
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และภาคีเครือข่าย จัดงานเสวนา “สร้างสมรรถนะเด็กปฐมวัยออนไลน์” พร้อมเปิดตัว “เว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์” โดย ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 สร้างผลกระทบโดยตรงกับเด็กไทยอย่างรุนแรง เนื่องจากโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีมาตรการเลื่อนการเปิดภาคเรียน อาจทำให้การเรียนรู้ของเด็กถดถอย สื่อออนไลน์จึงเป็นเครื่องมือเข้ามาช่วยลดช่องว่างในการสื่อสารและเป็นช่องทางเสริมสร้างการเรียนรู้และเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ สื่อออนไลน์จึงควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ให้กับพ่อ แม่ ผู้ปกครอง และผู้ดูแลเด็กเล็ก เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัว และชะลอความรุนแรงของปัญหาการถดถอยในการเรียนรู้ของเด็กในอนาคต
ดร.สุปรีดา กล่าวว่า สสส. เห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น จึงเร่งสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายพัฒนา “เว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์” ถือเป็นนวัตกรรมเครื่องมือการเรียนรู้ โดยมีการคัดกรองหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัย 464 เล่ม บทความ 121 เรื่อง สามารถดาวน์โหลดอ่านฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงกิจกรรมอีกกว่า 70 กิจกรรม เพื่อช่วยให้พ่อ แม่ และผู้ดูแลเด็กเล็ก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องดูแลเด็กปฐมวัย ใช้เป็นเครื่องมือสร้างกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้และการสร้างเสริมศักยภาพที่จำเป็นในวัยเด็ก มุ่งให้เกิดกระบวนการสร้างทักษะฉลาดรู้ด้านสื่อดิจิทัล (Digital Intelligence Quotient : DQ) และการอ่าน (Reading Literacy : RD) ที่สามารถวางรากฐานทักษะการเรียนรู้ของเด็กรอบด้าน ทั้งทักษะการรู้เท่าทันสื่อ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และทักษะป้องกันตนเองจากโควิด-19 ทำให้เด็กมีการพัฒนาศักยภาพนำไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล
ด้านนางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน กล่าวว่า ในวาระ20ปี ภาคีสร้างสุข : เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะของ สสส. ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์ เกิดขึ้นเพื่อจะนำไปสู่คำตอบสำคัญของการร่วมแก้ไขปัญหาวิกฤตพัฒนาเด็กปฐมวัยที่กำลังเผชิญภาวะพัฒนาการถดถอย ขณะเดียวกัน เราจะได้ใช้พลังของการอ่านในการพัฒนาเด็กปฐมวัยในศตวรรษที่ 21 อย่างเต็มศักยภาพให้เกิดความสมดุล ทั้งโลกดิจิทัลด้วยการวางฐานการสร้างสมรรถนะ สร้างทักษะชีวิต และทักษะเท่าทันสื่อ สร้างปรากฏการณ์ “มหัศจรรย์แห่งการอ่าน” ในการขยายพื้นที่เรียนรู้อย่างกว้างขวาง เพื่อร่วมสร้างสังคมสุขภาวะที่ปรารถนาให้เป็นจริง
นางสาวกษมา กองสมัคร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ ด้านนโยบายและความมั่นคง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กล่าวว่า ดีป้า ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เห็นความสำคัญของการใช้สื่อดิจิทัลอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ตลอดจนตระหนักถึงพลังของการใช้สื่อดิจิทัลในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ที่ผ่านมา ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพกำลังคนและบุคลากรด้านดิจิทัล “วิทยากรตัวคูณ สูงวัย สร้างสรรค์ รู้เท่าทันสื่อดิจิทัล” กิจกรรมพัฒนาทักษะยูทูบเบอร์ผู้พิการทางสายตา การร่วมมือกับ สสส. และภาคีเครือข่าย จัดทำเว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์ เพื่อเป็นหนึ่งในสื่อที่ให้ความสำคัญในการวางรากฐานทักษะการรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและสื่อดิจิทัล หรือ Media Information and Digital Literacy (MIDL) ตั้งแต่ปฐมวัยซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย
ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กล่าวว่า พ่อ แม่ ผู้ดูแลเด็กเล็ก ถือเป็นบุคคลสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ทั้งด้านสติปัญญา ความคิด ภาษา และพฤติกรรม หากเด็กสามารถเข้าถึงสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ อาจส่งผลให้เด็กเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ เช่น ก้าวร้าว ต่อต้าน การร่วมมือกับ สสส. จัดทำเว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัย จึงถือเป็นการเปิดพื้นที่สื่อปลอดภัยให้พ่อ แม่ ผู้ดูแลเด็กเล็ก มีทางเลือกที่ถูกต้องในการเลี้ยงลูกด้วยเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ซึ่งการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กจะเกิดขึ้นได้ดีที่สุด มี 5 ขั้นตอน ดังนี้
1.ใช้ภาษา อ่านนิทาน ถาม-ตอบกับผู้ปกครอง
2.เคลื่อนไหว ทำกิจกรรมในครอบครัว
3.ปรับตัว เข้าสังคมกับคนรอบข้าง
4.มองตา และ
5.สัมผัสหรือกอด
เว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัย นอกจากจะนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านแล้วยังสร้างกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้แก่คนในครอบครัว
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์ www.earlychildhoodbookbank.com เว็บไซต์แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. www.happyreading.in.th หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ “อ่านยกกำลังสุข”
ที่มา ; เดลินิวส์ 5 ตุลาคม 2564
บทความกล่าวถึงความร่วมมือของหลายภาคส่วนในการพัฒนา “เว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์” เพื่อตอบสนองผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้เด็กเกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย เนื่องจากการปิดสถานศึกษา สื่อออนไลน์จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นช่องทางการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับเด็กเล็ก โดยเว็บไซต์ดังกล่าวรวบรวมหนังสือ 464 เล่ม บทความ 121 เรื่อง และกิจกรรมกว่า 70 กิจกรรม ให้เข้าถึงได้ฟรี เพื่อสนับสนุนพ่อแม่และผู้ดูแลในการพัฒนาเด็กอย่างรอบด้าน
โครงการนี้มุ่งเสริมสร้างทักษะสำคัญ ได้แก่ การรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล (DQ) การอ่าน (RD) ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และการป้องกันตนเองจากโควิด-19 รวมถึงวางรากฐาน Media Information and Digital Literacy (MIDL) ตั้งแต่วัยเด็ก โดยเน้นการใช้สื่ออย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์
นอกจากนี้ ยังเน้นบทบาทของครอบครัวในการพัฒนาเด็กผ่าน 5 กระบวนการสำคัญ ได้แก่ การสื่อสาร การทำกิจกรรมร่วมกัน การปรับตัวทางสังคม การสบตา และการสัมผัส เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ และสังคม โครงการนี้จึงเป็นนวัตกรรมที่ใช้พลังของการอ่านและเทคโนโลยีในการสร้างสมดุลระหว่างโลกดิจิทัลและการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างยั่งยืน
ข้อ 1 จุดมุ่งหมายหลักของการจัดทำเว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์คือข้อใด
ก. เพิ่มรายได้จากการขายหนังสือ
ข. ลดภาระครูในโรงเรียน
ค. แก้ปัญหาการเรียนรู้ถดถอยของเด็กจากโควิด-19
ง. ส่งเสริมการแข่งขันทางการศึกษา
ข้อ 2 ข้อใดสะท้อนแนวคิด Digital Intelligence Quotient (DQ) ได้ชัดเจนที่สุด
ก. การท่องจำบทเรียน
ข. การใช้สื่อดิจิทัลอย่างรู้เท่าทันและปลอดภัย
ค. การเรียนเฉพาะในห้องเรียน
ง. การทำแบบฝึกหัดซ้ำ
ข้อ 3 บทบาทสำคัญของผู้ปกครองตามบทความคือข้อใด
ก. ควบคุมการเรียนทั้งหมด
ข. เป็นผู้สอนแทนครู
ค. สนับสนุนพัฒนาการเด็กผ่านกิจกรรมและปฏิสัมพันธ์
ง. ให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองทั้งหมด
ข้อ 4 ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของ 5 ขั้นตอนการพัฒนาเด็ก
ก. มองตา
ข. สัมผัส
ค. แข่งขัน
ง. เคลื่อนไหว
ข้อ 5 การพัฒนา MIDL ควรเริ่มในช่วงใด
ก. มัธยมศึกษา
ข. อุดมศึกษา
ค. ปฐมวัย
ง. วัยทำงาน
ข้อ 6 หากโรงเรียนต้องนำแนวคิดนี้ไปใช้ ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เพิ่มการสอบ
ข. ลดกิจกรรม
ค. ใช้สื่อดิจิทัลควบคู่กิจกรรมสร้างสรรค์
ง. ยกเลิกการใช้เทคโนโลยี
ข้อ 7 ปัญหาที่อาจเกิดจากสื่อไม่ปลอดภัยคือข้อใด
ก. เด็กเรียนเก่งขึ้น
ข. เด็กมีพฤติกรรมเลียนแบบเชิงลบ
ค. เด็กอ่านหนังสือมากขึ้น
ง. เด็กมีวินัยสูงขึ้น
ข้อ 8 แนวคิด “มหัศจรรย์แห่งการอ่าน” มุ่งเน้นอะไร
ก. การสอบแข่งขัน
ข. การสร้างแรงจูงใจในการอ่าน
ค. การลดเวลาเรียน
ง. การเพิ่มคะแนนสอบ
ข้อ 9 ข้อใดเป็นลักษณะของนวัตกรรมในบทความ
ก. ใช้เฉพาะหนังสือกระดาษ
ข. จำกัดการเข้าถึง
ค. เปิดให้เข้าถึงฟรีผ่านออนไลน์
ง. ใช้เฉพาะในเมืองใหญ่
ข้อ 10 หากผู้บริหารต้องตัดสินใจพัฒนาโรงเรียนตามแนวทางนี้ ควรให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากที่สุด
ก. งบประมาณเพียงอย่างเดียว
ข. เทคโนโลยีโดยไม่คำนึงถึงเด็ก
ค. การมีส่วนร่วมของครอบครัวและการใช้สื่ออย่างปลอดภัย
ง. การแข่งขันระดับประเทศ
คลิกเฉลย >>>