
ความคืบหน้าหลังจากที่มีนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งใน อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ส่งคลิปครูชาย ลงโทษนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นรุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยในคลิปเห็นอย่างชัดเจนว่า ได้กระชากคอเด็กนักเรียนมาตบ 2 ครั้ง ก่อนฟันศอกซ้ำไป 1 ครั้ง ท่ามกลางสายตาของนักเรียนที่ต่างตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนักเรียนที่ส่งคลิปให้สื่อมวลชนแจ้งว่าอยากให้คนที่กระทำผิดถูกลงโทษเพราะเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ
ล่าสุดหลังที่มีข่าวออกไปตามสื่อและตามโซเชียลต่าง ๆ ก็ได้มีนักเรียนหญิงโรงเรียนเดิมได้ส่งคลิปเหตุการณ์ครูคนเดิมทำรุนแรงเกินกว่าเหตุกับนักเรียน โดยระบุว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 65 ที่ผ่านมา สถานที่เกิดเหตุของโรงยิม ซึ่งครูคนดังกล่าวได้เข้ามาห้ามเด็กนักเรียนชั้น ม.2 ที่ทะเลาะกัน เมื่อมาถึงเด็กที่ทะเลาะกันพยายามจะเดินหนี ครูที่ทำเกิดกว่าเหตุได้ดึงกระชากเป้ที่เด็กสะพายอยู่ด้านหลังอย่างแรง จนเด็กล้มหงายหลัง ก่อนที่ครูคนดังกล่าวจะใช้เท้ายันที่บริเวณหน้าอก แล้วใช้มือผลักที่ใบหน้า ท่ามกลางเพื่อนนักเรียนที่เห็นเหตุการณ์หลายคน จากนั้นเพื่อนของเด็กที่ถูกทำรุนแรงเกินกว่าเหตุก็ได้เดินเข้ามาหาเด็กที่ยังนั่งอยู่กับพื้น
ในส่วนของ สพม.หนองคาย ได้เรียกครูที่ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุพร้อมผู้อำนวยการโรงเรียนเข้าพบและชี้แจง เบื้องต้นทราบว่าครูคนดังกล่าวยังยืนยันไม่ได้ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ แต่เป็นการดึงนักเรียนให้กลับมาเพื่อจะพูดคุย ทำให้นักเรียนคนนั้นล้มลง จึงเข้าไปเพื่อจะประคองนักเรียนลุกขึ้น พอนักเรียนคนดังกล่าวลุกขึ้น ก็เดิน หนีไป ผู้ปกครองของเด็กก็ไม่ติดใจเอาความ ขัดแย้งกับคลิปที่มองเห็นอย่างชัดเจนว่าไม่ใช่การเข้าไปประคอง ซึ่ง สพม.หนองคาย ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2565
ข่าวเกี่ยวกัน
ผอ.สพม.หนองคาย สั่งย้ายครูมือตีเด็กออกจากพื้นที่ช่วยราชการที่
จากกรณีที่มีครูชายคนหนึ่งใช้กำลังทำร้ายร่างกายนักเรียนชายโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.หนองคาย จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในขณะนี้นั้น ความคืบหน้าล่าสุดในเรื่องนี้ วันนี้ (15 พ.ย. 65) ดร.สาส์นลิขิตชัย พลไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย ได้ลงพื้นที่โรงเรียนวังหลวงพิทยาสรรพ์เพื่อรับฟังข้อเท็จจริง ร่วมกับผู้ปกครองและชุมชน
ดร.สาส์นลิขิตชัย พลไธสง ผอ.สพม.หนองคาย เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้รับรายงานมา วันนี้ตนได้เดินทางลงพื้นที่ด้วยตนเองทันทีเพื่อไปรับทราบข้อเท็จจริง เพราะตนเป็นห่วงความรู้สึกของสังคมและการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ครูเป็นบุคคลที่ต้องตอบโจทย์คุณภาพการศึกษา ตนเพิ่งย้ายมาดำรงตำแหน่งที่หนองคาย ได้ย้ำถึงการดูแลและพัฒนาคุณภาพการศึกษาอยู่เสมอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับนโยบายความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นลำดับแรก สิ่งที่ปรากฎในสื่อขณะนี้นั้นมูลเหตุที่เกิดขึ้นทำไมครูคนนี้ถึงทำเหตุการณ์นี้ขึ้น บางคนบอกว่าเป็นข่าวเก่า ตนไม่ปฏิเสธว่าจะเก่าหรือจะใหม่ แม้ว่าตนจะยังไม่ย้ายมาก็ตาม ก็รีบลงพื้นที่ทันทีพบว่าเกิดการทะเลาะวิวาทของนักเรียน ครูคนหนึ่งออกมาระงับเหตุในทันทีแต่ใช้วิธีการไม่ถูกต้อง เพราะการลงโทษนักเรียนก็มีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน
ดร.สาส์นลิขิตชัย กล่าวว่า การพิจารณาบทลงโทษของครู หากดูเฉพาะภาพที่ปรากฏในสื่อก็จะพบว่าเป็นการทำผิดวิธีการอย่างชัดเจน แต่จะมีข้อเท็จจริงอะไรที่จะมาประกอบ ตนต้องหาข้อมูลรอบด้านจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้นมีใครบ้าง ผอ.โรงเรียน ครู นักเรียน หรือคำพูดทั้งหมดที่ปรากฏออกมา ล่าสุดมีบอกว่าห้ามหรือให้นักเรียนลบคลิป ตนสอบถามไปเขาก็ยืนยันว่าเขาไม่ได้พูด ตนสั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบข้อเท็จจริง รวบรวมเข้าสู่การตรวจสอบตามขั้นตอนกระบวนการซึ่งจะดำเนินการโดยเร็ว
"ขณะนี้ได้สั่งการให้ครูคนดังกล่าวมาช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคายก่อน ไม่ให้ทำการเรียนการสอนที่โรงเรียนให้เด็กนักเรียนมีความรู้สึกว่าครูคนนี้ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนแล้ว ซึ่งจากที่ตนลงพื้นที่ได้พูดคุยกับผู้ปกครอง ชุมชน ผู้นำชุมชน ได้ทราบถึงพฤติกรรมของครู นักเรียน ว่าเป็นอย่างไร รับฟังทุกแง่มุมเพื่อนำข้อมูลมารวบรวมและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ โดยครู 99 เปอร์เซ็นต์รักเด็กและต้องการให้เด็กปลอดภัย โดยไม่สามารถกำหนดวันที่ชัดเจนได้ว่าจะใช้เวลา 5 วัน 10 วัน เพราะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแต่จะเร่งรัดให้เร็วที่สุดเพราะหลักฐานค่อนข้างชัดเจนและเป็นที่สนใจของสังคมด้วย"ผอ.สพม.หนองคาย กล่าว
ที่มา ; แนวหน้า
ข่าวเกี่ยวกัน
สพฐ.สั่งย้ายครูดนตรีโหดเข้ากรุ ‘อัมพร’ ชี้ พฤติกรรมรุนแรงชัดเจน จ่อสอบวินัยร้ายแรง
ความคืบหน้าหลังจากที่มีนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งใน อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ส่งคลิปครูชายซึ่งสอนวิชาดนตรี ลงโทษนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นรุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยในคลิปเห็นอย่างชัดเจนว่าได้กระชากคอเด็กนักเรียนมาตบ 2 ครั้ง ก่อนฟันศอกซ้ำไป 1 ครั้ง ท่ามกลางสายตาของนักเรียนที่ต่างตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนักเรียนที่ส่งคลิปให้สื่อมวลชนแจ้งว่าอยากให้คนที่กระทำผิดถูกลงโทษ เพราะเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ และล่าสุดมีคลิปครูคนเดิมกระชากนักเรียนจนล้มหงายหลัง ใช้เท้ายันหน้า-มือผลักที่หัวนั้น
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้คุยรายละเอียดกับผู้อำนวยการโรงเรียน โดยเท่าที่ดูจากข้อมูลและภาพที่ออกมาเบื้องต้นถือว่าวิธีการลงโทษของครูไม่ถูกต้อง ขัดต่อระเบียบการลงโทษนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งในการสอบข้อเท็จจริงก็จะต้องดูพฤติกรรมดังกล่าวด้วย แต่เบื้องต้นเพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความสบายใจ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้สั่งการให้ครูรายดังกล่าวไปประจำยังเขตพื้นที่ต้นสังกัดแล้ว ส่วนจะมีความผิดสถานใดนั้นคงต้องรอข้อเท็จจริง เพราะตนคนเดียวคงไม่สามารถบอกได้ ขั้นตอนการลงโทษทางวินัยต้องเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนด
“ภาพที่ออกมาถือว่าครูรายดังกล่าวมีพฤติกรรมที่ร้ายแรง ในส่วน สพฐ.จะไม่มีการปกป้องอย่างแน่นอน ทุกอย่างว่าไปตามขั้นตอน หากผิดจริงก็ต้องตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง มีโทษถึงขั้นไล่ออก ปลดออก แต่ทุกอย่างต้องดูแรงจูงใจประกอบด้วย” นายอัมพรกล่าว
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565
ข่าวเกี่ยวกัน
สพป.บุรีรัมย์ 2 ตั้งกก.สอบผู้อำนวยการโรงเรียนตบหัวนักเรียนป.4
ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายวิศิษฐ สายจันทร์หอม รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)บุรีรัมย์ เขต 2 รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)บุรีรัมย์ เขต 2 เปิดเผยว่า ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หากจริงจะต้องดำเนินการตามกระบวนการของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ทันที ทั้งนี้ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ยืนยันจะไม่เอนเอียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
จากการสอบถามนางบุญหลง แม่เด็ก ป.4 ล่าสุด ได้รับคำตอบว่า ผอ.โรงเรียนได้มาพบที่บ้านแล้ว ยังยืนยันว่าไม่ได้ตบหัวเด็ก ทำแค่ลูบเท่านั้น ตอนนี้รู้สึกว่าเคว้งคว้าง เหมือนไม่มีที่พึ่งหรือไม่มีที่ปรึกษา เพราะครอบครัวและญาติไม่มีคนมีความรู้พอที่จะไปตอบโต้ระดับ ผอ.ได้ ส่วนตัวเชื่อในตัวลูกชายและเพื่อนลูกชาย เพราะเด็กโกหกและสร้างเรื่องไม่ได้นาน หลังจากนี้จะไปแจ้งความที่ สภ.กระสัง อ.กระสัง เอาไว้ก่อน
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 17 มีนาคม 2566