
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.ว่า ตนได้หารือถึงการขับเคลื่อนการดำเนินการเรื่องนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะโครงการพาน้องกลับมาเรียนที่เก็บเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่ระบบการเรียนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะเจ้าภาพหลักไปดำเนินการปักหมุดนำร่องโครงการดังกล่าว ซึ่ง สพฐ.จะต้องดำเนินการเรื่องนี้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อส่งต่อนโยบายเรื่องนี้ให้ระดับพื้นที่นำไปปฎิบัติให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะตนต้องการวางแผนงานเรื่องนี้เพื่อดูว่าการดำเนินการติดตขัดปัญหาอะไรหรือไม่ หรืออาจจะต้องหาความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นเข้ามาช่วยดำเนินการ
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังได้ติดตามนโยบายการสร้างโรงเรียนคุณภาพในชุมชน ซึ่งการสร้างโรงเรียนคุณภาพนั้นจะดำเนินการสร้างโรงเรียนแม่ข่ายและเติมคุณภาพการศึกษาอย่างครบวงจร โดยสพฐ.จะต้องไปวางแผนการดำเนินงานเรื่องนี้ เนื่องจากตนอยากให้มีการนำร่องโรงเรียนคุณภาพระดับชุมชนเกิดผลสำเร็จอย่างจับต้องได้ จากนั้นค่อยขยายผลให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค เพราะเราคงไม่สามารถสร้างโรงเรียนคุณภาพได้ครบทุกแห่ง เนื่องจากด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ แต่การกระจายโรงเรียนคุณภาพในชุมชนด้วยการสร้างโรงเรียนแม่ข่ายจะทำให้เรายกระดับคุณภาพการศึกษา และสร้างความเท่าเทียมการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างแน่นอน
“การสร้างโรงเรียนคุณภาพจะดูว่าโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่เหล่านั้นมีเด็กนักเรียนกี่คนและครูจำนวนกี่คน จะดูภาพรวมคุณภาพ จากนั้นก็จะให้มารวมกับโรงเรียนแม่ข่าย หรือการใช้ทรัพยากรร่วมกัน อีกทั้งหากโรงเรียนใดที่ถูกควบรวมก็อาจนำพื้นที่โรงเรียนเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้ เช่น ปรับเป็นอาคารที่พักครู สร้างศูนย์การเรียนรู้ในชุมชม เป็นต้น ซึ่งให้ดูตามความเหมะสมของแต่ละพื้นที่ โดยจะต้องได้รับความยินยอมกับชุมชนในพื้นที่ด้วย อย่างไรก็ตามดิฉันจะลงพื้นที่ดูการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพชุมชนในเร็วๆนี้” น.ส.ตรีนุช กล่าว
รมว.ศึกษาธิการ ถก ผู้บริหารศธ. ตามติดนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ เร่งเดินหน้าเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพระดับชุมชน ชี้จะต้องเห็นผลสำเร็จจับต้องได้ในปีนี้แน่
ที่มา ; เดลินิวส์ 26 มกราคม 2565
สรุปสาระสำคัญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ติดตามและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยมุ่งเน้นโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” เพื่อดึงเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่การเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างเหมาะสมกับบริบทชีวิต โครงการดังกล่าวมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับสำนักงาน กศน. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อบูรณาการการทำงานในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งติดตามอุปสรรคและแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นเพิ่มเติมหากจำเป็น
ขณะเดียวกัน ยังมีการผลักดันนโยบาย “โรงเรียนคุณภาพระดับชุมชน” โดยใช้แนวคิดโรงเรียนแม่ข่ายเป็นศูนย์กลางการยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณไม่เอื้อต่อการพัฒนาโรงเรียนทุกแห่งพร้อมกัน การรวมทรัพยากรและการใช้ศักยภาพร่วมกันจึงเป็นแนวทางสำคัญ ทั้งนี้ การพิจารณาควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กจะคำนึงถึงจำนวนครู นักเรียน และความเหมาะสมของพื้นที่ โดยต้องได้รับความยินยอมจากชุมชน และสามารถนำพื้นที่เดิมไปใช้ประโยชน์เพื่อการเรียนรู้หรือสวัสดิการครู นโยบายดังกล่าวมุ่งหวังให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน
ข้อสอบ
เป้าหมายเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดของโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” คือข้อใด
ก. เพิ่มอัตราการจบการศึกษาขั้นพื้นฐานให้สูงขึ้น
ข. แก้ปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก
ค. ลดจำนวนโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ต่ำ
ง. ดึงเด็กหลุดจากระบบให้กลับเข้าสู่การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
การมอบหมายให้ สพฐ. ทำงานร่วมกับ กศน. และ สอศ. สะท้อนหลักการบริหารใดมากที่สุด
ก. การกระจายอำนาจ
ข. การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์
ค. การบูรณาการข้ามหน่วยงาน
ง. การควบคุมคุณภาพจากส่วนกลาง
แนวคิด “โรงเรียนแม่ข่าย” ถูกนำมาใช้เพื่อตอบโจทย์ใดเป็นสำคัญ
ก. การลดค่าใช้จ่ายด้านการบริหาร
ข. การแก้ปัญหาการขาดแคลนงบประมาณและทรัพยากร
ค. การเพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ง. การควบคุมมาตรฐานจากส่วนกลาง
หากโรงเรียนขนาดเล็กถูกควบรวม แนวทางการใช้พื้นที่เดิมที่สอดคล้องกับนโยบายมากที่สุดคือข้อใด
ก. ปล่อยร้างเพื่อรอการจัดสรรใหม่
ข. ขายทอดตลาดเพื่อนำเงินเข้ารัฐ
ค. ใช้เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ของเอกชน
ง. ปรับเป็นศูนย์การเรียนรู้หรือที่พักครูตามบริบทชุมชน
ข้อใดสะท้อนบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาที่สอดคล้องกับนโยบายนี้มากที่สุด
ก. เร่งดำเนินการตามคำสั่งโดยไม่ต้องรับฟังชุมชน
ข. รอการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางเท่านั้น
ค. วิเคราะห์บริบทพื้นที่ ประสานชุมชน และใช้ทรัพยากรร่วมอย่างเหมาะสม
ง. มุ่งรักษาสถานภาพโรงเรียนเดิมทุกแห่งไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลง
สาระสำคัญที่สุดของโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” คือข้อใด
ก. เพิ่มอัตราการเข้าเรียนของนักเรียนในระบบ
ข. ลดภาระงบประมาณของโรงเรียน
ค. นำเด็กที่หลุดจากระบบกลับสู่การเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ
ง. ขยายบทบาทของโรงเรียนขนาดใหญ่
บทบาท “เจ้าภาพหลัก” ของ สพฐ. ในโครงการนี้สะท้อนหลักการบริหารใด
ก. การกระจายอำนาจ
ข. การบริหารเชิงบูรณาการ
ค. การบริหารแบบรวมศูนย์
ง. การบริหารตามภารกิจเฉพาะ
เหตุผลสำคัญที่ต้องบูรณาการ กศน. และ สอศ. คือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนสถานศึกษาในระบบ
ข. รองรับความหลากหลายของผู้เรียนที่หลุดจากระบบ
ค. ลดความซ้ำซ้อนของหลักสูตร
ง. กระจายงบประมาณอย่างทั่วถึง
แนวคิด “โรงเรียนแม่ข่าย” มีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ใดมากที่สุด
ก. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ข. รวมศูนย์การบริหารในพื้นที่
ค. ใช้ทรัพยากรร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพ
ง. ลดจำนวนโรงเรียนในระบบ
เหตุผลที่ไม่สามารถสร้างโรงเรียนคุณภาพครบทุกแห่งได้คือข้อใด
ก. ขาดแคลนครู
ข. ข้อจำกัดด้านงบประมาณ
ค. ความไม่พร้อมของชุมชน
ง. นโยบายส่วนกลางไม่ชัดเจน
คลิกเฉลย >>>