
คุณสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงเป้าหมายร่วมของการเปิดตัวเครือข่าย “All for Education หอการค้า 77 จังหวัด”ในงาน All for Education ร่วมคิด ร่วมสร้าง การศึกษาเพื่อเด็กทุกคน เพื่อยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ เพิ่มขีดความสามารถประเทศไทยผ่าน “กองทุนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Sandbox Fund)” โดยความร่วมมือของหอการค้าแห่งประเทศไทย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ณ โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน พระราม 9
ต้องยอมรับว่าปัจจุบัน การศึกษาทั่วโลก มีการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดนับตั้งแต่โควิด-19 ที่ผ่านมา มีการนำเอา Digital Transformation และ AI มาใช้เพื่อยกระดับในทุกองค์กร และสร้างการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างและในทุกระดับ ซึ่งตรงกับ 1 ใน 4 ความท้าทายที่หอการค้าไทยส่งสัญญาณให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่จะเปลี่ยนในอนาคต
นอกเหนือจาก Geopolitical Chance, Population Chance, Climate Chance แล้ว “Technology Chance” จะมีบทบาทสำคัญและเชื่อมโยงกับภาคการศึกษาโดยตรง ซึ่งขณะนี้ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยต้องเร่งปรับระบบการศึกษาให้โจทย์ต่อความต้องการของตลาดแรงงาน เทรนด์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลอดจนรองรับนโยบายของรัฐบาล ที่พยายามส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ดึงดูด FDI จากต่างชาติในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งในปีที่ผ่านมาก็พบว่ามีการขอรับส่งเสริมการลงทุนมูลค่ากว่า 8.4 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี
ซึ่งในอนาคตหากมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ก็จำที่ไทยต้องเร่งผลิตบุคลากรที่มีศักยภาพมารองรับการลงทุนใหม่ ๆ ที่จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมา หอการค้าไทย หอการค้าจังหวัด และ YEC ทั่วประเทศ ได้มีความร่วมมือสนับสนุน “การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)
มีเป้าประสงค์การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพบุคลากรทางการศึกษา เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ
โดยสถาบันการศึกษา ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Education Sandbox) จะได้มีโอกาสจัดการเรียนการสอนที่สอดรับกับความต้องการและบริบทในพื้นที่ ผ่านนวัตกรรมทางการศึกษาที่หลากหลาย ผลักดันเด็กไทยสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศอื่น ๆ เพื่อเชื่อมโลกการเรียนรู้ให้กว้างและมากยิ่งขึ้น
ขณะที่บทบาทหอการค้าฯ กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC และภาคเอกชนในพื้นที่ พร้อมให้การสนับสนุนถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ ในลักษณะพี่เลี้ยง ให้กับอาจารย์ นักเรียน และนักศึกษา เพื่อให้การจัดหลักสูตรการเรียนการสอนของพื้นที่นวัตกรรม เกิดการเรียนรู้ทั้งทฤษฎี และ การลงมือทำจริง ควบคู่ไปด้วยกัน และเชื่อมั่นว่าหาก ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในลักษณะ Connect the Dots จะช่วยขยายผลจาก 20 จังหวัด เป็นทั่วประเทศได้ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิด Young Talent ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดต่อไป
“เคลื่อนความรู้ เทคโนโลยี ประสบการณ์ จากภาคเอกชนไปที่ภาคการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ” เป้าหมายร่วมของเครือข่าย ALL FOR EDUCATION หอการค้าไทย
ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 21 มิถุนายน 2567
เกี่ยวข้องกัน
‘นันทนา’ ชี้ ให้ความสำคัญ กับการศึกษา-สร้างอาชีพรองรับการลงทุนในอนาคต
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นางนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ว่า การศึกษาเป็นความสําคัญของประเทศ โดยเฉพาะท่านจะเห็นว่า ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายความสําคัญของการศึกษาในประเทศไทยปัจจัยสําคัญในการบริหารประเทศ เพราะการศึกษาจะช่วยพัฒนาความสามารถของประชากร ประชากรจะมีคุณภาพมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นประเทศสิงคโปร์ ประเทศจีน ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้แต่ประเทศรัสเซีย และประเทศในแถบทวีปยุโรป จะจัดสรรงบประมาณให้ความสําคัญกับทางด้านการศึกษา อย่างเพียงพอ เป็นการสร้างคนสร้างชาติกันต่อไป
รัฐบาลตั้งเป้า ที่จะให้กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ไปรับผิดชอบ โดยให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว เป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ และสุขภาพ เป็นศูนย์กลางด้านอาหารโลก เป็นศูนย์กลางการบิน และการซ่อมบํารุง เป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาคนี้คืออาเซียน เป็นศูนย์กลางผลิตยานยนต์แห่งอนาคตโดยเฉพาะรถอีวีที่จะเป็นอนาคตต่อไป เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้เป็นศูนย์กลางทางด้านการเงิน
“วิสัยทัศน์ทั้ง 8 ข้อ เป็นวิสัยทัศน์ที่ดีมากในภาวะปัจจุบัน ดิฉันเกรงว่า เราจะมีประชาชนที่มีความสามารถไม่เพียงพอ เพื่อจะมารองรับและขับเคลื่อนในวิสัยทัศน์ต่างๆ ดังกล่าว ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพอหรือไม่ ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบ ปัญหาระบบการศึกษาที่ยังคงให้ความสําคัญกับปริญญามากกว่า ความรู้ในการประกอบอาชีพ ทําให้จะไม่สอดคล้องกับทิศทางในการพัฒนาประเทศ
นางนันทนากล่าวว่า งบประมาณปี 2568 รัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับการพัฒนาประเทศ และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะเห็นได้จากนโยบาย รัฐบาลได้นําเอาเทคโนโลยี คลื่นความถี่การใช้ดาวเทียมมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ การบริหารจัดการแปลงเกษตรด้านนวัตกรรมเกษตรแม่นยํา การดึงดูด FDI (Foreign Direct Investment) การลงทุนจากต่างประเทศ การส่งเสริมอุตสาหกรรม การวิจัย พัฒนาพันธุ์พืชทางการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิต และมูลค่าสินค้าเกษตร การส่งเสริม และวิจัยชั้นแนวหน้าการทําให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการบิน
แม้ว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะมีวิสัยทัศน์ในการสร้างกําลังคนเพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเพื่อนําเสนอแผนผลิตพัฒนากําลังคนเพื่อรองรับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ต้านแรงงานที่มีทักษะสูงให้สามารถรองรับอุตสาหกรรมไฮเทค ความพยายามของรัฐบาลที่จะพัฒนาศึกษาโครงสร้างสร้างประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับความเจริญของโลกในการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ ฉะนั้น รัฐบาลต้องเตรียมการพัฒนาความชํานาญเฉพาะทาง ในวิชาชีพต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง
‘สฤษดิ์’ ย้ำ ปฏิวัติการศึกษา ไม่ใช่แค่ปฏิรูป สร้างแพลตฟอร์ม เรียนทุกที่ทุกเวลา
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ดร.สฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายการสนับสนุน พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ 2568 ว่า ประเทศไทยกําลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เด็กเกิดน้อย ปัญหาประชากรลดลงแน่นอน แรงงานก็ต้องลดลงตามลําดับ ต่อให้เกิดโรงเรียนขนาดเล็กอย่างมากมาย แล้วคาดกันว่าก็ต้องยุบลงไปถ้าไม่มีเด็กนักเรียน โอกาสนี้ก็เกิดยุคดิจิทัล มีการเปลี่ยนแปลง การประชุมในระดับโลกก็เตือนให้รู้ว่าหากประเทศใดไม่เร่งพัฒนาดิจิทัล และสิ่งแวดล้อม ก็ไม่สามารถจะก้าวทันกับโลกได้ ประเทศไทยควรไปหาโอกาสในวิกฤตที่เกิดขึ้นจากทั่วโลกนี้ เร่งพัฒนาด้าน AI ด้านดิจิทัลทางการเกษตร และอาหาร ซึ่งเป็นจุดแข็งโดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวนําทาง
ดร.สฤษดิ์กล่าวว่า ดังนั้นการศึกษาเป็นเครื่องมือที่สําคัญในการใช้ความรู้พัฒนาคนให้ก้าวทันโลกได้ และเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมการเมือง รัฐบาลให้ความสําคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมากโดยจัดสรรงบประมาณทางด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และต้องขอขอบคุณรัฐบาลในชุดนี้ที่ให้เงินหมุนเวียน แก้ไขปัญหาหนี้สินของครู ซึ่งคุณครูเป็นบุคคลสําคัญที่สุดที่จะพัฒนาการศึกษาอย่างก้าวไกลให้เงินหมุนเวียนด้าน กยศ.ถึง 800 ล้านบาท ในการที่จะแก้ปัญหาให้เด็กลดภาระโดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยในสมัยที่แล้ว นําโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ผลักดันปลดผู้ค้ำประกัน ลดดอกเบี้ย ลดเบี้ยปรับลงมาโดยต่อเนื่อง
ดร.สฤษดิ์กล่าวว่า งบประมาณด้านการศึกษาแม้จะถูกเถียงกันว่าจํานวนมาก แต่เชื่อว่าการจัดสรรงบประมาณนี้น้อยมาก มันอยู่ที่การจัดงบประมาณอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด งบประมาณทั้งหมด 300,000 กว่าล้าน 60% เป็นงบประมาณของบุคลากร และครู บุคลากรทางการศึกษา 20% เป็นเรื่องของงบประมาณให้เรียนฟรี 15 ปี โครงการโรงเรียนประจําดี ประจำตําบล อุดหนุนค่าอาหารกลางวัน เงินเสริมหรือกองทุนเสมอภาคเพื่อศึกษาไป 20% หรือ 28% จะก่อให้เกิดปัญหาว่าเราจะทําอย่างไรกับเงินใน 18% ที่เหลือนี้ เพราะเหตุว่าจากที่งบประมาณแผ่นดินที่มีอยู่อย่างไรก็ตาม 80% เป็นงบที่ฟิกซ์อยู่แล้ว ไม่สามารถที่จะแตะต้องได้เลยมันเป็นงบประมาณเป็นสิทธิของครูบุคลากร และตัวเด็ก
ดร.สฤษดิ์กล่าวว่า สรุปได้ว่าการศึกษาที่เป็นรากฐานนั้นไม่ได้หมายความว่าเงินจํานวนเท่าไหร่ สาเหตุหลักอยู่ที่ตรงที่ว่า การที่ทําให้คุณภาพไม่สามารถพัฒนาได้แท้จริงแล้วอยู่ที่รูปแบบการจัดงบประมาณที่ไม่ถูกต้อง เช่น เงินงบประมาณในรายหัวที่จะให้กับเด็กนั้นไม่มีความสนองตอบโต้เป็นขนาดเล็ก ซึ่งสร้างปัญหาในความเสมอภาค ดังนั้น สรุปประเด็นปัญหา ตัวอย่างเช่น 60% ที่เป็นอยู่ เราไปใช้จ่ายกับเงินเดือนครูบุคลากรแม้ว่าคุณครูบุคลากรจะเป็นกลไกที่สําคัญอย่างยิ่งในการศึกษา แต่ก็ไม่สะท้อนตอบต่อความจําเป็นเรื่องของการพัฒนาคุณภาพ เด็กที่ได้ประมาณในเรื่องของการเรียนฟรี 15 ปี ในถึงโครงการอาหารกลางวันหรือนม เรื่องของปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น พรรคภูมิใจไทยมองว่า เราต้องปฏิวัติ ไม่ใช่เพียงแต่ปฏิรูปค่อยเป็นค่อยไปแล้ว วันนี้โลกมันเปลี่ยนแปลงไปวินาทีเป็นไปพร้อมกับแสงแล้ว ไม่ใช่เปลี่ยนไปอย่างสมัยก่อนที่ไปก็ล้อเกวียนหรือรถสิบล้อ เราควรจะปฏิวัติ ส่วนที่เสนอไว้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไม่เสมอภาค ความเหลื่อมล้ำ เรื่องของค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะเด็กนักเรียนครอบครัวผู้ปกครองต้องใช้จ่ายกับเรื่องของเด็กเรียนพิเศษ เด็กที่ต้องให้ค่ารถ ค่าเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียนเพิ่มขึ้นทุกขั้นตอน พรรคภูมิใจไทยได้นําเสนอก็ควรที่จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของงบประมาณในเรื่องแพลตฟอร์ม ถูกตัดไปถึง 2,000 กว่าล้านเกินกว่าครึ่งหนึ่ง
“แสดงให้เห็นว่าทางสํานักงบประมาณยังไม่ให้ความสําคัญในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีเท่าที่ควร แล้วคําตอบในการแก้ปัญหาก็คือการสร้างแพลตฟอร์มให้เกิดขึ้น ให้เกิดทั่วถึงเท่าเทียม และเด็กสามารถจะเรียนได้ทุกที่ทุกเวลาทุกโอกาส ดังนั้นเห็นได้ว่าหากว่าเราควรจะงบประมาณสํานักงบประมาณควรจะตระหนักถึงความจําเป็นเป็นการแก้ปัญหาการศึกษาอย่างแท้จริง พลตํารวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านก็พยายามที่จะให้เรียนดีมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นลดภาระของคุณครู การจ้างภารโรงเพื่อให้คุณครูที่ทํางานในการเรียนการสอนอย่างเต็มที่เพื่อให้ก่อเกิดคุณภาพ ลดภาระของผู้ปกครองของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสื้อผ้าให้ใช้หรือผ่อนผันให้แต่งตัวตามอัตภาพ”
ดร.สฤษดิ์กล่าวว่า รัฐบาลควรจะให้ความเสมอภาคไม่ว่าจะเป็นเด็กทั้งภาครัฐบาลองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นหรือรวมเอกชนซึ่งถ้วนแล้วแต่ขาดความเสมอภาคความเท่าเทียมกัน “ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ตาม ผมถือว่าการลงมือปฏิบัติมันสําคัญที่สุดครับ รัฐมัวแต่พูดคําว่าเสมอภาค เท่าเทียมดีที่สุดแล้วอันนั้นไม่ใช่ ต้องเกิดจากการลงมือปฏิบัติให้ผู้ปกครองทุกคนเห็นว่ารัฐจริงใจต่อทรัพยากรบุคคล” วันนี้เด็กเราลดลงไปทุกวัน การเกิดน้อย ที่สุดก็ต้องใช้เทคโนโลยี เอา AI เข้ามาช่วย ในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย ก็ขอสนับสนุนพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2568 ในวันที่หนึ่ง และขอให้คณะกรรมการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นในการพิจารณางบประมาณได้ช่วยกันพิจารณางบประมาณด้วยความรอบคอบให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้ประสิทธิภาพได้ประโยชน์ของประชาชนโดยทั่วไป และขอให้คํานึงถึงการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นการสร้างคนแล้วคนนี่แหละเป็นทรัพยากรที่สําคัญที่สุดในการที่จะสร้างชาติต่อไปในอนาคต
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 20 มิถุนายน 2567
บทความนำเสนอความร่วมมือของภาคเอกชน ภาครัฐ และสถาบันวิจัย ผ่านเครือข่าย “All for Education หอการค้า 77 จังหวัด” เพื่อยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทย โดยใช้ “กองทุนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Education Sandbox)” เป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่
บริบทโลกหลังโควิด-19 ทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มีบทบาทสูง ส่งผลให้ตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ประเทศไทยจึงต้องเร่งปรับระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมอนาคต โดยเฉพาะการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) และการพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น ดิจิทัล การแพทย์ การบิน และพลังงาน
แนวคิดสำคัญคือการสร้าง “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ให้โรงเรียนสามารถออกแบบการเรียนรู้ตามบริบทพื้นที่ เน้นทักษะภาษา เทคโนโลยี และการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ โดยมีภาคเอกชนเป็นพี่เลี้ยงถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์
ในอีกมุมหนึ่ง นักการเมืองได้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ความเหลื่อมล้ำ คุณภาพการศึกษา และระบบงบประมาณที่ยังไม่ตอบโจทย์ พร้อมเสนอให้ “ปฏิวัติการศึกษา” โดยใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อให้ผู้เรียนเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา
สรุปแล้ว การศึกษาเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ และต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อสร้างคนคุณภาพรองรับอนาคตเศรษฐกิจไทย
เป้าหมายหลักของโครงการ “All for Education” คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนโรงเรียนเอกชน
ข. พัฒนาทุนมนุษย์และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ค. เพิ่มงบประมาณด้านกีฬา
ง. ขยายการสอบแข่งขันครู
เฉลย: ข
เหตุผล: โครงการมุ่งยกระดับคน ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาคุณภาพการศึกษา
“Education Sandbox” มีแนวคิดสำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. รวมศูนย์การบริหารโรงเรียน
ข. ใช้หลักสูตรเดียวกันทั่วประเทศ
ค. ให้พื้นที่จัดการศึกษาแบบยืดหยุ่นตามบริบท
ง. ลดบทบาทครูในห้องเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: Sandbox คือการให้พื้นที่ทดลองและออกแบบการเรียนรู้ตามบริบท
ปัจจัยใดเป็นแรงขับสำคัญให้ระบบการศึกษาต้องเปลี่ยนแปลง
ก. จำนวนโรงเรียนลดลง
ข. เทคโนโลยีและ AI เปลี่ยนตลาดแรงงาน
ค. นักเรียนสอบตกมากขึ้น
ง. ครูเกษียณเพิ่มขึ้น
เฉลย: ข
เหตุผล: Digital Transformation และ AI ทำให้ทักษะที่ตลาดต้องการเปลี่ยนเร็ว
แนวคิด “Technology Chance” สื่อถึงข้อใด
ก. โอกาสจากภัยพิบัติ
ข. การเปลี่ยนแปลงด้านประชากร
ค. บทบาทเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจและการศึกษา
ง. การลดงบประมาณรัฐ
เฉลย: ค
เหตุผล: เทคโนโลยีเป็นปัจจัยเปลี่ยนเศรษฐกิจและการเรียนรู้โดยตรง
บทบาทของภาคเอกชนในโครงการนี้คือข้อใด
ก. กำหนดหลักสูตรกลาง
ข. เป็นผู้ตรวจสอบโรงเรียน
ค. ถ่ายทอดความรู้และเป็นพี่เลี้ยง
ง. ออกข้อสอบระดับชาติ
เฉลย: ค
เหตุผล: เอกชนสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์
เป้าหมายสำคัญของการดึงดูด FDI คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนครู
ข. สร้างงานและอุตสาหกรรมใหม่
ค. ลดจำนวนนักเรียน
ง. เพิ่มการสอบแข่งขัน
เฉลย: ข
เหตุผล: FDI ช่วยสร้างการลงทุนและอุตสาหกรรมใหม่ ต้องใช้แรงงานคุณภาพ
ปัญหาหลักของระบบการศึกษาที่ถูกวิจารณ์ในบทความคือข้อใด
ก. ขาดโรงเรียน
ข. เน้นปริญญามากกว่าทักษะอาชีพ
ค. ครูไม่เพียงพอ
ง. นักเรียนไม่สนใจเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: ระบบยังเน้นใบปริญญามากกว่าทักษะที่ใช้จริง
แนวคิด “เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา” เกี่ยวข้องกับอะไร
ก. ระบบสอบแข่งขัน
ข. แพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล
ค. การเพิ่มชั่วโมงเรียน
ง. การลดครู
เฉลย: ข
เหตุผล: ใช้เทคโนโลยีสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น
ข้อใดเป็นผลที่คาดหวังจากการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
ก. ลดจำนวนวิชาเรียน
ข. เพิ่มเด็กสอบตก
ค. ลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มคุณภาพผู้เรียน
ง. ยกเลิกหลักสูตรแกนกลาง
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มคุณภาพการเรียนรู้
แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความนี้คือข้อใด
ก. การเพิ่มงบประมาณการศึกษา
ข. การปฏิรูปการสอบ
ค. ความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาคน
ง. การลดจำนวนโรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: แก่นหลักคือ Connect ภาครัฐ เอกชน และการศึกษา เพื่อพัฒนาทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน