
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ จำนวน 2 ฉบับ ดังนี้ เห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่องมาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ ..) และร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
เรื่องหลักเกณฑ์และอัตราค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 จำนวน 2 ฉบับ ที่คณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมาย และร่างอนุบัญญัติที่เสนอครม. ตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้ โดยให้กระทรวงแรงงานรับความเห็นของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
นายคารม กล่าวว่า ร่างประกาศฯ จำนวน 2 ฉบับ มีสาระสำคัญ เพื่อกำหนดให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดพิเศษตามที่มีมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษตามความเหมาะสมและความจำเป็นของกิจการ โดยให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดดังกล่าวด้วย และกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาคลอดบุตร โดยได้รับค่าจ้าง เพิ่มขึ้นจากเดิมไม่เกิน 90 วัน เป็นไม่เกิน 98 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับแรงงานภาคเอกชนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
รวมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์และอัตราค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (เฉพาะผู้ป่วยระดับสีเหลืองและสีแดง) เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐนตรีเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2565 ซึ่งคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ได้เห็นชอบในหลักการของร่างประกาศ จำนวน 2 ฉบับ ดังกล่าวด้วยแล้ว
“กำหนดให้ร่างประกาศในเรื่องนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.65 เป็นต้นไป และกำหนดให้การเข้ารับการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 16 มี.ค.65 และการรักษาพยาบาลยังไม่สิ้นสุดลง ให้ได้รับสิทธิตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่องหลักเกณฑ์และอัตราค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ลงวันที่ 30 ก.ค.64 (ประกาศเดิม) ต่อไปจนสิ้นสุดการรักษาพยาบาล” นายคารม กล่าว
‘คารม’ เผย ครม.เห็นชอบ กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาคลอดบุตรโดยได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นจากเดิมไม่เกิน 90 วัน เป็นไม่เกิน 98 วัน
ที่มา ; msn
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ จำนวน 2 ฉบับ ที่เสนอโดยกระทรวงแรงงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับสิทธิและสวัสดิการของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานปัจจุบันและกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
สาระสำคัญ ได้แก่ การกำหนดให้นายจ้างในรัฐวิสาหกิจจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดพิเศษตามมติ ครม. และต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดดังกล่าว รวมถึงการปรับเพิ่มสิทธิลาคลอดบุตรจากเดิมไม่เกิน 90 วัน เป็นไม่เกิน 98 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับภาคเอกชนตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และอัตราค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉินจากโรคโควิด-19 (ระดับสีเหลืองและสีแดง) ให้สอดคล้องกับมติ ครม. ก่อนหน้า และกำหนดให้มีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2565 พร้อมคุ้มครองผู้ที่เริ่มรักษาก่อนวันดังกล่าวจนสิ้นสุดการรักษา โดยให้ใช้สิทธิตามประกาศเดิม
การดำเนินการดังกล่าวผ่านการตรวจพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีข้อเสนอแนะจากกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมด้านงบประมาณและการบริหารจัดการ สะท้อนถึงการพัฒนาสวัสดิการแรงงานรัฐวิสาหกิจให้มีความเป็นธรรม ทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
วัตถุประสงค์หลักของร่างประกาศฉบับนี้คือข้อใด
ก. เพิ่มรายได้รัฐวิสาหกิจ
ข. ลดจำนวนวันลาของลูกจ้าง
ค. ยกระดับสวัสดิการแรงงานรัฐวิสาหกิจ
ง. เพิ่มภาษีแรงงานรัฐวิสาหกิจ
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นปรับปรุงสิทธิและสวัสดิการ เช่น ลาคลอดและค่ารักษาพยาบาล
สิทธิลาคลอดบุตรถูกปรับเพิ่มจากเดิมเป็นเท่าใด
ก. 95 วัน
ข. 98 วัน
ค. 100 วัน
ง. 120 วัน
เฉลย: ข
เหตุผล: เพิ่มจากไม่เกิน 90 วัน เป็นไม่เกิน 98 วัน
วันหยุดพิเศษที่กำหนดให้ต้องมีลักษณะใด
ก. ไม่ได้รับค่าจ้าง
ข. ให้นายจ้างเลือกจ่ายหรือไม่ก็ได้
ค. ได้รับค่าจ้างตามมติ ครม.
ง. ใช้เฉพาะหน่วยงานรัฐ
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดพิเศษ
กลุ่มโรคโควิดที่ครอบคลุมการปรับค่ารักษาคือระดับใด
ก. สีเขียวและเหลือง
ข. สีเหลืองและแดง
ค. สีแดงเท่านั้น
ง. ทุกระดับ
เฉลย: ข
เหตุผล: ระบุเฉพาะผู้ป่วยระดับสีเหลืองและสีแดง
วันเริ่มมีผลบังคับใช้ของประกาศคือวันใด
ก. 1 มกราคม 2565
ข. 8 มีนาคม 2565
ค. 16 มีนาคม 2565
ง. 27 มีนาคม 2565
เฉลย: ค
เหตุผล: ระบุชัดว่ามีผลตั้งแต่ 16 มี.ค. 65
หน่วยงานใดเป็นผู้เสนอร่างประกาศนี้
ก. กระทรวงศึกษาธิการ
ข. กระทรวงแรงงาน
ค. กระทรวงการคลัง
ง. สำนักนายกรัฐมนตรี
เฉลย: ข
เหตุผล: กระทรวงแรงงานเป็นผู้เสนอ
การปรับสิทธิลาคลอดมีเป้าหมายให้สอดคล้องกับกฎหมายใด
ก. พ.ร.บ. การศึกษา
ข. พ.ร.บ. แรงงานรัฐวิสาหกิจ
ค. พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
ง. พ.ร.บ. ประกันสังคม
เฉลย: ค
เหตุผล: อ้างอิง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
การรักษาที่เกิดก่อนวันที่ 16 มี.ค. 65 จะได้รับสิทธิอย่างไร
ก. ไม่ได้รับสิทธิ
ข. ใช้ประกาศใหม่
ค. ใช้ประกาศเดิมจนสิ้นสุดการรักษา
ง. ต้องจ่ายเองทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: คุ้มครองต่อเนื่องตามประกาศเดิม
หน่วยงานใดมีบทบาทตรวจพิจารณาร่างกฎหมายนี้
ก. ศาลรัฐธรรมนูญ
ข. คณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมาย
ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ง. สภาผู้แทนราษฎร
เฉลย: ข
เหตุผล: มีการตรวจพิจารณาโดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง
แนวคิดสำคัญของนโยบายนี้สะท้อนด้านใดมากที่สุด
ก. การเพิ่มภาษี
ข. การลดงบประมาณ
ค. ความเป็นธรรมด้านแรงงาน
ง. การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งยกระดับความเป็นธรรมและสวัสดิการแรงงาน