สมาชิกเข้าสู่ระบบ

‘กัมมันตภาพรังสี-กัมมันตรังสี’ ความหมายต่างกัน

ราชบัณฑิตยสภา ออกโรงอธิบาย ‘กัมมันตภาพรังสี-กัมมันตรังสี’ ความหมายต่างกัน

การนำเสนอข่าวและความเคลื่อนไหว วัสดุกัมมันตรังสี “ซีเซียม-137” หายไปจากโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งใน จ.ปราจีนบุรี นำมาสู่การค้นหาอย่างเข้มข้น กระทั่งช่วงสายวันที่ 20 มีนาคม 2566 “ปราจีนบุรี” พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงการพบสารซีเซียม-137 ปนเปื้อนในฝุ่นแดง หรือผงเหล็ก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ปิด ยืนยันว่าไม่รั่วไหลแน่นอน 

ตัดภาพมาที่หลายภาคส่วนอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่าง กัมมันตรังสี และ กัมมันตภาพรังสี ซึ่งล่าสุด สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ได้อธิบายความหมายทั้ง 2 คำ ซึ่งมีความ แตกต่างกัน” โดยอ้างอิงจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554

โดย กัมมันตภาพรังสี” เป็นศัพท์บัญญัติของคำ “Radioactivity” หมายถึง การเสื่อมสลายโดยตัวเองของนิวเคลียสของอะตอมที่ไม่เสถียร เป็นผลให้ได้อนุภาคแอลฟา อนุภาคบีตา รังสีแกมมา ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีช่วงคลื่นสั้นมากและมีพลังงานสูง ทั้งหมดนี้พุ่งออกมาด้วยความเร็วสูงมาก ในบางกรณีอาจมีพลังงานความร้อนและพลังงานแสงเกิดตามมาด้วย เช่น การเสื่อมสลายของนิวเคลียสของธาตุเรเดียมไปเป็นธาตุเรดอน

ส่วน กัมมันตรังสี” เป็นศัพท์บัญญัติของคำ “Radioactive” หมายถึง ที่สามารถเกิดกัมมันตภาพรังสีได้ (ใช้แก่ธาตุ หรือสาร) ต้องใช้ประกอบกับคำอื่น เช่น วัสดุกัมมันตรังสี อนุกรมกัมมันตรังสี กากกัมมันตรังสี 

 

มติชนออนไลน์ วันที่ 22 มีนาคม 2566 

สรุปสาระสำคัญ
เหตุการณ์การสูญหายของวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ในจังหวัดปราจีนบุรี ได้สร้างความตื่นตัวและการสื่อสารสาธารณะเกี่ยวกับความปลอดภัยของสารกัมมันตรังสี โดยภายหลังตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนในฝุ่นแดงหรือผงเหล็กในพื้นที่ปิด ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการรั่วไหลสู่ภายนอก อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสับสนในสังคมเกี่ยวกับคำว่า “กัมมันตภาพรังสี” และ “กัมมันตรังสี”

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้ชี้แจงความแตกต่างของคำทั้งสองตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 โดย “กัมมันตภาพรังสี” (Radioactivity) หมายถึง กระบวนการที่นิวเคลียสของอะตอมที่ไม่เสถียรสลายตัวเองและปล่อยอนุภาค เช่น อนุภาคแอลฟา บีตา และรังสีแกมมา ซึ่งมีพลังงานสูงและเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง อาจเกิดพลังงานความร้อนหรือแสงร่วมด้วย ส่วน “กัมมันตรังสี” (Radioactive) หมายถึง สภาพของธาตุหรือสารที่สามารถเกิดกัมมันตภาพรังสีได้ เช่น วัสดุกัมมันตรังสี หรือกากกัมมันตรังสี ดังนั้นคำแรกหมายถึง “กระบวนการ” ส่วนคำหลังหมายถึง “คุณสมบัติของสาร” การเข้าใจความแตกต่างนี้มีความสำคัญต่อการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์และการจัดการความเสี่ยงอย่างถูกต้องในสังคม

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 กัมมันตภาพรังสีหมายถึงข้อใดถูกต้องที่สุด
ก. ธาตุที่มีรังสีในตัว
ข. กระบวนการสลายตัวของนิวเคลียสที่ไม่เสถียร
ค. สารที่ใช้ในโรงพยาบาลเท่านั้น
ง. พลังงานความร้อนจากอะตอม
เฉลย: ข
เหตุผล: กัมมันตภาพรังสีคือ “กระบวนการสลายตัวของนิวเคลียส” ไม่ใช่ตัวสาร

 

ข้อ 2 กัมมันตรังสีหมายถึงข้อใด
ก. กระบวนการปล่อยรังสี
ข. พลังงานจากดวงอาทิตย์
ค. สารที่สามารถเกิดกัมมันตภาพรังสีได้
ง. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: หมายถึง “คุณสมบัติของสาร/ธาตุ”

 

ข้อ 3 เหตุการณ์ซีเซียม-137 สะท้อนปัญหาใดมากที่สุด
ก. การขาดแคลนพลังงาน
ข. ความสับสนเรื่องศัพท์วิทยาศาสตร์
ค. การขนส่งสินค้า
ง. การเกิดพายุฝุ่น
เฉลย: ข
เหตุผล: สังคมเข้าใจคำกัมมันตภาพรังสีและกัมมันตรังสีคลาดเคลื่อน

 

ข้อ 4 อนุภาคที่เกิดจากกัมมันตภาพรังสี ได้แก่ข้อใด
ก. อนุภาคอิเล็กตรอน โฟตอน นิวตรอน
ข. แอลฟา บีตา แกมมา
ค. โปรตอน โฟตอน อิเล็กตรอน
ง. นิวตรอน โปรตอน อะตอม
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นอนุภาคมาตรฐานจากการสลายตัวนิวเคลียส

 

ข้อ 5 การยืนยันว่า “ไม่รั่วไหล” ในข่าวหมายถึงข้อใดสำคัญที่สุด
ก. ไม่มีการปนเปื้อนใด ๆ
ข. อยู่ในพื้นที่ปิดและควบคุมได้
ค. ไม่มีการตรวจพบซีเซียม
ง. ไม่มีความเสี่ยงทางวิทยาศาสตร์
เฉลย: ข
เหตุผล: หมายถึงอยู่ภายใต้การควบคุม ไม่แพร่กระจาย

 

ข้อ 6 หากครูต้องสอนเรื่องนี้ ควรเน้นประเด็นใดมากที่สุด
ก. การท่องจำชื่อธาตุ
ข. ความแตกต่างของศัพท์และความเข้าใจเชิงระบบ
ค. สูตรคำนวณรังสี
ง. ประวัติผู้ค้นพบธาตุ
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการสร้างความเข้าใจเชิงความหมายและการใช้ภาษา

 

ข้อ 7 ข้อใดเป็นตัวอย่าง “กัมมันตรังสี”
ก. การสลายตัวของเรเดียม
ข. แสงจากหลอดไฟ
ค. น้ำเดือด
ง. กระแสไฟฟ้า
เฉลย: ก
เหตุผล: เป็นธาตุที่มีคุณสมบัติกัมมันตรังสี

 

ข้อ 8 ความสำคัญของการแยกคำสองคำนี้คืออะไร
ก. เพื่อใช้ในข้อสอบเท่านั้น
ข. เพื่อการสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง
ค. เพื่อเพิ่มศัพท์ภาษาไทย
ง. เพื่อใช้ในอุตสาหกรรม
เฉลย: ข
เหตุผล: ลดความสับสนและเพิ่มความแม่นยำทางวิชาการ

 

ข้อ 9 รังสีแกมมามีลักษณะเด่นอย่างไร
ก. มีมวลมาก
ข. เป็นคลื่นพลังงานสูง
ค. เคลื่อนที่ช้า
ง. ไม่มีพลังงาน
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานสูงมาก

 

ข้อ 10 จากบทความ ข้อใดเป็นแนวคิดสำคัญที่สุด
ก. การควบคุมข่าวสาร
ข. ความแม่นยำทางศัพท์วิทยาศาสตร์
ค. การผลิตพลังงาน
ง. การขนส่งวัสดุ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการแยกความหมาย “Radioactivity vs Radioactive” เพื่อความเข้าใจถูกต้อง

 
 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น