สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M116_ห้ามเด็กสอบเข้าป.1 เพราะเป็นช่วงวัยไม่เหมาะสมทดสอบวิขาการ

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเด็กปฐมวัย ครั้งล่าสุด คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายของเด็กปฐมวัยได้มีการศึกษากรณีเด็กปฐมวัยจะเลื่อนชั้นขึ้นในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 นั้น ไม่ควรให้มีการจัดสอบเกิดขึ้น เนื่องจากคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมายฯ มองว่าเด็กปฐมวัยควรจะมีความพร้อมด้านร่างกายด้านกล้ามเนื้อ จิตใจ และอารมณ์ทางสังคมมากกว่าการบังคับให้สอบตามรายวิชา   เพื่อใช้เลื่อนชั้น   อีกทั้ง  สถานการณ์ในขณะนี้เรากำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19   ส่งผล ให้ไม่ได้จัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน ดังนั้นที่ประชุมจึงมีข้อสรุปให้มีการทดลอง 1 ปี ซึ่งจะเริ่มนำร่องทดลองในปีการศึกษา 2565 โดยจะห้ามให้มีการจัดสอบด้วยการกำหนดข้อสอบที่เป็นเนื้อหาด้านวิชาการในระดับเด็กปฐมวัยเพื่อเลื่อนชั้นขึ้น ป.1 ทุกสังกัด ซึ่งจะต้องไม่มีการสอบเกิดขึ้น 


"ทั้งนี้ ศธ.จะนำเสนอศูนย์บริ
หารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รับทราบด้วย เนื่องจากเราจะต้องอ้างอิงสถานกาณ์โควิด  ส่งผลให้เด็กไม่ได้เรียนอย่างเต็มที่ หากมีการจัดสอบที่อัดแน่นด้วยเนื้อหาวิชาการจะเป็นการทำร้ายเด็กมากเกินไป"นางสาวตรีนุชกล่าวนางสาวตรีนุช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในการประชุม ยังมีการหารือจัดตั้งสำนักเด็กปฐมวัยขึ้นเป็นหน่วยงานหนึ่งในสำนักงานสภาการศึกษา (สกศ.) เนื่องจากมีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาเด็กปฐมวัย มาตั้งแต่ปี 2562 พร้อมกับมีคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รวมถึงมีการทำงานด้านเด็กปฐมวัยที่ต้องเชื่อมโยงกับ 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และหน่วยงานอื่นๆที่จัดการศึกษาเด็กปฐมวัย ซึ่งทำให้แผนงานด้านเด็กปฐมวัยกว้างมากขึ้น แต่บุคลากรและองคาพยพที่ดูแลงานด้านดังกล่าว  มีจำนวนไม่เพียงพอในการขับเคลื่อนการทำงาน ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้มีการปรับโครงสร้าง สกศ.โดยการจัดตั้งสำนักเด็กปฐมวัยขึ้นให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อดูแลการศึกษาปฐมวัยทั้งระบบไม่ว่าจะเป็นแผนการศึกษา สมรรถนะครู และสมรรถนะของสถานศึกษาเด็กปฐมวัย ซึ่งจะทำให้การขับเคลื่อนงานเด็กปฐมวัยเป็นระบบมากขึ้น

 

คณะกรรมการเด็กปฐมวัย เตรียมชง  ห้ามการสอบเข้า ป.1 เหตุเด็กระดับอนุบาลควรพัฒนาด้านกล้ามเนื้อ จิตใจ อารมณ์ และสังคมมากกว่าการอัดแน่นวิชาการ   อีกทั้ง  โควิดยัฃส่งผลการเรียน ทำได้ไม่เต็มที่ หากมีการจัดสอบจะเป็นการทำร้ายเด็กมากเกินไป  ทดลองก่อน 1ปี นำร่องปี 65 พร้อมรายงานให้ศบค.รับทราบด้วย

ที่มา : ไทยโพสต์ 04 ตุลาคม พ.ศ. 2564 

 

 

สรุปสาระสำคัญ 

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเด็กปฐมวัยมีมติไม่เห็นด้วยกับการจัดสอบเพื่อเลื่อนชั้นจากระดับปฐมวัยขึ้นสู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยให้เหตุผลว่าเด็กในช่วงวัยดังกล่าวควรได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมในด้านร่างกาย กล้ามเนื้อ จิตใจ อารมณ์ และสังคม มากกว่าการเน้นวัดผลทางวิชาการผ่านการสอบ อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เด็กไม่สามารถเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ การจัดสอบที่เข้มข้นอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเด็ก

ที่ประชุมจึงมีมติให้ทดลองนโยบาย “ห้ามสอบเข้า ป.1” เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยเริ่มในปีการศึกษา 2565 ครอบคลุมทุกสังกัด และจะเสนอให้ศบค.รับทราบ นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจัดตั้ง “สำนักเด็กปฐมวัย” ภายใต้สำนักงานสภาการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันของ 4 กระทรวงหลัก ได้แก่ สาธารณสุข พัฒนาสังคมฯ มหาดไทย และศึกษาธิการ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านเด็กปฐมวัยทั้งระบบ

ข้อสอบ

ข้อ 1 นโยบายห้ามสอบเข้า ป.1 มีเป้าหมายสำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. เพิ่มการแข่งขันทางวิชาการ
ข. ลดภาระครูผู้สอน
ค. ส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านของเด็ก
ง. เพิ่มจำนวนผู้เรียนในโรงเรียนดัง

ข้อ 2 ปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดนโยบายนี้คือข้อใด
ก. การขาดงบประมาณ
ข. การแพร่ระบาดของโควิด-19
ค. การแข่งขันระดับนานาชาติ
ง. การเปลี่ยนหลักสูตรใหม่

ข้อ 3 หากโรงเรียนยังคงจัดสอบเข้า ป.1 จะขัดกับหลักการใด
ก. หลักความคุ้มค่า
ข. หลักความเสมอภาคทางการศึกษา
ค. หลักการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ง. หลักการมีส่วนร่วม

ข้อ 4 แนวคิดการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามบทความสอดคล้องกับข้อใด
ก. Child-centered
ข. Teacher-centered
ค. Content-based
ง. Exam-oriented

ข้อ 5 การทดลองนโยบาย 1 ปี มีประโยชน์หลักคือข้อใด
ก. ลดค่าใช้จ่าย
ข. ทดสอบความเหมาะสมของนโยบาย
ค. เพิ่มคะแนนสอบ
ง. ลดจำนวนครู

ข้อ 6 การจัดตั้งสำนักเด็กปฐมวัยมีเป้าหมายหลักคือข้อใด
ก. เพิ่มตำแหน่งข้าราชการ
ข. ควบคุมโรงเรียนเอกชน
ค. บริหารจัดการเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบ
ง. เพิ่มงบประมาณโรงเรียน

ข้อ 7 ข้อใดเป็นลักษณะการบริหารแบบบูรณาการ
ก. ทำงานเฉพาะกระทรวงศึกษา
ข. แยกหน่วยงานอิสระ
ค. ทำงานร่วม 4 กระทรวง
ง. ลดบทบาทหน่วยงานอื่น

ข้อ 8 หากผู้บริหารโรงเรียนต้องปรับตัว ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เพิ่มข้อสอบยากขึ้น
ข. ปรับกิจกรรมเน้นพัฒนาการเด็ก
ค. ลดเวลาเรียนทั้งหมด
ง. เน้นติวสอบ

ข้อ 9 นโยบายนี้สะท้อนแนวคิดใดมากที่สุด
ก. การแข่งขัน
ข. มาตรฐานเดียวกัน
ค. ความเหมาะสมตามวัย
ง. การคัดเลือก

ข้อ 10 หากไม่มีการปรับโครงสร้างหน่วยงาน อาจเกิดผลอย่างไร
ก. การทำงานซ้ำซ้อนและไม่เป็นระบบ
ข. เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทันที
ค. ลดภาระงาน
ง. เพิ่มงบประมาณ

คลิกเฉลย >>>

 
 

 

ความเห็นของผู้ชม