สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ผอ.รร.ดังหาดใหญ่โดนแจ้งข้อหาโกงอาหารกลางวัน 2 ล้าน

วันที่ 25 มิ.ย.2567 กรณี ผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังในอำเภอหาดใหญ่ ร่วมกับพวกทุจริตเงินค่าอาหารกลางวันนักเรียน มูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท โดยล่าสุด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เป็นประธานแถลงข่าวตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปปป. ร่วม บก.ป.ดำเนินคดี "การทุจริตอาหารกลางวัน โรงเรียนดังที่หาดใหญ่ที่ห้องประชุม ชั้น 2  ตึกกองปราบ (อาคารประชาอารักษ์) เมื่อเวลา14.00 น.โดยตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป.,พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป.,พ.ต.อ.ขวัญชาติ วงศ์ขจไพบูลย์ รอง ผบก.ปปป.,พ.ต.อ.อนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป, พ.ต.อ.สถาปนา จุณณวัตต์ ผกก.6 บก.ปปป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา

·      นายพิพัตน์ฯ อายุ 56 ปี ผู้อำนวยการ/ผู้จัดการโรงเรียนฯ

·      นางอุบลฯ อายุ 55 ปี รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ

·      นางอัญชลีฯ อายุ 64 ปี รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ

·      นางถิระนันท์ฯ อายุ 65 ปี หัวหน้าฝ่ายบริหารงานงบประมาณ 

กล่าวหาว่า "ร่วมกันยักยอก และ ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม " (ป.อาญา ม.352,265,83) พฤติการณ์ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ทำการสืบสวน กรณีเมื่อปี 2566 นายสุกรี แวมูชอ ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา มาร้องทุกข์กล่าวโทษมอบคดีต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับ นายพิพัตน์ฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) ตำแหน่งผู้จัดการ/ผู้อำนวยการฯ, นางอุบลฯ (ผู้ต้องหาที่ 2) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการฯ ฝ่ายงบประมาณ, นางอัญชลีฯ (ผู้ต้องหาที่ 3) ตำแหน่งรองผู้อำนวยการฯ ฝ่ายบริหารงานบุคคล และนางถิระนันท์ฯ (ผู้ต้องหาที่ 4) ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารงานงบประมาณ ซึ่งเป็นบุคคลากรของโรงเรียนฯ ว่าได้ร่วมกันทุจริตเงินค่าอาหารกลางวันของโรงเรียน และมีการยื่นคำร้องขอรับเงินอุดหนุนโครงการเรียนฟรี 15 ปี ในส่วนของค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าเครื่องแบบนักเรียนจากสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา แต่ไม่นำเงินมามอบให้กับผู้ปกครอง 

โดยมีการทุจริตโดยการนำใบสำคัญรับเงินต่างๆ ให้กับครูประจำชั้นเพื่อนำไปให้ผู้ปกครองลงลายมือชื่อการกรอกข้อความใดในใบอุดหนุนการศึกษา และขอเก็บสำเนาบัตรประชาชนผู้ปกครองไว้ เกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินอุดหนุน และให้ครูปลอมเอกสารใบเสร็จรับเงินซึ่งเอกสารดังกล่าวทางโรงเรียนหลักฐานการใช้จ่ายเงินอุดหนุนต่อคณะกรรมการบริหารโรงเรียนเป็นเหตุให้ผู้ปกครองเสียสิทธิในการรับเงินอุดหนุนดังกล่าว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,226,910 บาท 

และส่วนของเงินอุดหนุนโครงการอาหารกลางวัน มีการว่าจ้างให้ลูกจ้างเซ็นชื่อลอยไว้ในเอกสารใบสำคัญแทนโดยไม่มีการระบุข้อความ และจำนวนเงิน จากนั้นมีการกรอกข้อความจำนวนเงินเกินไปจากที่ จ่ายให้แก่ลูกจ้างจริง เป็นเหตุให้นักเรียนได้รับคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 968,286 บาท รวมความเสียหายที่เกิดขึ้น 2,195,196 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจนนำมาสู่การแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายเบื้องต้น สอบถามปากคำผู้ต้องหาทุกรายยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา 

ที่มา; Thainewsonline

เกี่ยวข้องกัน

คุก 250 ปี! อดีต ผอ.ร.ร.บ้านโพนทอง สพป.นครสวรรค์ เขต 3 ทุจริตค่าอาหารกลางวันนักเรียน 

ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'สุเทพ สุขทอง' อดีตผอ.ร.ร.บ้านโพนทอง สพป.นครสวรรค์ เขต 3 ทุจริตค่าอาหารกลางวันนักเรียน ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 6 พิพากษาลงโทษ จำคุก 250 ปี รับสารภาพลดเหลือ 150 ปี 200 เดือน แต่ติดจริงไม่เกิน 50 ปี - พวก 1 ราย เสียชีวิตจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ  

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.orgรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายสุเทพ สุขทอง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโพนทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นครสวรรค์ เขต 3 กับ พวก คือ นายวิสุทธิ์ พวงจำปี ทุจริตค่าอาหารกลางวันนักเรียน โดยเบิกจ่ายเงินค่าอาหารนักเรียนคนละ 20 บาท แต่จ่ายค่าจ้างประกอบอาหารให้ผู้รับจ้างในอัตรานักเรียนคนละ 14 บาท ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151, 157, 162 (4) พ.ร.ป. ป.ป.ช. 2542 มาตรา 12  (3/1) ประกอบ พ.ร.ป.ป.ป.ช. 2561 มาตรา 172 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2564  

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2567 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษา ดังนี้ 

1. นายสุเทพ สุขทอง จำเลยมีความผิดตามมาตรา 147 (เดิม), 151 (เดิม), 162 (4) (เดิม) พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 12  (3/1) ประกอบ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 151 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักสุด จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 50 กระทง รวมจำคุก 250 ปี 

จำเลยให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามจำคุก 150 ปี 200 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุก 50 ปี ให้จำเลยที่ 1 คืน หรือชดใช้เงินแก่เทศบาลเมืองตาคลี จำนวน 596 ,028 บาท 

2. นายวิสุทธิ์ พวงจำปี จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายระหว่างพิจารณาคดีของศาล จึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ  

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2567 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 

อย่างไรก็ดี คดียังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้ 

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา  151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท 

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันจันทร์ ที่ 12 สิงหาคม 2567

เกี่ยวข้องกัน

เด้งแล้ว ผอ.หญิง ชาวบ้านบุกไล่ ปมเอาแต่สั่งไม่คุย-ครอบครัวก้าวก่ายร.ร. ‘ครู’ ร่ำไห้โล่งใจ 

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ มีชาวบ้านกว่า 100 คน รวมตัวกันนั่งรอฟังข้อสรุปผลมติการประชุมของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ที่ลงพื้นที่สืบข้อเท็จจริงร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้อง กรณีชาวบ้านมีการขับไล่ ผอ.หญิงของโรงเรียน และขอให้ย้ายออกไปที่อื่น เนื่องจากชาวบ้านไม่พอใจในเรื่องการทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียน และเรื่องพฤติกรรมของ ผอ.ร.ร. ซึ่งที่ผ่านมาบริหารงานแบบไม่มีส่วนร่วม ไม่ให้พี่น้องเพื่อนครูร่วมในเรื่องการบริหาร เข้ากับชุมชนไม่ได้ รวมทั้งให้คนนอก (แม่ ผอ.ร.ร.) เข้ามาก้าวก่ายงานภายในโรงเรียน ต่อมาหลังประชุมเสร็จได้มีมติให้ ผอ.คนดังกล่าวย้ายไปช่วยราชการที่เขต 3 และตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ใช้เวลา 15 วัน พร้อมทั้งจะให้ไปประจำอยู่ที่โรงเรียนอื่นต่อไป 

ขณะที่ชาวบ้านต่างส่งเสียงเฮด้วยความดีใจและพอใจที่ สนง.สพป.สร.เขต 3 ช่วยลงมาแก้ปัญหาและมีมติออกมาแบบนี้ ด้านครูถึงกับร้องไห้เข้าสวมกอดชาวบ้านที่มาร่วมกันขับไล่ ผอ. และชาวบ้านต่างให้กำลังใจครูว่าต่อไปจะได้สบายใจและทำการสอนเด็กได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องทุกข์ใจเหมือนที่ผ่านมา ก่อนที่ชาวบ้านจะทยอยพากันเดินทางกลับ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ทมอ เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยให้ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด 

นายทวีสิทธิ์ มั่นจิต ผอ.สนง.สพป.สร.เขต 3 กล่าวว่า ตอนนี้ชุมชนก็เกิดความเข้าใจแล้ว เนื่องจากว่าที่ผ่านมาชาวบ้านไม่สบายใจในเรื่องของการทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียน วันนี้ทางเขตก็ได้เข้ามาหารือในเรื่องของการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับคณะกรรมการสถานศึกษา โดยในตอนนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงในเรื่องที่ชาวบ้านไม่สบายใจ และได้ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกะดาดไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตก่อนเพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ดำเนินการ ก็ทำให้พี่น้องประชาชนและคณะกรรมการสถานศึกษาเกิดความสบายใจ และทุกคนก็พร้อมที่จะช่วยกันดูแลโรงเรียน และให้ความร่วมมือกับโรงเรียนอย่างเต็มกำลังหลังจากนี้ 

ส่วนสาเหตุหลักๆ เป็นเรื่องของพฤติกรรมส่วนตัวของผู้บริหาร ซึ่งที่ผ่านมาผู้บริหารจะบริหารงานแบบไม่มีส่วนร่วม ไม่ให้พี่น้องเพื่อนครูร่วมในเรื่องการบริหาร ชอบใช้การสั่งด้วยวาจา หรือหนังสือเป็นส่วนใหญ่ ขาดการปรึกษาหารือทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยตอนนี้ก็ให้คณะตรวจสอบข้อเท็จจริงได้มีเวลาทำงานประมาณ 15 วัน ซึ่งแนวทางในการทำงานร่วมกันของคณะทำงาน 

สิ่งหนึ่งที่ได้คุยกันไว้คือเราจะให้ผู้อำนวยการโรงเรียนย้ายไปที่อื่น ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชุมชนเกิดความพอใจและให้พี่น้องเพื่อนครูมีขวัญกำลังใจในการทำงาน เพื่อจะได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพให้กับนักเรียนต่อไป

นางลำพอง อยู่สบาย ชาวบ้านที่มาร่วมกันขับไล่ ผอ.บอกว่า ชาวบ้านไม่พอใจกับ ผอ.โรงเรียนบ้านกะดาดหลายเรื่อง ทั้งเข้ากับประชาชนไม่ได้รวมถึงบุคลากรในโรงเรียนอยู่ก็ไม่มีความสุข วันนี้ชาวบ้านก็เลยมารวมตัวเพื่อให้ย้าย ผอ.ออกไปที่อื่น ที่ผ่านมาไม่เคยประสานงานร่วมกับชาวบ้าน ตอนนี้ได้คุยกันแล้วก็ลงมติกันด้วยดีคือให้ ผอ.โรงเรียนย้ายออก หา ผอ.คนใหม่มาแทน ตอนนี้ชาวบ้านต่างพอใจในมติดังกล่าว 

ขณะที่ครูในโรงเรียนต่างไม่ขอพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะกลัวจะเกิดผลกระทบ ให้ไปสอบถามกับชาวบ้านได้เลย รายละเอียดก็ตามที่ชาวบ้านพูดตามนั้น 

สำหรับโรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนขยายโอกาส เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-ม.3 มีนักเรียนชาย-หญิงทั้งหมด จำนวน 277 คน 

ยกหมู่บ้านไล่ ผอ.ร.ร. ไม่พอใจการทำงานและพฤติกรรม ผอ. แถมให้คนนอกเข้ามาสั่งการในโรงเรียน ผอ.สพป.เขต 3 สั่งไปช่วยราชการที่เขต รอสอบข้อเท็จจริง ขณะที่ชาวบ้านต่างส่งเสียงเฮด้วยความดีใจและพอใจที่มีมติออกมาแบบนี้ ด้านครูถึงกับร้องไห้เข้าสวมกอดชาวบ้านที่มาร่วมกันขับไล่ ผอ. 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 26 สิงหาคม 2567

เกี่ยวข้องกัน

เขตพื้นที่ฯ สั่งย้าย ผอ.โรงเรียนดังอุทัยธานี ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง หลังครู-น.ร.นับร้อยชูป้ายประท้วง 

จากกรณีที่มีผู้ปกครองนับ 100 คน เดินทางมาถือป้ายประท้วงขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลหนองยายดา อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี หลังทนพฤติกรรมด้านลบของผู้อำนวยการโรงเรียนรายนี้มีต่อครูและเด็กนักเรียนไม่ไหวนั้น 

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม นายเสรี ขามประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุทัยธานี เขต 1 กล่าวว่า ในส่วนของ สพป.อุทัยธานีเขต 1 เมื่อได้รับทราบความเดือดร้อนของคณะครู ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง เพื่อไปรับฟังข้อเท็จจริงในโรงเรียน โดยคณะกรรมการชุดนี้ ในรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ท่านประธานกลุ่มโรงเรียน และนิติกรร่วมด้วย 

คณะกรรมการจะลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และถ้าหากว่าสถานการณ์หรือความเดือดร้อนเข้าข่ายที่มีความรุนแรง ก็อาจจะต้องเรียกตัวผู้อำนวยการโรงเรียนรายดังกล่าว เข้ามาปฏิบัติงานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นการชั่วคราวก่อน พร้อมกับดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการของการที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งฝ่ายผู้บริหารสถานศึกษาและกับฝ่ายคณะครู นักเรียน ที่อ้างว่าได้รับความเดือดร้อนด้วย 

พร้อมออกคำสั่ง ให้ ผอ.โรงเรียนดังกล่าวนี้ มาช่วยราชการที่สำนักงานเขตเป็นการชั่วคราวในระหว่างที่ดำเนินการสอบข้อเท็จจริง ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 2 กันยายน 2567 เป็นต้นไป 

ที่มา ; มติชนออนไลน์

เกี่ยวข้องกัน

คุก 110 ปี 330 ด.! รอลงอาญา อดีตรองผอ.ร.ร.กีฬาเทศบาลนครปฐม ทุจริตค่าอาหารนักเรียน 

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางรัชนี วรรณศิริ อดีตรองผู้อำนวยการโรงเรียน เทศบาล 1 จังหวัดนครปฐม กับพวก ทุจริตในการเบิกจ่ายค่าอาหารของโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครปฐม  ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151, 157 และ 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 91 และตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172  ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา 

โดยปรากฏชื่อ นายสากล พุฒิมานรดีกุล เป็นจำเลยเพียงรายเดียวในคดีนี้ เคยมีตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครปฐม   

ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาว่า นายสากล พุฒิมานรดีกุล  จำเลยมีความผิดตามกฎหมาย มาตรา 151 จำคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 100,000 บาท รวม 55 กระทง เป็นจำคุก 275 ปี และปรับ 5,500,000 บาท 

จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชนแ์ก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน และปรับกระทงละ 50,000 บาท

รวม 55 กระทง เป็นจำคุก 110 ปี 330 เดือน และปรับ 2,750,000 บาท  

พิเคราะห์พฤติการณ์คดี เห็นว่า แม้สภาพความผิดค่อนข้างร้ายแรง แต่ทางไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดบางส่วนไปซื้อวัตถุดิบเพื่อประกอบอาหารให้นักเรียนโรงเรียนกีฬานครปฐมรับประทานทุกวัน นับว่ามีจิตสำนึกดีอยู่บ้าง

ประกอบกับมูลค่าความเสียหายไม่มากนัก อีกทั้งภายหลังเกิดเหตุจำเลยได้รับโทษทางวินัยปลดออกจากราชการแล้ว นิสัยและประวัติส่วนตัวของจำเลยในเรื่องอื่น ๆ ไม่ปรากฏข้อเสียหายร้ายแรงกรณียังอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขปรับปรุงพฤติกรรมได้ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และโทษจำคุกที่ศาลจะลงแก่จำเลยแต่ละกระทงไม่เกินกระทงละ 5 ปี 

เห็นควรให้โอกาสจำเลยได้กลับตนเป็นพลเมืองดี จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี

โดยให้คุมความประพฤติ 2 ปี ให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้ง ตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรกับให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30  

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568  มีมติให้ขอความอนุเคราะห์อัยการสูงสุด (อสส.) อุทธรณ์คำพิพากษา 

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท 

ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'สากล พุฒิมานรดีกุล' อดีตรองผอ.โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครปฐม ทุจริตเบิกจ่ายค่าอาหารนักเรียน ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 7 พิพากษาลงโทษจำคุก 275 ปี รับสารภาพลดเหลือ 110 ปี 330 เดือน ได้รอลงอาญา เหตุไม่เคยต้องโทษนำเงินบางส่วนไปซื้อวัตถุดิบประกอบอาหารให้เด็กกินทุกวัน มีจิตสำนึกดีอยู่บ้าง ค่าเสียหายไม่ร้ายแรง โดนปลดออกจากราชการแล้ว เห็นควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี 

ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันเสาร์ ที่ 05 กรกฎาคม 2568