคัญคืออะไร
ก. ลดงบประมาณรัฐ
ข. เพิ่มตำแหน่งถาวร
ค. ความต่อเนื่องการบริหารและคุณภาพการศึกษา
ง. ลดจำนวนโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งให้การบริหารสถานศึกษาและนโยบายการศึกษาต่อเนื่องมีประสิทธิภาพ