
ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศ ลงวันที่ ๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗ นั้น
บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรีลาออกบางตำแหน่ง สมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างและปรับปรุงรัฐมนตรีบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
๑. ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
๒. ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
แพทองธาร ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี





ประกาศฉบับนี้เป็นพระบรมราชโองการเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี ภายหลังจากที่มีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเดิมแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่ามีรัฐมนตรีบางตำแหน่งลาออก และมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อให้เหมาะสมต่อการบริหารราชการแผ่นดิน อาศัยอำนาจตามมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงมีพระบรมราชโองการให้รัฐมนตรีบางรายพ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งใหม่หรือสับเปลี่ยนหน้าที่
สาระสำคัญคือการ “ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารประเทศ โดยมีทั้งการพ้นจากตำแหน่งและการแต่งตั้งใหม่ เช่น การโยกย้ายตำแหน่งรัฐมนตรีเดิมไปดำรงตำแหน่งอื่น การแต่งตั้งบุคคลใหม่เข้ามารับตำแหน่ง รวมถึงการควบตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีในบางกระทรวง ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ประกาศ เป็นต้นไป สะท้อนให้เห็นถึงกลไกทางรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจฝ่ายบริหารในการปรับเปลี่ยนบุคลากรเพื่อให้การบริหารราชการเกิดความเหมาะสม คล่องตัว และตอบสนองต่อสถานการณ์ของประเทศได้ดียิ่งขึ้น
ข้อ 1 ข้อใดเป็นเหตุผลหลักของการปรับคณะรัฐมนตรีในประกาศนี้
ก. เพื่อเพิ่มจำนวนกระทรวง
ข. เพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน
ค. เพื่อยุบสภาผู้แทนราษฎร
ง. เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เฉลย: ข เหตุผลระบุชัดว่าปรับเพื่อความเหมาะสมและประสิทธิภาพการบริหาร
ข้อ 2 การดำเนินการครั้งนี้อาศัยอำนาจตามมาตราใด
ก. มาตรา 44
ข. มาตรา 112
ค. มาตรา 158
ง. มาตรา 256
เฉลย: ค ระบุชัดในประกาศว่าใช้อำนาจตามมาตรา 158
ข้อ 3 บทบาทของนายกรัฐมนตรีในกระบวนการนี้คืออะไร
ก. ออกกฎหมาย
ข. กราบบังคมทูลเสนอปรับ ครม.
ค. แต่งตั้งรัฐมนตรีโดยตรง
ง. ยุบศาล
เฉลย: ข นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอให้มีการปรับ
ข้อ 4 ลักษณะของการปรับ ครม. ในประกาศนี้คือข้อใด
ก. ยุบทั้งคณะ
ข. เปลี่ยนเฉพาะนายกรัฐมนตรี
ค. ปรับบางตำแหน่งและแต่งตั้งใหม่
ง. ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
เฉลย: ค เป็นการปรับบางตำแหน่งและแต่งตั้งเพิ่ม
ข้อ 5 ข้อใดสะท้อนหลักการบริหารภาครัฐจากประกาศนี้ได้ดีที่สุด
ก. ความล่าช้า
ข. ความยืดหยุ่นและปรับตัว
ค. การรวมศูนย์อำนาจ
ง. การลดงบประมาณ
เฉลย: ข การปรับ ครม. แสดงถึงความยืดหยุ่นในการบริหาร
ข้อ 6 การที่รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งเกิดจากสาเหตุใด
ก. ถูกลงโทษทางอาญา
ข. ครบวาระ
ค. ลาออกและมีการปรับตำแหน่ง
ง. ถูกศาลสั่ง
เฉลย: ค มีการลาออกและปรับเปลี่ยนตำแหน่ง
ข้อ 7 การแต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่มีเป้าหมายหลักคืออะไร
ก. เพิ่มอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ
ข. ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหาร
ค. ลดจำนวนข้าราชการ
ง. ยุบหน่วยงานรัฐ
เฉลย: ข มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร
ข้อ 8 ข้อใดเป็นผลโดยตรงของประกาศนี้
ก. การเลือกตั้งใหม่
ข. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฝ่ายบริหาร
ค. การแก้รัฐธรรมนูญ
ง. การยุบพรรคการเมือง
เฉลย: ข เป็นการเปลี่ยนแปลงในฝ่ายบริหาร
ข้อ 9 การควบตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีสะท้อนข้อใด
ก. ขาดบุคลากร
ข. การรวมศูนย์เพื่อควบคุมงานสำคัญ
ค. การลดบทบาท
ง. การกระจายอำนาจ
เฉลย: ข เป็นการควบคุมงานสำคัญโดยตรง
ข้อ 10 หากนำหลักการนี้ไปใช้ในสถานศึกษา ผู้บริหารควรทำอย่างไร
ก. ไม่เปลี่ยนแปลงบุคลากร
ข. ปรับบทบาทบุคลากรให้เหมาะสมกับงาน
ค. ลดจำนวนครู
ง. ยกเลิกโครงการทั้งหมด
เฉลย: ข แนวคิดเดียวกันคือจัดคนให้เหมาะกับงานเพื่อประสิทธิภาพ