สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เด้ง ผอ.หวงเก้าอี้ สพฐ. ตั้งสอบ จ่อฟันวินัย

 กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพและข้อความเป็นแชตกลุ่มของครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยผู้อำนวยการโรงเรียนได้ส่งข้อความตำหนิการกระทำของครู เหตุเพราะไปนั่งเก้าอี้ของผู้อำนวยการโรงเรียน และขอให้ซื้อเก้าอี้ให้ใหม่นั้น  

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์ กรณีข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด โพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงข้อความที่ได้พูดคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนของตน โดยผู้อำนวยการโรงเรียนไม่พอใจที่ครูนั่งเก้าอี้ของตน และสั่งการให้เจ้าหน้าที่โรงเรียนจัดซื้อเก้าอี้ใหม่มาทดแทนนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 เร่งติดตามและตรวจสืบข้อเท็จจริงเชิงลึกในทันที

โดยในเบื้องต้น สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมายและคดี ตั้งคณะกรรมการลงพื้นที่สืบสวนหาข้อเท็จจริง พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวมารายงานตัวและปฏิบัติราชการที่เขตพื้นที่โดยทันที ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการสืบสวน รวมทั้งให้ความคุ้มครองครูและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และรายงานต่อ สพฐ.เป็นระยะ โดย สพฐ.เน้นย้ำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบ ได้ข้อมูลครบถ้วน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และได้กำชับให้คณะกรรมการเร่งสืบสวนข้อเท็จจริงและรายงานผลต่อ สพฐ.ภายใน 7 วัน จากนั้นจะแจ้งผลความคืบหน้าให้สาธารณชนรับทราบต่อไป

 

เรื่องสวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงความปลอดภัยในสถานศึกษา เป็นนโยบายที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ.ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งเราไม่แบ่งแยกว่าเป็นผู้บริหาร หรือระดับปฏิบัติการ หากเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นก็ต้องมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงให้กระจ่าง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกคนทุกฝ่าย หรือหากพบว่ากระทำการที่ไม่เหมาะสมก็ต้องได้รับการพิจารณาโทษเป็นกรณีไป ทั้งนี้ หากพบเหตุที่ไม่เหมาะสมใดๆ ขอให้ส่งข่าวแจ้งเหตุมายัง สพฐ. เราพร้อมดำเนินทุกมาตรการเพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยของทุกคนอย่างแท้จริง” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว 

ด้านนางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. ในฐานะโฆษก สพฐ. กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ร้อยเอ็ด เขต 1 ในฐานะต้นสังกัด ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงผู้อำนวยการโรงเรียนรายดังกล่าวแล้ว ซึ่งในส่วนของว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. ก็มีความห่วงใย พร้อมกำชับให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงขอให้เขตพื้นที่ดูแลสภาพจิตใจและคุ้มครองความปลอดภัยของครูด้วย

การตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริง เพื่อให้ทุกฝ่ายทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนและครู ได้มีโอกาสชี้แจง ส่วนตัวดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว เบื้องต้นผู้อำนวยการโรงเรียนเองก็เสียใจ และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น และโดยหลักเหตุผล ผู้อำนวยการโรงเรียน ในฐานะผู้บังคับบัญชา ก็ไม่ควรทำพฤติกรรมดังกล่าว เพราะเก้าอี้ ทั้งหมดในโรงเรียนไม่ใช่เก้าอี้ส่วนตัว ดังนั้น จึงถือเป็นการทำเกินกว่าเหตุ โดย สพฐ.เน้นย้ำมาตลอดว่าขอให้ผู้บริหารสถานศึกษามีความเกื้อกูลต่อครูและบุคลากรทางการศึกษา ทำงานเป็นทีม และเรื่องนี้ควรเป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้ ไม่ใช่ให้ครูไปซื้อเก้าอี้ใหม่” นางเกศทิพย์กล่าว 

รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ถือเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เป็นลักษณะของผู้บังคับบัญชาไม่เกื้อกูลครู ถือว่าไม่เหมาะสม การที่ให้ครูไปซื้อเก้าอี้ก็ถือเป็นการรังแกลูกน้อง และยิ่งถ้าใช้งบหลวงซื้อ ก็อาจเป็นวินัยร้ายแรงได้เพราะถือว่า เป็นการใช้งบที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางราชการ เรื่องนี้ต้องดูว่าเหตุมันเกิดจากอะไร ยังไม่สามารถบอกว่าเป็นการใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ เพราะเป็นเพียงการใช้คำพูด ดังนั้น ต้องรอรายละเอียดจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

 

 

 

เกี่ยวข้องกัน

ผอ.รับ เสียใจ ไม่คิดจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น สพฐ.ชี้ ทำเกินกว่าเหตุ เก้าอี้ไม่ใช่ของส่วนตัว 

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพและข้อความ เป็นแชตกลุ่มของครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยผู้อำนวยการโรงเรียนได้ส่งข้อความตำหนิการกระทำของครู เหตุเพราะไปนั่งเก้าอี้ของผู้อำนวยการโรงเรียน และขอให้ซื้อเก้าอี้ให้ใหม่นั้น 

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. ในฐานะโฆษก สพฐ. กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ร้อยเอ็ด เขต 1 ในฐานะต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ผู้อำนวยการโรงเรียนรายดังกล่าวแล้ว ซึ่งในส่วนของ ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. ก็มีความห่วงใย พร้อมกำชับให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงขอให้เขตพื้นที่ฯ ดูแลสภาพจิตใจและคุ้มครองความปลอดภัยของครูด้วย 

การตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริง เพื่อให้ทุกฝ่ายทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนและครู ได้มีโอกาสชี้แจง ส่วนตัวดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว เบื้องต้นทางผู้อำนวยการโรงเรียนเอง ก็เสียใจ และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น และโดยหลักเหตุผล ผู้อำนวยการโรงเรียน ในฐานะผู้บังคับบัญชา ก็ไม่ควรทำพฤติกรรมดังกล่าว เพราะเก้าอี้ ทั้งหมดในโรงเรียนไม่ใช่เก้าอี้ส่วนตัว ดังนั้น จึงถือเป็นการทำเกินกว่าเหตุ โดย สพฐ.เน้นย้ำมาตลอดว่า ขอให้ผู้บริหารสถานศึกษามีความเกื้อกูลต่อครูและบุคลากรทางการศึกษา ทำงานเป็นทีม และเรื่องนี้ควรเป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้ ไม่ใช่ให้ครูไปซื้อเก้าอี้ใหม่” นางเกศทิพย์กล่าว 

รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ถือเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เป็นลักษณะของผู้บังคับบัญชา ไม่เกื้อกูลครู ถือว่าไม่เหมาะสม การที่ให้ครูไปซื้อเก้าอี้ก็ถือเป็นรังแกลูกน้อง และยิ่งถ้าใช้งบหลวงซื้อ ก็อาจเป็นวินัยร้ายแรงได้เพราะถือว่า เป็นการใช้งบที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางราชการ เรื่องนี้ต้องดูว่าเหตุมันเกิดเหตุจากอะไร ยังไม่สามารถบอกว่าเป็นการใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ เพราะเป็นเพียงการใช้คำพูด ดังนั้นต้องรอรายละเอียดจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

 

เกี่ยวข้องกัน

ซื้อเก้าอี้ให้ใหม่แล้ว ครูสาวควักเงินส่วนตัว 1.2 พัน ซื้อให้ผอ. แขนขาอ่อนแรง 

 

ล่าสุด ‘ครูวนิดา’ เปิดเผยกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ขณะนี้ได้ไปซื้อเก้าอี้ตัวใหม่ให้กับผู้อำนวยการแล้วในราคา 1,200 บาท และเตรียมจะนำไปเปลี่ยนในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ 

การซื้อเก้าอี้มาครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการประชดประชัน แต่ ต้องการแสดงออกถึงความรับผิดชอบกับสิ่งที่ผู้อำนวยการ มองว่าตนเองทำผิด และไม่อยากให้ใช้งบของโรงเรียน ซึ่งมีไม่มาก ต้องไปซื้อเก้าอี้มาทดแทนกับสิ่งที่ตนเองนั่งเก้าอี้ตัวนั้นลงไป

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าเก้าอี้เจ้าปัญหาที่เกิดเรื่องนั้น ไม่ใช่เก้าอี้ประจำของผู้อำนวยการโรงเรียน แต่เป็นเก้าอี้ในห้องประกันคุณภาพการศึกษา หรือห้องประชุม ส่วนห้องผู้อำนวยการ และเก้าอี้ประจำตำแหน่ง จะอยู่ที่ชั้นสองของโรงเรียน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน 

แต่ครูวนิดาเชื่อว่า ที่ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่พอใจ และให้ซื้อเก้าอี้ตัวใหม่ เนื่องจากมองว่าตนเองเป็นเพียงแค่ครูไม่เหมาะสมที่จะไปนั่งเก้าอี้ที่เป็นของประธานหรือผอ. 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าผู้อำนวยการคนดังกล่าง ตอนเข้ามารับราชการที่โรงเรียนแห่งนี้ ก็ได้สั่งให้มีการเปลี่ยนเก้าอี้ที่นั่งประจำของตนเอง โดยให้เหตุผลว่า ไม่ชอบนั่งทับที่ของใคร

 

 

 

เกี่ยวข้องกัน

ผอ. เสียใจ จนแขนขาอ่อนแรง ถูกครูสาว นั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ไม่ยอมนั่งซ้ำ สั่งร.ร.ซื้อใหม่ 

กลายประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ทันที หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพและข้อความ ระบุว่า

ตำแหน่งมันอยู่ไม่นานหรอกครับ #สงสารแฟน #อยู่ให้คนรักจากก็ต้องให้คนจำ #แชร์ไปครับ

ในภาพนั้น เป็นแชตกลุ่มของครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนอยู่ในกลุ่มด้วย ซึ่งทางผู้อำนวยการโรงเรียนนั้น ได้ส่งข้อความเข้ามาในกลุ่ม ตำหนิการกระทำของครูรายหนึ่ง ซึ่งเป็นแฟนสาวของเจ้าของโพสต์ เหตุเพราะไปนั่งเก้าอี้ของผู้อำนวยการโรงเรียน

ผอ.ระบุในแชตว่า “วันนี้ ผอ.มีความรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่เป็นการแสดงออกถึงความไม่เหมาะสม คือ ครูนั่งเก้าอี้ของ ผอ. ซึ่งเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง ไม่ใช่ว่า ผอ.ไม่เห็น ไม่ใช่ว่า ผอ.ไม่รู้ สมัย ผอ.เป็นครู ก็ไม่เคยนั้นเก้าอี้ของผู้บริหาร เพราะ ผอ.เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่บังอาจไปเทียบบารมีของผู้บริหารค่ะ”

ทางครูสาวตอบกลับว่า “กราบขออภัยอย่างสูงค่ะ ครั้งหน้าหนูจะไม่ทำแบบนี้แล้วค่ะ” 

ทาง ผอ.ตอบกลับว่า รู้สึกเสียใจมาก ไม่เคยมีครูท่านใดมานั่งเก้าอี้ ผอ.” นอกจากนี้ ผอ.ได้แท็กครูรายหนึ่ง พร้อมสั่งการว่า “วันจันทร์ ไปซื้อเก้าอี้ให้ ผอ.ด้วยค่ะ” 

โดยครูสาวได้ขอโทษ ผอ.ซ้ำๆ ทาง ผอ.ตอบกลับว่า “เสียใจจนแขนขาอ่อนแรง คิดไม่ถึงจริงๆ”

ทั้งนี้ ทางครูสาวตอบกลับว่า ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ และเขียนขอโทษว่า ได้กระทำการที่ไม่สมควร โดยการนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการ ขอโทษจากใจ และแสดงความรับผิดชอบด้วยการซื้อเก้าอี้ตัวใหม่แทน

โดย ผอ.ตอบกลับครูสาวคนดังกล่าวว่า ไม่เป็นไรค่ะ ทางโรงเรียนจะซื้อเองค่ะ”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไป เกิดเป็นไวรัล วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก มีการแชร์โพสต์ดังกล่าวไปมากกว่า 1.5 หมื่นครั้ง 

ทั้งนี้ มีคนตั้งคำถามว่า ครูสาวรายนี้นั่งเก้าอี้ ผอ.ในห้องผู้บริหารหรือไม่ ซึ่งทางครูสาวออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ชี้แจงว่า 

ขอชี้แจงค่ะ เก้าอี้ที่หนูได้นั่งจนเป็นประเด็น คือเก้าอี้ที่อยู่ในห้องประกันคุณภาพการศึกษา ห้องนี้มีไว้ประชุม หรือต้อนรับแขกที่มาติดต่อราชการค่ะ (จะมีเก้าอี้ดำ เป็นประธานค่ะ) ที่ได้ไปนั่งเพราะเป็นคนคอยอำนวยความสะดวกเปิด VTR ให้คณะครูฉายออกทีวีค่ะ แล้วทีวีอยู่ด้านหน้าค่ะ หนูไม่ได้นั่งเก้าอี้ส่วนตัวท่าน ผอ. ในห้องท่าน ผอ.ค่ะ” 

พร้อมกับแนบภาพเก้าอี้เจ้าปัญหา และระบุเพิ่มเติมว่า “เก้าอี้ตัวสีดำนี้ค่ะ พอถึงเวลานัดหมายที่จะประเมินเงินเดือน ผอ.ก็เดินเข้ามาค่ะ หนูก็รีบลุกและยกเก้าอี้ไปให้ท่านนั่ง ท่านก็บอกว่าไม่นั่งค่ะ

 

ทั้งนี้ มีคนจำนวนมาก เข้ามาแสดงความคิดเห็น เช่น

แล้วเวลาผู้ปกครองไป นั่งเก้าอี้พลาสติก แยกชนชั้นสุดๆ”

ขนาดนั้นเลยติคับ คือถือยศถือศักดิ์แท้น้อออออ ร.ร. ได๋คับผมสิบ่เอาลูกไป”

นี่มันยุคไหนแล้ว อ่านแล้วโมโห ceo พันล้านที่เคยทำงานด้วยเขาก็ไม่ถือตัวแบบนี้ ถ้ามากกว่านั่งเก้าอี้จะไม่เข้าicuเลยติ เป็นกำลังใจให้แฟนหัวหน้านะ”

เกินเรื่องไปมาก ถึงกับนั่งตัวเดิมไม่ได้”

ปวดหัวแทนเลย”

ผอ.คนหรือเปล่าครับ ตำแหน่งมันแค่หัวโขนนะครับ แล้วแชทที่เดือดนี่ ผอ. เป็นคนบอกหรือท่านรองหรือครูด้วยกันครับ ทัศนคติคือรู้เลยว่าเป็นยังไง ผมถึงตัดสิ้นใจลาออกจากครู” 

โดยมีชาวเน็ตบางคนเปิดวาร์ป ผอ.คนดังกล่าวแล้ว พบว่าผู้อำนวยการรายนี้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็กแห่งหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ร้อยเอ็ด เขต 1 ซึ่งในเฟซบุ๊กของ ผอ.นั้น ได้ถ่ายคลิปให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์บ้านๆ ติดดินของตนเอง 

 

เกี่ยวข้องกัน

เปิดใจ ‘ครูเหมียว’ เล่ายิบไทม์ไลน์วันเกิดเหตุ ผอ.หวงเก้าอี้ รับตอนนี้ทุกข์ใจกลัวบารมี

 

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยัง ผอ.โรงเรียน ทางโทรศัพท์เพื่อขอสัมภาษณ์ แต่ปรากฏว่า โทรไปอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง แต่ผู้อำนวยการไม่ยอมรับโทรศัพท์ 

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยัง ครูเหมียว ซึ่งเพิ่งย้ายมาอยู่ในโรงเรียนไม่ถึง 4 เดือน และทำหน้าที่สอนเด็กอนุบาล 1 และอนุบาล 2 ภายในโรงเรียน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง 

ครูเหมียว เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยผอ.ให้คณะครูนำผลงานมาเพื่อประเมินเงินเดือน ให้ทำ VTR มาคนละ 1 คลิป แล้วให้นำมาเปิดในห้องประกันคุณภาพการศึกษา และเป็นห้องที่เอาไว้รับแขกของโรงเรียน ซึ่งภายในจะมีโต๊ะยาวและมีเก้าอี้ รวมทั้งมีเก้าอี้หลายตัว พร้อมกับมีเก้าอี้นวมสีดำ สำหรับประธานตั้งอยู่หัวโต๊ะ

ซึ่งในขณะที่นั่งเตรียมงานอยู่ในห้อง ตนมีหน้าที่เป็นคนรวบรวมไฟล์ ของทุกคนมาเปิด โดยเปิดจากโน๊ตบุ๊กเชื่อมไปยังจอทีวีก็เลยไปนั่งที่เก้าอี้นวมสีดำหัวโต๊ะ เพื่อเช็กไฟล์เสียงว่าเปิดได้หรือไม่ พร้อมกับเช็กภาพว่า สามารถเปิดออกจอทีวีได้หรือไม่

ในขณะที่ผอ.ก็ขึ้นไปที่ห้องของเธอบนชั้น 2 เพื่อทำวีทีอาร์ของตน ช่วงเวลานั้นผอ.ยังไม่ลงมา ก็เลยนั่งเช็กไฟล์ต่างๆ รอ เมื่อผอ. ลงมายังห้อง ตนก็ลุกแล้วยกเก้าอี้สีดำตัวนั้นไปให้ผอ.นั่ง แต่ผอ.ปฏิเสธว่าไม่นั่ง แล้วไปนั่งที่เก้าอี้ธรรมดาตัวหนึ่งในห้อง ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร และฉาย VTR ของทุกคนจนครบ แล้วผอ.สั่งให้รวบรวมผลงานทั้งหมดเอาไว้ในห้อง เพื่อให้มีการตรวจสอบอีกครั้งในวันจันทร์ แล้วเสร็จตนและทุกคนก็แยกย้ายกันกลับเนื่องจากเป็นเวลา 17.00 น แล้ว 

แต่ปรากฏว่าขณะที่ตนเองกำลังจะเดินกลับ ก็ได้ยินผอ.พูดกับครูคนหนึ่งว่า ตนเองมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ที่ไปนั่งที่เก้าอี้ตัวนี้ของท่านผอ. ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องราวสืบเนื่องเกี่ยวกับตัวเองก็เลยเดินทางกลับบ้านตามปกติ 

ทันใดนั้นก็พบว่ามีข้อความจากไลน์ของผอ.เด้งขึ้นในกลุ่มโรงเรียน ตำหนิตรงที่ไปนั่งเก้าอี้ตัวดังกล่าว ว่าไม่เหมาะสม เมื่อตนเห็นก็พิมพ์ข้อความเข้าไปในกลุ่มเพื่อขอโทษ ผอ. พร้อมกับชี้แจงว่าตนเองไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นคุณครูก็พิมพ์ข้อความสั่งให้ครูคนหนึ่งว่าให้ไปซื้อก็ยืมมาให้ใหม่ในวันจันทร์ ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องราวเกิดขึ้นจากตนเป็นต้นเหตุ และเห็นว่าโรงเรียนก็ไม่มีเงิน จึงโพสต์แสดงความรับผิดชอบ ด้วยการออกเงินซื้อเก้าอี้ตัวใหม่ มาให้แทน แต่ ผอ.ก็ตอบว่า “ไม่เป็นไร” โดยบอกว่าจะซื้อด้วยเงินตนเอง 

ซึ่งตนก็คิดว่าเรื่องคงจบแล้ว และจากนั้นก็ทักไลน์ส่วนตัวไปยังผอ.เพื่อขอโทษอีกครั้ง พร้อมกับแจ้งว่า ตนเองไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งหลังเกิดเหตุ ตนเองรู้สึกมีความทุกข์ใจมาก กดดัน และร้องไห้เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และมีการแคปแชตในไลน์ มาแชร์ระบายความรู้สึกทางหน้าเฟซบุ๊กของตนเอง 

ซึ่งแฟนเห็นและมาถามว่าทำไมถึงร้องไห้ ซึ่งเมื่อตนเองเล่าให้ฟัง แฟนก็มีการแคปข้อความไปโพสต์ต่อ จนมีการเกิดการแชร์กันหลากหลาย ซึ่งผอ.เห็น ก็ได้ตอบมาว่า ไม่เป็นไรค่ะ เก้าอี้ตัวนี้เก่าชำรุดแล้วค่ะ หลังจากเห็นข้อความตนเองก็ไม่ได้ตอบ จนผอ.นำข้อความดังกล่าว ไปลงที่ไลน์กลุ่มโรงเรียน จากนั้นผอ.ก็โทรหาทางโทรศัพท์และทางไลน์ซึ่งตนเองไม่ได้รับ เพราะตั้งใจว่าวันจันทร์ถึงเป็นวันเปิดเรียนจะไปขอโทษ ต่อหน้า ผอ.โดยตรง เพื่อจะถามว่าจะให้ตนแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ตนก็จะทำตาม ที่ผอ.ต้องการ 

เมื่อสอบถามว่า เก้าอี้ตัวนี้เป็นเก้าอี้ประจำของผอ.หรือไม่ ทำไมถึงเกิดเรื่องขึ้น? ครูเหมียว กล่าวว่าเก้าอี้ตัวนี้เป็นเพียงเก้าอี้รับรอง และเก้าอี้ตัวนั้นเป็นเพียงเก้าอี้ประธานในห้องรับแขก ซึ่งไม่ใช่เก้าอี้ประจำตำแหน่งของผอ. ที่อยู่บนห้องเฉพาะส่วนตัวของผอ. แต่ตัวนี้ไม่ใช่ จะใช้ในเวลารับแขก ที่ ไม่ว่าใครก็มานั่ง ทำให้ตนไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเป็นเรื่องใหญ่โต ซึ่งไม่คิดว่าการเดินทางมาอยู่ที่โรงเรียนนี้แค่ 4 เดือน จะเกิดเรื่องแค่นี้ขึ้น ทั้งๆ ที่ความจริงนั้นตนเองตั้งใจจะซื้อเก้าอี้ตัวใหม่มาตั้งให้ผอ.นั่งไปในห้องนี้ ซึ่งผอ.ก็เป็นคนบอกเองว่าไม่เป็นไร

ตนก็อยากรู้ข้อเท็จจริงเหมือนกันว่าเหตุที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องไม่พอใจที่ตนไปนั่งเก้าอี้ตัวนี้หรือมีเหตุอื่นด้วย

ยอมรับว่าตอนนี้ทุกข์ใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหลังจากวันเกิดเหตุแล้ว นอนไม่หลับทั้งคืน ตอนนี้ก็ยังวิตกกังวล ทุกข์ใจ และกลัวการเผชิญหน้ากันในวันจันทร์ซึ่งเป็นวันเปิดเรียน ยอมรับว่ากลัวว่าอาจจะถูกทำร้าย กลัวทั้งบารมีและความปลอดภัย ซึ่งอยากให้ผู้บังคับบัญชาระดับเขตการศึกษา ร้อยเอ็ดเขต 1 ซึ่งรู้เรื่องแล้ว เข้ามาดูแลด้วย ซึ่งก็อาจจะทำให้ตนเองสบายใจขึ้นได้” ครูเหมียวกล่าวและว่า 

ตอนเที่ยงวันนี้ สามีได้พาไปซื้อเก้าอี้ตัวใหม่มาไว้ที่บ้านแล้ว 1 ตัว ราคา 1,200 บาท โดยตั้งใจว่าหากวันจันทร์ ผอ.ยังอยู่ ก็จะนำไปมอบให้แทนตัวเก่าที่เกิดปัญหา แล้วก็จะนำตัวเก่ากลับมาใช้ที่บ้านเพื่อจบเรื่อง 

 

เกี่ยวข้องกัน

ผลสอบผอ.รร.หวงเก้าอี้ พบมีมูลความผิดเตรียมตั้งสอบทางวินัย 

เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการติดตามและตรวจสืบข้อเท็จจริงเชิงลึก ในกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ดไม่พอใจที่ครูในโรงเรียนนั่งเก้าอี้ของตน และสั่งการให้เจ้าหน้าที่โรงเรียนจัดซื้อเก้าอี้ใหม่มาทดแทน โดย สพฐ. ได้สั่งการ ผอ.เขตพื้นที่ เร่งสืบสวนข้อเท็จจริงและรายงานผลต่อ สพฐ. ภายใน 7 วัน นั้น 

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว หลังจากมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียน มารายงานตัวและปฏิบัติราชการที่เขตพื้นที่โดยทันที ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการสืบสวน รวมทั้งให้ความคุ้มครองครู และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ล่าสุดทาง สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 ได้รายงานผลการสืบข้อเท็จจริง พบว่า พฤติกรรมดังกล่าวของผู้อำนวยการโรงเรียน ถือเป็นกรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างไม่ร้ายแรง เมื่อได้ผลสรุปแล้ว ก็จะดำเนินการทางวินัยกับบุคคลดังกล่าวตามระเบียบ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาฯ ซึ่งต้องรอสรุปผลการสอบต่อไป.

เรื่องสวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงความปลอดภัยในสถานศึกษา เป็นนโยบายที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งเราไม่แบ่งแยกว่าเป็นผู้บริหารหรือระดับปฏิบัติการ เพราะทั้งครูและผู้บริหารต่างก็มีบทบาทและความสำคัญต่อการพัฒนาผู้เรียนและการศึกษาชาติ ต่างเป็นคนของ สพฐ. รวมเป็น OBEC One Team และเมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นก็ต้องมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงให้กระจ่าง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย หากพบว่ากระทำการที่ไม่เหมาะสมก็ต้องได้รับการพิจารณาโทษเป็นกรณีไป ทั้งนี้ หากพบเหตุที่ไม่เหมาะสมใดๆ ขอให้ส่งข่าวแจ้งเหตุมายัง สพฐ. เราพร้อมดำเนินทุกมาตรการเพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยของทุกคน และมุ่งสู่การศึกษา “เรียนดี มีความสุข” ด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” อย่างแท้จริง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว 

ผลสอบ ผอ.หวงเก้าอี้ ออกแล้ว ผิดวินัยไม่ร้ายแรง ชี้มีปัญหากับคนอื่นอีก ให้เวลาปรับปรุงตัว 60 วัน 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 28 มีนาคม 2567