สมาชิกเข้าสู่ระบบ

คำแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะแถลงต่อรัฐสภา

  

นโยบายของคณะรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะแถลงต่อรัฐสภา วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗ 

#นโยบายเร่งด่วน 

·      นโยบายแรก รัฐบาลจะผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ

·      นโยบายที่สอง รัฐบาลจะดูแลและส่งเสริมพร้อมกับปกป้องผลประโยชน์ ของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs

·      นโยบายที่สาม รัฐบาลจะเร่งออกมาตรการเพื่อลดราคาค่าพลังงานและสธรณูปโภค

·      นโยบายที่สี่รัฐบาลจะสร้างรายได้ใหม่ของรัฐด้วยการน ำเศรษฐกิจนอกระบบภาษี (Informal Economy) และเศรษฐกิจใต้ดิน (Underground Economy) เข้าสู่ระบบภาษี

·      นโยบายที่ห้า รัฐบาลจะเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ

·      นโยบายที่หก รัฐบาลจะยกระดับการท ำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย

·      นโยบายที่เจ็ด รัฐบาลจะเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยว

·      นโยบายที่แปด รัฐบาลจะแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร

·      นโยบายที่เก้า รัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรม อาชญากรรมออนไลน์/ มิจฉาชีพ และอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

·      นโยบายที่สิบ รัฐบาลจะส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ และจัดสวัสดิการสังคม ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

 

#นโยบายระยะกลางและระยะยาว 

คลิกอ่านทั้งฉบับ 

https://drive.google.com/file/d/17M227CbxoB9WKaf93XrSqO-vJycV6udp/view?usp=sharing

 

ที่มา สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

 

เกี่ยวข้องกัน

เปิดคำแถลงนโยบาย รัฐบาล ‘แพทองธาร’ 

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลัง ครม.แพทองธาร ได้มีการประชุมครม.นัดพิเศษ ที่ประชุมเห็นชอบร่างนโยบายรัฐบาล โดยมีการจัดพิมพ์เพื่อส่งให้ สำนักเลขาธิการสภา เตรียมแถลงในวันที่ 12 กันยายนนี้ โดยมีการจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม หนา 85  หน้า 

โดยหน้าแรก เป็นการแถลงของนายกรัฐมนตรี แพทองธาร มุ่งเน้นการเดินหน้าบริหารประเทศท่ามกลางความท้าทาย  ภายใต้สโลแกน “ความหวัง โอกาส และความเสมอภาค ทางเศรษฐกิจและสังคม” 

จากนั้น เป็นการกำหนดนโยบายเร่งด่วนสำคัญที่จะเดินหน้าบริหารประเทศ 10 ข้อ ที่จะดําเนินการทันทีดังนี้ โดย

นโยบายแรก รัฐบาลจะผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ

นโยบายที่สอง รัฐบาลจะดูแลและส่งเสริมพร้อมกับปกป้องผลประโยชน์ ของผู้ประกอบกํารไทยโดยเฉพาะ SMEs

นโยบายที่สาม รัฐบาลจะเร่งออกมาตรการเพื่อลดราคาค่าพลังงานและสาธารณูปโภค

นโยบายที่สี่ รัฐบาลจะสร้างรายได้ใหม่ของรัฐด้วยการนําเศรษฐกิจนอกระบบภาษี (Informal Economy) และเศรษฐกิจใต้ดิน (Underground Economy)

นโยบายที่ห้า รัฐบาลจะเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้น ให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ควบคู่กับการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ โดยให้ความสําคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลําดับแรก และผลักดันโครงกํารดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) ซึ่งจะเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล และพัฒนาศูนย์ข้อมูลภาครัฐ ที่มุ่งการพัฒนานโยบายที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน

นโยบายที่หก รัฐบาลจะยกระดับการทําเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย โดยใช้แนวคิด “ตลาดนํา นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”

นโยบายที่เจ็ด รัฐบาลจะเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยว

นโยบายที่แปด รัฐบาลจะแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร

นโยบายที่เก้า รัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหา อาชญากรรม อาชญากรรมออนไลน์ มิจฉาชีพ และอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

นโยบายที่สิบ รัฐบาลจะส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ และจัดสวัสดิการสังคม ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป 

นอกจากนี้เนื้อหาในนโยบายรัฐบาล ยังระบุว่า รัฐบาลจะมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพ (CareandWellness Economy) และบริการทางการแพทย์ (Medical Hub) โดยอาศัยพื้นฐานจิตวิญญาณ การบริการของคนไทยที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ โดยต่อยอดจากธุรกิจการท่องเที่ยว เชิงสุขภาพและการแพทย์แผนไทยที่เป็นจุดแข็ง เพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น จากการที่ประชากรโลกเข้าสู่สังคมสูงวัย พร้อมกับส่งเสริมการผลิตและการใช้งานอุปกรณ์ทางการแพทย์ ภายในประเทศ สนับสนุนการยกระดับสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยโดยใช้นวัตกรรม รวมถึงการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มในทางเศรษฐกิจและควบคุมผลกระทบทางสังคม โดยการตรากฎหมาย ตลอดจนสนับสนุนการนำเทคโนโลยีสุขภาพ (Health Tech) และนวัตกรรม ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) มายกระดับมาตรฐานสาธารณสุขไทยให้ทัดเทียม มาตรฐานนานาชาติ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ของภูมิภาค 

รัฐบาลจะเร่งจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยเร็วที่สุด โดยยึดโยงกับประชาชนและหลักการของประชาธิปไตย สอดคล้องกับหลักสิทธิ มนุษยชนสากล รัฐบาลจะยึดมั่นในหลักนิติธรรม(RuleofLaw)และความโปร่งใส (Transparency) 

รัฐบาลจะปฏิรูประบบราชการและกองทัพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเปลี่ยนผ่าน ราชการไทยไปสู่ราชการทันสมัยในระบบดิจิทัล (Digital Government) ปรับขนาดให้มีความคล่องตัว เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการใช้งบประมาณและการปฏิบัติราชการ ปรับขนาด และกาลังคนภาครัฐให้สอดคล้องกับภารกิจ เปลี่ยนผ่านรูปแบบการเกณฑ์ทหารไปสู่แบบสมัครใจ เน้นใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรภาครัฐเป็นคนดีและเก่ง มีคุณธรรม มุ่งมั่นและมืออาชีพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ ส่งเสริมให้มีการเผยแพร่ข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะของรัฐและต่อต้าน การทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ เน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน รวมท้ังให้ความสาคัญกับ การกระจายอานาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมคิด ตัดสินใจในกระบวนการพัฒนาท้องถิ่น และการดูแลชุมชน ฯลฯ 

เปิดคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ย้ำ “ความหวัง โอกาส และความเสมอภาค ทางเศรษฐกิจและสังคม” เดินหน้าจ่ายเงินดิจิทัล วอเล็ต หนุนการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ เปลี่ยนผ่านรูปแบบการเกณฑ์ทหารไปสู่แบบสมัครใจ 

ที่มา สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 

https://drive.google.com/file/d/17M227CbxoB9WKaf93XrSqO-vJycV6udp/view?usp=sharing