สมาชิกเข้าสู่ระบบ

โฮมสคูลอีกทางเลือกของการเรียน ข้อดี ข้อเสีย วุฒิการศึกษา

รู้จักเรียนที่บ้าน "โฮมสคูล" ข้อดี ข้อเสีย วุฒิการศึกษา Home school ทำได้แต่ไม่ง่าย ขึ้นกับหลายปัจจัย ทั้งความต้องการพ่อแม่และเด็ก แนวคิด อาจรวมไปถึงสถานภาพครอบครัว 

วิกฤติ โควิด-19 ทำให้หลายบ้านตอนนี้พ่อและแม่ต้อง Work from Home ส่วนเด็ก ๆ ก็ปิดเรียน On Site ปรับรูปแบบการเรียบการสอนมาเป็นแบบ On Line "โฮมสคูล" ทำให้ทุกคนในบ้านต่างต้องปรับกิจกรรมและพฤติกรรมกันถ้วนหน้า ช่วงนี้ คงเป็นเวลาที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องหันมาใส่ใจกิจกรรมการเรียนของลูก แล้ว 

พ่อแม่จะคุยกับลูกอย่างไรให้การเรียนหนังสือของลูกเกิดขึ้นภายในบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ

ก่อนอื่นพ่อแม่ต้องทำความเข้าใจกับลูก ๆ ถึงวิธีการเรียนในปัจจุบัน ว่ามีทั้งแบบเรียนที่โรงเรียนและเรียนที่บ้าน ซึ่งไม่ว่าจะเรียนแบบไหนก็สามารถทำให้ลูกประสบความสำเร็จ มีความรู้ ทำงาน มีรายได้ ไม่ต่างกัน ส่วนตารางประจำวันของลูกก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร อาจทำให้ลูกมีเวลาเรียนเพิ่มขึ้นด้วย เพราะไม่ต้องฝ่ารถติด ทั้งไปและกลับ 

-การจัดตารางเวลาให้ลูกทำประจำวัน

ให้พ่อแม่อิงเวลาเดิมเหมือนตอนไปโรงเรียน ตื่น อาบน้ำ ทานข้าว เรียน เล่น เหมือนเดิม พ่อแม่อาจต้องแบ่งหน้าที่ดูแลลูกให้ดี จัดตารางเรียนลูก 6 - 8 ชม. / วัน ให้ชัดเจน เช็คการบ้านออนไลน์ที่ครูส่งมา จัดสรรเวลา สร้างวินัย ถ้าครูให้ตารางสอนมาด้วย จะช่วยพ่อแม่ได้อีกแรง ส่วนเด็กเล็กวัยอนุบาลหรือประถมต้น คุณพ่อคุณแม่อาจยังต้องช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอาจยังไม่สามารถวางแผนด้วยตัวเองได้ 

เรียนที่บ้าน "โฮมสคูล" Home school ต่างจากเรียนที่โรงเรียนอย่างไร

-ธรรมชาติของเด็ก สมาธิจะจดจ่อการเรียนได้มากที่สุด คือ ประมาณ 20 - 30 นาที ขึ้นอยู่กับแต่ละคน โดยถ้ายังมีครูเป็นผู้ดำเนินการสอน คอยถามคอยเตือน จะสามารถช่วยสร้างสมาธิให้เด็กได้ แต่ถ้าเรียนที่บ้านหรือเรียนออนไลน์ สมาธิของเด็กอาจวอกแวกได้ ซึ่งพ่อแม่ต้องทำหน้าที่แทนครู คุยกับลูกก่อนว่า วันนี้คุณครูสั่งให้ลูกเรียนอะไรบ้าง คุณครูสั่งงานสั่งการบ้านรึเปล่า ต้องส่งวันไหน แล้วคอยมองดูว่าเป็นไปตามตารางหรือไม่ เพราะเมื่ออยู่ในบ้านด้วยกัน คุณพ่อคุณแม่สามารถคอยมองและสังเกตดูได้ 

-แต่อย่าลืมให้ลูกได้พักหรือแทรกกิจกรรมอื่น ตามที่เคยทำที่โรงเรียน แต่อาจแค่ปรับสถานที่ในการทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่ลูกชอบทำคนเดียว หรือจะเล่นเพื่อน ๆ พี่น้อง งานกลุ่ม ก็อาจต้องมีสื่อโซเชียลมีเดียมาช่วยบ้าง แต่ก็ต้องปรับรูปแบบและเวลาให้เหมาะสม

-เรื่องสุขภาพก็สำคัญ เด็กต้องออกกำลังกาย เด็กเคยมีวิชาพละศึกษา คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องใส่ตารางนี้เข้าไปด้วย แต่อาจเปลี่ยนเป็น แอโรบิค โยคะ เตะฟุตบอลในโรงรถแทน อย่าให้ลูกดูการ์ตูนหรือติดหนังซีรีส์ตามพ่อแม่ เพราะอาจส่งผลถึงโรคอ้วนและเรื่องไขมันตามมา เพราะไม่ยอมเคลื่อนไหวออกกำลัง อีกทั้งการได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ยังช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้เด็ก ๆ ได้อีกด้วย 

ข้อดีของการเรียนที่บ้าน "โฮมสคูล" Home school

- ในเมื่อผู้ปกครองได้เข้ามามีส่วนร่วมและสังเกตเห็นการเรียนรู้ของลูกได้อย่างใกล้ชิด จะทำให้รู้ว่าเด็กชอบอะไร มีความสุขกับสิ่งใด จะช่วยพ่อแม่ในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับลูกได้ และในเมื่อผู้ปกครองเข้าใจเด็ก ๆ แล้ว ก็นับเป็นการสร้างพื้นฐานที่ดีในชีวิตของเด็กอีกด้วย

- การเรียนที่บ้านจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดเวลาที่ต้องใช้ในการเรียนตามระบบ แต่พ่อแม่ต้องเรียนรู้หลักสูตรที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละวัย มีความทันสมัยและเข้ากับตัวเด็ก ทางที่ดี การโทรปรึกษากับครูโดยตรงว่าวิชาที่เรียนเป็นไปตามหลักสูตรของเด็ก ๆ หรือไม่ แค่ไหน เพื่ออาจหาช่องทางและเวลาเพิ่มการเรียนวิชาที่ยังขาดหายไปได้

- เด็กที่เรียนที่บ้านอาจเป็นเด็กกล้าคิดกล้าตัดสินใจมากขึ้น เพราะเด็กจะรู้จักตัวเองและมีประสบการณ์การแก้ปัญหาด้วยตัวเองโดยมีพ่อแม่มาช่วยเป็นพี่เลี้ยงคอยสนับสนุน จะทำให้เด็กมีประสบการณ์ในการคิด รับผิดชอบ และทำอะไรด้วยตัวเองเยอะขึ้น 

ข้อเสียของการเรียนแบบ "โฮมสคูล" Home school

-พ่อแม่ต้องจัดสรร แบ่งเวลาในการทำงานและการสอนลูก และฝึกจัดการกับอารมณ์ตัวเอง หากต้องพบปัญหาเหล่านี้ เมื่อลูกขาดความตั้งใจในการเรียน หรือไม่สามารถทำงานส่งได้ตามเป้าหมาย พ่อแม่ควรช่วยลูกวางแผนการเรียนให้ดี เพราะการเรียนที่บ้านอาจทำให้เรียนช้ากว่าการเรียนในโรงเรียน และควรคุยสร้างความเข้าใจและการยอมรับกับลูกหากมีคนอื่นพูดไปในทางที่ไม่ดีของการเรียนที่บ้าน 

เด็กจะขาดทักษะทางสังคมหรือไม่ หากเรียนแบบ "โฮมสคูล" Home school

- พ่อแม่ที่ตัดสินใจให้ลูกเรียนที่บ้าน อาจมีความกังวลว่าเด็ก ๆ จะขาดทักษะการเข้าสังคม จะรู้จักการปรับตัว ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้หรือไม่ เพราะการเรียนแต่ในบ้าน ไม่ได้เจอผู้คนนอกจากพ่อแม่และคนในครอบครัว ต้องอย่าลืมว่า ในที่สุดแล้วเด็กก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ต้องการมีเพื่อน มีเวลาเล่นและใช้ชีวิตอยู่กับคนอื่นด้วย

-พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ใช้เวลากับเพื่อนวัยเดียวกันและผู้ใหญ่อื่น ๆ ตามความเหมาะสม อาจจะให้ลูกได้เล่นกับเพื่อนแถวบ้าน หรือออกไปทำกิจกรรมข้างนอกร่วมกับคนอื่น ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องมีกฎกติกาให้ลูกและตกลงกันว่า อันไหนทำได้ไม่ได้ ต้องรักษาเวลา โดยอาจลองไปรับลูกกลับบ้านตามเวลาที่ตกลงกัน เพื่อสร้างความเคยชินให้ลูก

-ปัญหาที่เด็กไม่เข้าสังคม ไม่ยุ่งกับคนอื่น อาจไม่ใช่ปัญหาของเด็กที่เรียนที่บ้าน เพราะปัญหาเหล่านี้สามารถพบได้ทุกที่ ซึ่งในโรงเรียนเองก็มีเด็ก ๆ ที่อาจไม่ชอบเข้าสังคมอยู่เช่นกัน 

วุฒิการศึกษาของเด็กที่เรียนที่บ้าน

- การจดทะเบียนการศึกษาในเขตที่เราอาศัยอยู่ ผู้ที่ต้องการจดทะเบียนกับเขตการศึกษาจะสามารถทำได้ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับ ม.ปลาย โดยไม่ได้บังคับในเด็กเล็กและอนุบาล สามารถจดได้ตั้งแต่อายุครบ 7 ปี หรือระดับ ป.1 ซึ่งทางเขตการศึกษาจะให้ผู้ปกครองเขียนหลักสูตรที่จะสอนลูกว่าจะสอน ให้คะแนน และประเมินลูกอย่างไร โดยทางเขตมีการแนะนำสำหรับการจัดการเรียนการสอนของผู้ปกครองให้อย่างเหมาะสม 

- เมื่อเด็ก ๆ เรียนผ่านทุกปีพร้อมกับเขตการศึกษาได้รับรายงานผลการเรียนจากพ่อแม่ ทางเขตฯ ก็จะออกใบประกาศให้ ซึ่งสามารถเอาไปสอบได้เหมือนกับนักเรียนในระบบ และผู้ปกครองก็จะได้รับเงินอุดหนุนการศึกษาจากภาครัฐอีกด้วย โดยผู้ปกครองจะสอนเอง หรือนำเงินนั้นไปจ้างครูมาสอนก็ได้แล้วแต่การจัดการ

- การจะตัดสินใจให้ลูกเรียนที่บ้าน "โฮมสคูล" นั้นทำได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะง่ายกับทุกคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของผู้ปกครองและเด็ก วิถีชีวิตของแต่ละคน แนวคิดและอาจรวมไปถึงสถานภาพครอบครัว 

ทั้งนี้ การเรียนในโรงเรียนหรือเรียนที่บ้าน พ่อแม่ต้องคอยหาข้อมูลจากคุณครูว่าการเรียนถูกต้องตรงหลักสูตรหรือไม่ คอยช่วยหาเวลาทบทวน เช็คผลการสอบ และประเมินกับคุณครูอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลการเรียนของลูกออกมาดี 

ที่มา ; คม ชัด ลึก

สรุปสาระสำคัญ 

โฮมสคูล (Home School) คือการจัดการเรียนรู้ที่บ้านซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงวิกฤตโควิด-19 เมื่อโรงเรียนต้องเปลี่ยนเป็นการเรียนออนไลน์ ผู้ปกครองจึงมีบทบาทสำคัญในการจัดการเรียนรู้ของบุตรหลาน โดยต้องทำความเข้าใจแนวทางการเรียนทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน ซึ่งสามารถนำไปสู่ความสำเร็จทางการศึกษาได้ไม่ต่างกัน หากมีการวางแผนที่ดี

การจัดตารางชีวิตประจำวันเป็นหัวใจสำคัญ ควรยึดรูปแบบใกล้เคียงโรงเรียน เช่น ตื่น-เรียน-พัก-เล่น และกำหนดเวลาเรียน 6–8 ชั่วโมงต่อวัน พร้อมช่วยติดตามงานจากครู ในเด็กเล็กผู้ปกครองต้องดูแลใกล้ชิด เนื่องจากสมาธิของเด็กจำกัดและอาจวอกแวกได้ง่าย

ข้อดีของโฮมสคูลคือ ผู้ปกครองเข้าใจศักยภาพเด็กมากขึ้น ลดค่าใช้จ่าย ส่งเสริมความคิดอิสระและการแก้ปัญหา แต่มีข้อเสียคือภาระของผู้ปกครองสูง ต้องบริหารเวลาและอารมณ์ อีกทั้งเด็กอาจมีความเสี่ยงด้านทักษะสังคมหากขาดการปฏิสัมพันธ์

ด้านวุฒิการศึกษา โฮมสคูลสามารถขึ้นทะเบียนกับเขตการศึกษา มีการประเมินผลและได้รับวุฒิที่สามารถใช้ศึกษาต่อได้ อย่างไรก็ตาม การเลือกเรียนแบบโฮมสคูลต้องพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ความพร้อมของครอบครัว เด็ก และวิถีชีวิต โดยต้องประสานกับครูอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การเรียนมีคุณภาพ

ข้อสอบ

ข้อ 1

หัวใจสำคัญที่สุดของการจัดโฮมสคูลให้มีประสิทธิภาพคือข้อใด
ก. ให้เด็กเรียนตามใจชอบ
ข. จัดตารางชีวิตและการเรียนอย่างเป็นระบบ
ค. ลดเวลาเรียนให้น้อยที่สุด
ง. เน้นการเรียนออนไลน์เท่านั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นการจัดตาราง 6–8 ชั่วโมงและวินัยเป็นสำคัญ

ข้อ 2

บทบาทของผู้ปกครองในโฮมสคูลที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. เป็นผู้สอนแทนครูทุกวิชา
ข. เป็นผู้กำกับ ติดตาม และสนับสนุนการเรียน
ค. ปล่อยให้เด็กเรียนเองทั้งหมด
ง. ให้เด็กเรียนเฉพาะวิชาที่ชอบ

เฉลย: ข
เหตุผล: ผู้ปกครองทำหน้าที่พี่เลี้ยง ไม่ใช่แทนครูทั้งหมด

ข้อ 3

ข้อใดเป็นข้อดีของโฮมสคูล
ก. เด็กแข่งขันสูงขึ้นเสมอ
ข. ลดบทบาทครูในระบบการศึกษา
ค. ผู้ปกครองเข้าใจศักยภาพเด็กมากขึ้น
ง. ไม่ต้องมีหลักสูตรการเรียน

เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้ปกครองใกล้ชิดเด็กจึงเข้าใจความถนัดมากขึ้น

ข้อ 4

ปัญหาหลักของเด็กโฮมสคูลด้านพฤติกรรมคือข้อใด
ก. ขาดความรู้พื้นฐาน
ข. สมาธิสั้นจากการเรียนที่บ้าน
ค. ไม่มีหนังสือเรียน
ง. ขาดครูประจำชั้น

เฉลย: ข
เหตุผล: เด็กวอกแวกง่ายเมื่อไม่มีครูควบคุมเหมือนโรงเรียน

ข้อ 5

การจัดกิจกรรมใดช่วยลดข้อเสียด้านร่างกายของเด็กโฮมสคูล
ก. เพิ่มเวลาการเรียนออนไลน์
ข. ให้ดูซีรีส์เพื่อพักผ่อน
ค. จัดกิจกรรมออกกำลังกาย
ง. ให้ทำการบ้านเพิ่ม

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นพละศึกษา เช่น แอโรบิก โยคะ

ข้อ 6

ข้อใดสะท้อนความเสี่ยงของโฮมสคูลด้านสังคม
ก. เด็กอ่านหนังสือไม่ออก
ข. เด็กขาดทักษะสังคมหากไม่พบเพื่อน
ค. เด็กสอบไม่ได้
ง. เด็กไม่มีความคิดสร้างสรรค์

เฉลย: ข
เหตุผล: การอยู่บ้านอาจลดการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

ข้อ 7

วุฒิการศึกษาของโฮมสคูลได้มาอย่างไร
ก. โรงเรียนออกให้ทันที
ข. ไม่มีวุฒิการศึกษา
ค. เขตการศึกษาประเมินและออกใบรับรอง
ง. พ่อแม่ออกเอกสารเองได้

เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องขึ้นทะเบียนและประเมินโดยเขตการศึกษา

ข้อ 8

เหตุผลสำคัญที่ทำให้โฮมสคูลไม่เหมาะกับทุกครอบครัวคือข้อใด
ก. ค่าใช้จ่ายสูงเกินไป
ข. ต้องใช้ทรัพยากรเทคโนโลยีมาก
ค. ขึ้นอยู่กับความพร้อมของครอบครัว
ง. ไม่มีหลักสูตรกลาง

เฉลย: ค
เหตุผล: ความพร้อมและบริบทครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญ

ข้อ 9

การจัดการเรียนที่บ้านที่เหมาะสมกับเด็กเล็กควรเป็นอย่างไร
ก. ให้เรียนเองทั้งหมด
ข. ให้ใช้สื่อออนไลน์อย่างเดียว
ค. ผู้ปกครองต้องดูแลใกล้ชิด
ง. ลดเวลาเรียนเหลือครึ่งหนึ่ง

เฉลย: ค
เหตุผล: เด็กเล็กยังต้องการการกำกับอย่างใกล้ชิด

ข้อ 10

แนวทางที่ดีที่สุดในการยกระดับคุณภาพโฮมสคูลคือข้อใด
ก. แยกขาดจากโรงเรียน
ข. เพิ่มเวลาการสอบ
ค. ประสานงานกับครูและติดตามหลักสูตร
ง. ลดการประเมินผล

เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องเชื่อมโยงกับครูและหลักสูตรอย่างต่อเนื่องเพื่อคุณภาพการเรียน

ความเห็นของผู้ชม